จู่ๆก็เกิดเรื่องเน่าๆฉาวโฉ่ขึ้นกับไทยพีบีเอส ทั้งๆที่เพิ่งจะสะสมแต้มบวก ทำคะแนนนิยมเป็นกอบเป็นกำจากวิกฤตอุทกภัยหาดใหญ่ อย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นองค์กรสื่อสาธารณะ ที่มีภาษีเงินได้แผ่นดินเป็นน้ำหล่อเลี้ยง
เรื่องเน่าฉาวโฉ่ที่ปะทุขึ้น สะกิดต่อมความรักความห่วงใยให้อักเสบขึ้นอย่างเฉียบพลัน ด้วยเหตุผล ๒ ประการ
๑.มีส่วนในการ”ทำคลอด”คณะกรรมการนโยบายไทยพีบีเอส ชุดปัจจุบันหลายคน
๒.มีเพื่อนร่วมรุ่นร่วมสถาบัน”แหล่งศึกษาร่มเย็น เด่นริมสายชล…” เป็นผู้บริหารชุดปัจจุบัน
เราไม่เชื่อว่าคณะกรรมการไทยพีบีเอส จะดื้อด้านดันทุรังต่อสัญญาจ้างคุณเทพชัย หย่อง ออกไปอีก ๑ ปีหลังสิ้นสุดสัญญาตามที่ปรากฏเป็นข่าว
เราไม่เชื่อว่าเพื่อนของเรา “วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์” จะยอมทำละลายศรัทธาความน่าเชื่อถือของตัวเองที่สะสมมาทั้งชีวิต เพื่อแลกกับการอนุรักษ์ความสกปรกโสมมในไทยพีบีเอสตามที่เป็นข่าว
เราไม่เชื่อเด็ดขาดว่าเพื่อนของเรา “วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์”และ”อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนากิจ” จะสมคบคิดกันจัดกระบวนการคัดเลือกผู้อำนวยการสำนักข่าว พอเป็นพิธี โดยการอ้างระเบียบ ส.ส.ท.ปิดจบด้วยข้อความ”ไม่มีผู้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก” เพื่อปูทางสู่การสร้างความชอบธรรมในการต่ออายุผู้อำนวยการสำนักข่าวคนปัจจุบันออกไปอีก…ตามที่มีการซุบซิบนินทา
เราอยากเห็นเพื่อนของเรา ทำความโปร่งใสให้เกิดขึ้น เหมือนตอนสรรหาผู้อำนวยการไทยพีบีเอส ด้วยการเปิดเผยเกณฑ์การคัดเลือก และผลคะแนนของผู้สมัครแต่ละคนออกมาให้สาธารณชนได้เห็นอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
เราอยากเห็นเพื่อนของเรา ใช้ต้นทุนความดี จัดการชำระสะสาง “คราบสกปรก” ที่เป็นรอยด่างในไทยพีบีเอสให้สะอาดเอี่ยม เปล่งประกายแห่งความเป็น “องค์กรข่าวที่คุณวางใจ”
เราอยากเห็นการเอาใจใส่ตรวจสอบพฤติกรรมการใช้ทรัพย์สินขององค์กรที่อาจเข้าข่ายทุจริตประพฤติมิชอบ อย่างจริงจัง
เราอยากเห็นการออกแบบพัฒนากลไกกระบวนการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบความถูกต้อง-โปร่งใส ในทุกกระบวนงานของไทยพีบีเอส เพื่อให้การใช้จ่ายเงินภาษีอากรของแผ่นดินเกิดประโยชน์คุ้ม-ประหยัดสุด
เราอยากเห็นคณะกรรมการนโยบาย ทำหน้าที่อย่างเข้มข้น ในการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการทำงานของคณะผู้บริหาร ด้วยตัวชี้วัดที่ดี ด้วยชุดข้อมูลที่ผ่านการสอบทานอย่างรอบคอบ จากคณะกรรมการตรวจสอบภายใน ที่เป็นอิสระ ปราศจากอคติ ปราศจากการชี้นำบงการ
เรามีความคาดหวังอย่างแรงกล้าที่จะได้เห็นไทยพีบีเอส เป็นองค์การแพร่ภาพและกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ที่โปร่งใส่ ปราศจาก”ปู่โสม..ม-ย่าสา..มานย์”ที่ฝังราก สร้างเครือข่ายบริวาร เพื่อเป็นองค์กรข่าวที่พึ่งได้…วางใจได้อย่างสนิทใจ
เราไม่อยากเห็นเพื่อนของเรา “ไม่ผ่านการประเมิน”…
เราไม่อยากเห็นคณะกรรมการนโยบาย ที่มีส่วนทำคลอด ต้องติดบ่วง ปปช. ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา ๑๕๗
เราไม่อยากเห็น”อำนาจ”จากการเมือง หรือ ท็อปบู้ทฉวยโอกาสเข้าสิง
ด้วยความรักและห่วงใย จากหัวใจใสสะอาด
ศักดิ์ชัย พฤฒิภัค
๒๑ ธ.ค. ๒๕๖๘
