สวนข่าวประจำวันศุกร์ที่ ๑๔ ส.ค.๒๕๖๙ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๙ ปีมะเมีย..เรื่องแบบนี้”หนู”ทำได้-”เน”ทำไม่ได้ นายกรัฐมนตรีและมท.๑ สวมบทประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ขับอากาศยานส่วนตัวไปตรวจเยี่ยมกองบิน ๑โคราช ให้กองทัพอากาศ ส่งเอฟ ๑๖ ขึ้นประกบ ๓ ลำ พร้อมแจกระหัสเรียกขานสุดเก๋ ”มิกกี้” อ้างเป็นการซ้อมอารักขาผู้นำประเทศ โดยไม่ต้องใช้”สแตนด์อิน”…บางคนบอก”เจี๊ยะ-ป้า-บ่อ-สื่อ”..เฮ้าเลี่ยน !!!@@
๔ นายกรัฐมนตรี “อนุทิน-แพทองธาร-สมชาย-ทักษิณ” โคจรไปจ๊ะเอ๋กันในงานสวดศพ “เกรียง กัลป์ตินันท์” ที่วัดมงคลโกวิทาราม ต.ปทุม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี…งานนี้ต้องเตี๊ยมกันไว้ล่วงหน้า ไม่มีเหตุบังเอิญ @@
เสร็จจากพิธีสวดศพที่วัด..นายกฯอนุทิน ปิดห้องกินข้าวกับอดีตนายกฯทักษิณ แบบส่วนตั๊วส่วนตัว กินกันไปคุยกันไปไม่แคล้วต้องมี “ดีลลับอุบลราชธานี” จับตาดูลีลาการแสดงของนายกฯอนุทินนับจากนี้ @@
ควันหลง อนุทิน ชาญวีรกูล สร.๑และมท.๑ ออกคำสั่งเด็ดขาดให้ยกเครื่องพ.ร.บ.อาวุธปืน-งดออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน(ป.๑๒) หวังหยุดเหตุฆาตกรรม-โศกนาฏกรรม เป็นที่มาของข้อสงสัย “พ.ร.บ.อาวุธปืน บกพร่องต้องยกเครื่อง หรือ เจ้าหน้าที่หละหลวม-ละเลยการเข้มงวดกวดขันบังคับใช้กฏหมายกันแน่” สอดคล้องกับความเห็น ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้เชี่ยวชาญข้อกฏหมาย…“มีระเบียบกฎหมายอยู่แล้ว ว่าใครมีสิทธิซื้อปืนได้ และใครมีสิทธิที่จะพกพาปืนได้ ภาคปฏิบัติไปตามระเบียบก็ไม่มีปัญหา” พร้อมกันนี้ก็กรีดใส่ปฏิกิริยานายกฯอนุทิน แบบนิ่มๆแต่เชือดเฉือน กรณีสั่งยกเครื่องพ.ร.บ.อาวุธปืน..”เป็นการแก้ปัญหาแบบรายวัน พอมีเรื่องนี้ขึ้นมาก็หยิบขึ้นมาพูดจะออกระเบียบโน่นนี่…” @@
เห็นกงจักร เป็นคลังสมบัติ ปั้นหลักฐานเท็จ ทวงคืนที่ดินถวายวัด มีคุกเป็นรางวัล…คลังสารสนเทศรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฏร เปิดคำพิพากษาศาลฏีกาที่ ๑๑๗๖๕/๒๕๕๕ เมื่อ ๑๔ ปีก่อน ส่งสัญญาณแจ้งผลลัพธ์สุดท้ายที่ขบวนการนรก ปั้นหลักฐานเท็จ-แจ้งความเท็จ อ้างโฉนดสูญหาย ไปขอออกใบแทนโฉนด ทั้งที่ไม่สูญหาย คือ”โทษจำคุก”….@@
คลอดแล้วโครงสร้างบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ มีรองนายกรัฐมนตรี ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธาน ร่วมกับคณะกรรมการโดยตำแหน่งระดับรัฐมนตรีว่าการ และระดับปลัดกระทรวง ๑๔ คน สมทบกับผู้ทรงคุณวุฒิที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง อีก ๓ คน รวมเบ็ดเสร็จ ๒๑ คน…บรรดาค่าตอบแทน เบี้ยประชุม และค่าใช้จ่ายสารพัด เบิกจ่ายจากงบประมาณสภาพัฒน์…@@
ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ แปลกพิลึกกึกกือ เกษตรอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย มูลค่าปีละหลายแสนล้านบาท มีเถ้าแก่น้อยเถ้าแก่ใหญ่เจ้าสัวน้อยเจ้าสัวใหญ่นายทุนพรรคการเมืองเกี่ยวข้องมากมาย มีมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ดูแล มีสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย-สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย-สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง-สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันเฉียงเหนือ ได้รับผลประโยชน์เป็นกอบเป็นกำ แต่ยามนี้ที่กำลังเกิด”วิกฤตระบบอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง” ด้วยเหตุเกิดโรคใบด่างระบาดในมันสำปะหลัง แพร่กระจายไปกว่า ๓๓ จังหวัดทั่วประเทศ บรรดาองค์กรที่มีผลประโยชน์ผูกพันกับมันสำปะหลัง-บรรดาเจ้าสัวมันสำปะหลังทั้งหลาย กลับ”ตระหนี่-ขี้เหนียว” หลีกเลี่ยงการ”ควักกระเป๋า”เฉลี่ยทุกข์-เฉลี่ยสุขร่วมแก้ไขปัญหา เป็นภาระกรมวิชาการเกษตร ต้องชงเรื่องขอเงิน ๖,๕๐๐ ล้านบาท ไปผลิตท่อนพันธ์ุมันสำปะหลังแจกเกษตรกร…เห็นแก่ตัวเอาแต่ได้ชะมัดยาด @@
ฮูก ตาตี่
