…ขอเดชะพระบุญญาบารมีทรงปกป้องคุ้มครองให้พี่น้องผองไทย ในวงล้อมของสมรภูมิสงครามตะวันออกกลาง ได้กลับคืนสู่อ้อมกอดมาตุภูมิอย่างปลอดภัย…ขอพระองค์ทรงพระเจริญ@@
จับความตามกระแสการประชุมเพื่อเตรียมการอพยพคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในรัฐอิสราเอล ครั้งที่ ๕/๒๕๖๖ ที่กระทรวงการต่างประเทศ สรุปความได้ว่า๑).ไร้แผนอพยพที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ๒).เพิ่งหูตาสว่างคิดถึงการลำเลียงคนออกจากพื้นที่เสี่ยง ไปพักไว้ในประเทศใกล้เคียง แต่ก็ยัง”แค่คิด” ไม่มีอะไร”ตกผลึก” และยังไม่มีอะไร”ขยับ” ๓).พะวักพะวงพิธีสาร-เอกสารผ่านแดน..เคราะห์กรรมนักรบแรงงานไทย ที่ติด”กับดักสงคราม”…@@
อาการเงอะงะเฟอะฟะของรัฐบาล ในการช่วยเหลือคนไทยออกจากกับดักสงครามตะวันออกกลาง คือเงาสะท้อนคุณภาพ-ประสิทธิภาพ-ขีดความสามารถการปฏิบัติหน้าที่ของเอกอัครราชฑูตไทยประจำประเทศอิสราเอล…สะท้อนถึงกลไกกระบวนการปฏิบัติงานของเอกอัครราชฑูตไทยประจำประเทศอิสราเอล-จอร์แดน-กาตาร์-อียิปต์…@@
นิสัยการทำงานข้าราชการแบบไทยๆ ผสมผสานกับการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี”มือใหม่ป้ายแดง” น่าจะคิดไม่ได้ว่าแผนอพยพเคลื่อนย้ายที่คมชัด-ลงมือปฏิบัติฉับไว คือหัวใจของการช่วยชีวิตภายใต้สถานการณ์สงคราม @@
ถึงมือผู้ตรวจการแผ่นดินเรียบร้อย คำร้องคว่ำนโยบายแจกเงินดิจิทัล ๑ หมื่นบาทของรัฐบาลเพื่อไทย เหตุขัดรัฐธรรมนูญและกฏหมายวินัยการเงินการคลัง..คู่ขนานกัน ปปช ตั้งคณะกรรมการพิจารณาศึกษาโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ๑๐,๐๐๐ บาท..ชะตากรรมนโยบายเร่งด่วนรัฐบาลเศรษฐาจะได้ไปต่อ หรือจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องลุ้นกันต่อไป @@
ฮูก ตาตี่
สวนข่าว ประจำวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ ต.ค.๒๕๖๖ แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีเถาะ
Related Posts
สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๒๗ ม.ค.๒๕๖๙ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเส
สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๒๗ ม.ค.๒๕๖๙ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเส็ง…คลัง-แบงก์ชาติ-กทม.ประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมใหญ่ธนาคารโลก-กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) ประจำปี ๒๕๖๙ เดือนต.ค.๒๕๖๙ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ @@
ย้อนเวลากลับไป ประเทศไทย เคยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมใหญ่ธนาคารโลก-ไอเอ็มเอฟ มาแล้วเมื่อเดือนต.ค.๒๕๓๔ ในห้วงเวลาที่การเมืองไทยฝุ่นตลบอบอวล มีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี และเป็น รมว.คลังเป็นว่าเล่น @@
สถานที่จัดการประชุมเมื่อ ๓๕ ปีก่อน กับที่กำลังจะจัดขึ้นในเดือนต.ค.ปีนี้ คือศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เหมือนกัน แต่ต่างกันที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตอนนั้นเป็น “เวอร์ชั่นสะท้อนอัตลักษณ์ไทย” และถูกสั่งสร้างขึ้นแบบเร่งด่วน บนที่ดินโรงงานยาสูบ ตามคำสั่งเด็ดขาดของ ”ลุงมวล” ประมวล สภาวสุ รมว.คลัง ในคณะรัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ขณะนั้น มีบริษัท ดีไซน์ ๑๐๓ ของ ชัชวาลย์ พริ้งพวงแก้ว รับผิดชอบดำเนินการเนรมิตรให้เสร็จพร้อมใช้ภายใน ๑๘ เดือน เพื่อให้ทันการประชุม….มิเช่นนั้นความน่าเชื่อถือประเทศไทยพังย่อยยับ @@
น่าเสียดาย“ลุงมวล” รมว.คลัง ผู้ใช้ความเด็ดขาด “หักเหลี่ยม” เอกชน สั่งเนรมิตรศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นผลสำเร็จ ไม่ได้อยู่ร่วมในการจัดประชุม ด้วยเหตุ”พายุหมุนทางการเมือง” ทำให้รัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ปลิวหลุดวงจร เปิดทางให้รัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน เข้ามารับช่วงบริหารประเทศ และมีสุธี สิงห์เสน่ห์ เจ้าของฉายา “หินกลิ้ง-Rolling Stone”ไปทำหน้าที่เจ้าภาพและเจ้าบ้าน ในฐานะรมว.คลัง @@
