…ขอแสดงความเสียใจกับโศกนาฏกรรม กลางห้างสรรพสินค้าดัง ใจกลางเมืองหลวง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ๒ ราย-บาดเจ็บ ๕ ราย…@@
ช็อคกว่าช็อค..มือปืนผู้ก่อเหตุฆาตกรรม เป็น เยาวชนอายุแค่ ๑๔ ปี บุตรชายของคุณพ่อและคุณแม่ที่มีสถานะทางสังคมระดับสูง…มีอะไรเป็นแรงจูงใจก่อเหตุโศกนาฏกรรมอุกอาจรุนแรงกลางฝูงชน??…เข้าถึงอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนได้ยังไง ?? @@
เหตุการณ์ความรุนแรงนี้ อาจเป็น”ลางร้าย”ทำลายมาตรการ”ฟรีวีซ่า” ซ้ำเติมความหวาดระแวงในความไม่ปลอดภัยในหมู่ชาวจีน ด้วยเหตุ สุภาพสตรีชาวจีนคือ ๑ ใน ๒ ผู้เคราะห์ร้ายที่ตายสังเวยคมกระสุนเด็ก ๑๔ ขวบ ตามข้อความพาดหัวข่าวของเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์”Thai teen arrested after shooting at Bangkok’s Siam Paragon shopping centre kills 2 ,include 1 Chinese woman”..@@
ต้องขอตีมือแรงๆหลายๆแปะ แสดงความชื่นชมในปฏิกิริยาฉับไวนายกฯเศรษฐาที่ต่อสายรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และแสดงความเสียใจกับความสูญเสียของสุภาพสตรีชาวจีน ให้เอกอัครราชฑูตจีนได้รับทราบโดยตรง ด้วยตัวเอง…แบบนี้น่าจะช่วยให้ร้ายกลายเป็นดีได้ @@
โศกนาฏกรรม ณ สยามพารากอน ถูกสื่อสารพัดสำนัก กระพือดังกระฉ่อนไปทั้งโลก แค่เปิดกูเกิลใส่คำค้น “shooting siam paragon”…ข่าวพึ่บพั่บขึ้นมาให้ดูกันไม่หวาดไม่ไหว…@@
ประเด็นพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงในเด็กเยาวชน เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวพันกับกระบวนการอบรมเลี้ยงดูในสถาบันครอบครัวอย่างแนบแน่น และรัฐบาล ต้องยื่นมือเข้ามาเป็นเจ้าภาพ ออกแบบกลไกแก้ไขปัญหาร่วมกับทุกภาคส่วนในสังคม ก่อนที่จะถูก “เกม”กลืนกินกันไปซะหมด…@@
ที่เมืองจีน ก็กำลังเผชิญปัญหาเด็กเยาวชน มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง-อกตัญญู ทำร้ายบุพการี โดยเลียนแบบมาจากเกมออนไลน์ กระทั่งทางการจีน กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ต้อนเด็กเยาวชนเข้าค่าย ปรับทัศนคติ-ปรับพฤติกรรม-อบรมคุณธรรม-ฝึกการใช้ชีวิตร่วมกัน-ฝึกการบริการสังคม-บ่มเพาะจิตอาสา ทำนองเดียวกับ “นักศึกษาวิชาทหาร” หรือ “วิชาลูกเสือ”…@@
เลี้ยวเข้าการเมืองเรื่องแก้รัฐธรรมนูญกันหน่อย…กดปุ่มเดินหน้ากระบวนการยกเครื่องรัฐธรรมนูญตามสัญญา นายกฯเศรษฐา ตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติและแนวทางร่างรัฐธรรมนูญ 35 คนเรียบร้อย มีภูมิธรรม เวชยชัย ประธาน ชูศักดิ์ ศิรินิล-กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ รองประธาน-นิกร จำนงค์ โฆษก…เห็นรายชื่อและที่มาของกรรมการแล้ว ต่อมความหวังพองโตขึ้นมาได้ไม่น้อยเลย @@
โหวตเลือกเรียบร้อย ประธาน กมธ.สภาผู้แทนราษฏร…ก้าวไกล ยึดไป ๑๐ คณะ…วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ประธานกมธ.ทหาร-รังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ประธาน กมธ.ติดตามงบประมาณ-พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ…ถูกฝาถูกตัวดีมาก @@
ฮูก ตาตี่
สวนข่าว ประจำวันอังคารที่ ๓ ต.ค.๒๕๖๖ แรม ๔ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีเถาะ
