เปลี่ยนพอศอใหม่ ประเทศไทยเกิดเหตุอาเพศรัวๆ เมื่อวานเครนถล่มทับขบวนรถไฟที่นครราชสีมา เช้าวันนี้เครนถล่มทับรถยนต์ ที่พระราม ๒ ตกค่ำไฟไหม้สะพานภูมิพล….หรือมีใครแอบไปทำระยำจัญไรอะไรกับบ้านเมือง @@

นายกฯอนุทิน ขึงขังตึงตังประกาศเปรี้ยงต้องเลิกสัญญากับผู้รับเหมาทำคนตายซ้ำซาก น่ายกย่องนัก ขอภาวนาให้คำสั่งท่านศักดิ์สิทธิ์ มีผลในทางปฏิบัติโดยพลัน ไม่ใช่สั่งขี้มูก ไม่มีลูกน้องหน้าไหนรับปฏิบัติ @@

เหตุโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น ๒ วันติดต่อกัน กดดันนายกฯอนุทิน อย่างหนักถึงขั้นโพล่งไปถึงกรณีโศกนาฏกรรมตึก สตง.ถล่มฝังคนตายทั้งเป็นหลายสิบราย..”…ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก็ทราบว่าสัญญายังไม่ถูกยกเลิก ถามว่าสัญญาถ้าไม่ถูกยกเลิกปรับได้หรือไม่ เพราะงานก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ขณะนี้ก็ยังไม่มีการปรับ และถ้าถามต่อว่างานก่อสร้างจะเสร็จเมื่อไหร่ งานก่อสร้างก็ไม่มีแล้ว ถ้าปรับก็เท่ากับว่าต้องสร้างอาคารนี้ขึ้นมาใหม่ แล้วก็ส่งตามงวดงานต่างๆ ซึ่งงวดงานเมื่อส่งแล้วก็จ่ายเงินไม่ได้ เพราะล่าช้าแล้ว สัญญาทุกสัญญามีหลักประกัน และธนาคารการันตี วันนี้เท่าที่ทราบยังไม่มีการเรียกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่ สตง.ก็ระงับการก่อสร้างไว้ก่อน โดยไม่มีการดำเนินการใดๆ กับผู้รับจ้าง ไม่มีการขึ้นบัญชีดำ ไม่ประกาศละทิ้งงาน…”เห็นด้วยกับท่านนายกรัฐมนตรีอย่างยิ่ง @@

รู้แล้วสลดหดหู่…แพทริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง บอก หน่วยราชการผู้ว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ไม่เคยแจ้งชื่อให้กรมบัญชีกลาง “ขึ้นบัญชีดำ” ตามพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ…น่าสงสัยมีมหกรรม”ฮั้ว”ระหว่างหัวหน้าส่วนราชการ กับ ผู้รับเหมาโครงการขนาดใหญ่ ทำโครงการพังวินาศสันตะโรยังไง คนบาดเจ็บล้มตายแค่ไหน ก็ไม่มีโดน”ขึ้นบัญชีดำ”…ชีวิตชาวบ้านคือเหยื่อสังเวยผลประโยชน์ต่างตอบแทนของผู้รับเหมากับนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงวันยังค่ำ @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้..อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการ ผู้ว่าการ รฟท.ที่โดนนายกรัฐมนตรีบอกให้แสดงความรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมเครนถล่มทับขบวนรถไฟ ด้วยการ”พิจารณาตัวเอง” แจ้งบอร์ดรฟท.มีมติต่อสัญญาให้เช่าพื้นที่”ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าและโรงแรมเซ็นทารา” กับกลุ่มเซ็นทรัล ระยะ ๓๐ ปี ระหว่าง ๑๙ ธ.ค.๒๕๗๑ ถึง ๑๘ ธ.ค.๒๖๐๑ หลังจากสัญญาฉบับปัจจุบันสิ้นสุดลงในวันที่ ๑๘ ธ.ค.๒๕๗๑ แลกกับผลตอบแทนตลอดอายุสัญญา ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ ๙๑.๖๗ ล้านบาท หรือเฉลี่ย ๒๙๕.๗๐ บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน สมทบกับเงินลงทุนจำนวน ๔,๕๐๐ ล้านบาท สำหรับปรับปรุงสิ่งปลูกสร้าง ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวก..โดยทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟท.หลังสิ้นสุดสัญญาเช่า @@

ฮูก ตาตี่