มารอบนี้ รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพ แต่กว่าจะถึงเวลาจัดประชุมจริง คือเดือนต.ค. ถึงตอนนั้นไม่แน่ว่านายกรัฐมนตรีจะยังชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล และ รมว.คลัง จะยังชื่อ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อีกหรือไม่…@@
โค้งสุดท้ายยุทธการยึดเมือง พรรคตัวเก็งเต็งจ๋าออกอาวุธกันสุดฤทธิ์ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนรม.และรมว.คลัง ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย หนุนปฏิรูปประกันสังคม ใช้ต้นแบบ กบข. ให้อิสระ-โปร่งใส….เหมือนปั่นแต้มใส่พานให้พรรคประชาชนยังไงก็ไม่รู้นะ @@
ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ ดีเดย์เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อเพิ่มอำนาจให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ในการกำกับดูแลการซื้อขายทองคำ โดยกำหนดให้ผู้ค้าทองคำที่มีมูลค่าการซื้อขายปีละ ๑ หมื่นล้านบาทขึ้นไป ต้องรายงานข้อมูลตามรายละเอียดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด และต้องเก็บรักษาข้อมูลไว้เป็นเวลา ๓ ปีเพื่อการตรวจสอบ….ผู้ประกอบการค้าทองคำกลายเป็นแพะรับบาป”บาทแข็ง”สมบูรณ์แบบไปเรียบร้อย @@
ฮูก ตาตี่
สวนข่าวประจำวันจันทร์ที่ ๒๖ ม.ค.๒๕๖๙ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเส
สวนข่าวประจำวันจันทร์ที่ ๒๖ ม.ค.๒๕๖๙ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเส็ง..จากทนายดังประจำรายการห้อยโหนย่านพระราม ๔ เปลี่ยนจุดฉาวคาวสะพัดไปที่พิธีกรปากกล้าแถวอโศก กิเลสตัณหาราคะไม่เข้าใครออกใครและไม่เคยปราณีใคร @@
ปีที่แล้ว เรื่องราวคาวตัณหาราคะระบาดในหมู่ผู้ชายห่มผ้าเหลือง…ล่วงมาถึงปีนี้ แค่เปิดศักราชใหม่ ย้ายแหล่งฉาวมากระจุกใน”ดาราหน้าจอทีวี”….จากแก้ว ใครคือ”รายต่อไป” @@
๖ วันก่อนเลือกตั้งล่วงหน้า กกต.แค่แจ้ง ๕๑ พรรคการเมือง ส่ง ๕๒๗ นโยบายหาเสียงให้ตรวจสอบ ในบรรดา ๕ พรรคการเมืองที่มีโอกาสได้รับเลือกตั้งมากที่สุด พรรคประชาธิปัตย์ มีนโยบายสูงสุด ๙๑ เรื่อง วงเงินงบประมาณ ๒.๑๒๔ ล้านล้านบาท อันดับ ๒ คือ พรรคเพื่อไทย ๔๓ นโยบาย วงเงินงบประมาณ ๒.๔๓๓ แสนล้านบาท อันดับ ๓ คือ พรรคกล้าธรรม ๓๘ นโยบาย วงเงินงบประมาณ ๒.๒๗๒ ล้านล้านบาท อันดับ ๔ คือ พรรคประชาชน ๓๖ เรื่อง วงเงินงบประมาณ ๗.๔๑๘ แสนล้านบาท อันดับ ๕ คือ พรรคภูมิใจไทย แค่ ๘ เรื่อง วงเงินงบประมาณ ๑.๔๘๓ แสนล้านบาท….น่าสงสัยตรวจสอบแล้วไง ? ในเมื่อแต่ละพรรคโฆษณาหาเสียงกันล่วงหน้าไปแล้ว และกว่าผลการตรวจสอบจะคลอดไม่รู้กี่โมง @@
รัฐบาลภูมิใจไทย กำลังเล่นกับไฟ เสี่ยงโดนไฟคลอกตายหมู่ในสนามเลือกตั้ง ทั้งกรณีมติเสียงข้างมาก อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข ภายใต้กำกับรมว.ภูมิใจไทย ลงความเห็น หมอสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ขณะดำรงตำแหน่งผอ.รพ.จะนะ จ.สงขลา กระทำผิดวินัยร้ายแรง ให้ปลดออกจากราชการ และอาจเป็นเหตุให้ต้อง”ขาดคุณสมบัติ”การเป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต ๒ จ.สงขลา พรรคประชาชน….งานนี้ทำแล้วได้ไม่คุ้มเสีย เว้นแต่”เสียสติ” @@
หมากการเมืองโค้งสุดท้ายค่ายประชาชน ในศึกเลือกตั้งครั้งนี้จัดวางไว้แยบยลเกินคาด เริ่มด้วยการ”เปิดโปง”ความเละเทะในกองทุนประกันสังคม เก็บแต้มผู้ประกันตน ๒๕ ล้านคน…จับตาลุ้นการปิดเกมด้วยการ “ชำแหละ” ความแหลกเหลวในกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “กองทุนบัตรทอง” ที่มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมหาศาลกว่า ๔๖ ล้านคน….แค่ได้คะแนนเสียงสมาชิก ๒ กองทุน ก็กวาดเก้าอี้ส.ส.แลนด์สไลด์ถล่มทลายแล้ว @@
ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ ”ลุงป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ปล่อยวาง เว้นวรรคการเมือง มุ่งสะสมเสบียงบุญ เป็นประธานพิธีอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ ที่วัดเทพสรธรรมาราม จ.ปทุมธานี เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง…อนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ @@
ฮูก ตาตี่