Related Posts
สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๒๗ ม.ค.๒๕๖๙ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเส
สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๒๗ ม.ค.๒๕๖๙ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเส็ง…คลัง-แบงก์ชาติ-กทม.ประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมใหญ่ธนาคารโลก-กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) ประจำปี ๒๕๖๙ เดือนต.ค.๒๕๖๙ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ @@
ย้อนเวลากลับไป ประเทศไทย เคยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมใหญ่ธนาคารโลก-ไอเอ็มเอฟ มาแล้วเมื่อเดือนต.ค.๒๕๓๔ ในห้วงเวลาที่การเมืองไทยฝุ่นตลบอบอวล มีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี และเป็น รมว.คลังเป็นว่าเล่น @@
สถานที่จัดการประชุมเมื่อ ๓๕ ปีก่อน กับที่กำลังจะจัดขึ้นในเดือนต.ค.ปีนี้ คือศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เหมือนกัน แต่ต่างกันที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตอนนั้นเป็น “เวอร์ชั่นสะท้อนอัตลักษณ์ไทย” และถูกสั่งสร้างขึ้นแบบเร่งด่วน บนที่ดินโรงงานยาสูบ ตามคำสั่งเด็ดขาดของ ”ลุงมวล” ประมวล สภาวสุ รมว.คลัง ในคณะรัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ขณะนั้น มีบริษัท ดีไซน์ ๑๐๓ ของ ชัชวาลย์ พริ้งพวงแก้ว รับผิดชอบดำเนินการเนรมิตรให้เสร็จพร้อมใช้ภายใน ๑๘ เดือน เพื่อให้ทันการประชุม….มิเช่นนั้นความน่าเชื่อถือประเทศไทยพังย่อยยับ @@
น่าเสียดาย“ลุงมวล” รมว.คลัง ผู้ใช้ความเด็ดขาด “หักเหลี่ยม” เอกชน สั่งเนรมิตรศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นผลสำเร็จ ไม่ได้อยู่ร่วมในการจัดประชุม ด้วยเหตุ”พายุหมุนทางการเมือง” ทำให้รัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ปลิวหลุดวงจร เปิดทางให้รัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน เข้ามารับช่วงบริหารประเทศ และมีสุธี สิงห์เสน่ห์ เจ้าของฉายา “หินกลิ้ง-Rolling Stone”ไปทำหน้าที่เจ้าภาพและเจ้าบ้าน ในฐานะรมว.คลัง @@
มารอบนี้ รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพ แต่กว่าจะถึงเวลาจัดประชุมจริง คือเดือนต.ค. ถึงตอนนั้นไม่แน่ว่านายกรัฐมนตรีจะยังชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล และ รมว.คลัง จะยังชื่อ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อีกหรือไม่…@@
โค้งสุดท้ายยุทธการยึดเมือง พรรคตัวเก็งเต็งจ๋าออกอาวุธกันสุดฤทธิ์ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนรม.และรมว.คลัง ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย หนุนปฏิรูปประกันสังคม ใช้ต้นแบบ กบข. ให้อิสระ-โปร่งใส….เหมือนปั่นแต้มใส่พานให้พรรคประชาชนยังไงก็ไม่รู้นะ @@
ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ ดีเดย์เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อเพิ่มอำนาจให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ในการกำกับดูแลการซื้อขายทองคำ โดยกำหนดให้ผู้ค้าทองคำที่มีมูลค่าการซื้อขายปีละ ๑ หมื่นล้านบาทขึ้นไป ต้องรายงานข้อมูลตามรายละเอียดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด และต้องเก็บรักษาข้อมูลไว้เป็นเวลา ๓ ปีเพื่อการตรวจสอบ….ผู้ประกอบการค้าทองคำกลายเป็นแพะรับบาป”บาทแข็ง”สมบูรณ์แบบไปเรียบร้อย @@
ฮูก ตาตี่
สวนข่าวประจำวันจันทร์ที่ ๒๖ ม.ค.๒๕๖๙ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเส
สวนข่าวประจำวันจันทร์ที่ ๒๖ ม.ค.๒๕๖๙ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเส็ง..จากทนายดังประจำรายการห้อยโหนย่านพระราม ๔ เปลี่ยนจุดฉาวคาวสะพัดไปที่พิธีกรปากกล้าแถวอโศก กิเลสตัณหาราคะไม่เข้าใครออกใครและไม่เคยปราณีใคร @@
ปีที่แล้ว เรื่องราวคาวตัณหาราคะระบาดในหมู่ผู้ชายห่มผ้าเหลือง…ล่วงมาถึงปีนี้ แค่เปิดศักราชใหม่ ย้ายแหล่งฉาวมากระจุกใน”ดาราหน้าจอทีวี”….จากแก้ว ใครคือ”รายต่อไป” @@
๖ วันก่อนเลือกตั้งล่วงหน้า กกต.แค่แจ้ง ๕๑ พรรคการเมือง ส่ง ๕๒๗ นโยบายหาเสียงให้ตรวจสอบ ในบรรดา ๕ พรรคการเมืองที่มีโอกาสได้รับเลือกตั้งมากที่สุด พรรคประชาธิปัตย์ มีนโยบายสูงสุด ๙๑ เรื่อง วงเงินงบประมาณ ๒.๑๒๔ ล้านล้านบาท อันดับ ๒ คือ พรรคเพื่อไทย ๔๓ นโยบาย วงเงินงบประมาณ ๒.๔๓๓ แสนล้านบาท อันดับ ๓ คือ พรรคกล้าธรรม ๓๘ นโยบาย วงเงินงบประมาณ ๒.๒๗๒ ล้านล้านบาท อันดับ ๔ คือ พรรคประชาชน ๓๖ เรื่อง วงเงินงบประมาณ ๗.๔๑๘ แสนล้านบาท อันดับ ๕ คือ พรรคภูมิใจไทย แค่ ๘ เรื่อง วงเงินงบประมาณ ๑.๔๘๓ แสนล้านบาท….น่าสงสัยตรวจสอบแล้วไง ? ในเมื่อแต่ละพรรคโฆษณาหาเสียงกันล่วงหน้าไปแล้ว และกว่าผลการตรวจสอบจะคลอดไม่รู้กี่โมง @@
รัฐบาลภูมิใจไทย กำลังเล่นกับไฟ เสี่ยงโดนไฟคลอกตายหมู่ในสนามเลือกตั้ง ทั้งกรณีมติเสียงข้างมาก อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข ภายใต้กำกับรมว.ภูมิใจไทย ลงความเห็น หมอสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ขณะดำรงตำแหน่งผอ.รพ.จะนะ จ.สงขลา กระทำผิดวินัยร้ายแรง ให้ปลดออกจากราชการ และอาจเป็นเหตุให้ต้อง”ขาดคุณสมบัติ”การเป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต ๒ จ.สงขลา พรรคประชาชน….งานนี้ทำแล้วได้ไม่คุ้มเสีย เว้นแต่”เสียสติ” @@
หมากการเมืองโค้งสุดท้ายค่ายประชาชน ในศึกเลือกตั้งครั้งนี้จัดวางไว้แยบยลเกินคาด เริ่มด้วยการ”เปิดโปง”ความเละเทะในกองทุนประกันสังคม เก็บแต้มผู้ประกันตน ๒๕ ล้านคน…จับตาลุ้นการปิดเกมด้วยการ “ชำแหละ” ความแหลกเหลวในกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “กองทุนบัตรทอง” ที่มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมหาศาลกว่า ๔๖ ล้านคน….แค่ได้คะแนนเสียงสมาชิก ๒ กองทุน ก็กวาดเก้าอี้ส.ส.แลนด์สไลด์ถล่มทลายแล้ว @@
ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ ”ลุงป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ปล่อยวาง เว้นวรรคการเมือง มุ่งสะสมเสบียงบุญ เป็นประธานพิธีอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ ที่วัดเทพสรธรรมาราม จ.ปทุมธานี เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง…อนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ @@
ฮูก ตาตี่
