• adminadmin
  • December 26, 2025
สื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส แถลงการณ์


ตามที่ปรากฏการนำเสนอข่าว “พนง.ไทยพีบีเอสร้อง ป.ป.ช. แฉผู้บริหารใช้รถหลวงไปงานส่วนตัว – ดื้อแพ่งต่ออายุผู้เชี่ยวชาญเงินเดือนอู้ฟู่” ในสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์ พาดพิงถึงผู้บริหารและการดำเนินงานของ ส.ส.ท. และส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กร บุคลากร และผู้ที่ถูกกล่าวถึงนั้น

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ขอชี้แจงว่า การนำเสนอข้อมูลข่าวที่นำมาเผยแพร่นั้น เป็นเพียงข้อกล่าวหาหรือข้อมูลเบื้องต้นที่ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบ หรือสอบสวนหาข้อเท็จจริงให้เป็นที่ยุติ ไม่มีการสอบถามกลับมายัง ส.ส.ท. และยังไม่อยู่ในสถานะที่สามารถสรุปได้ว่าเป็นกรณีการทุจริตแต่อย่างใด ทั้งยังนำรายละเอียดข้อมูลซึ่งเป็นเรื่องที่พิจารณาในที่ประชุมวาระลับของ ส.ส.ท. มาเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยที่ข้อมูลดังกล่าวยังถือเป็นความลับของทางหน่วยงาน อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการภายในขององค์กร ทั้งนี้ ส.ส.ท. ยึดหลักการให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และเคารพกระบวนการตรวจสอบตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ส.ส.ท. เห็นว่า การนำเสนอข่าวหรือข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และการสรุปข้อกล่าวหาโดยปราศจากหลักฐานที่เป็นข้อประจักษ์ อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถูกกล่าวหา ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนต่อองค์กร และถือเป็นการละเมิดหลักความเป็นธรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของจริยธรรมวิชาชีพสื่อมวลชน ดังนั้น ส.ส.ท. ในฐานะสมาชิกของสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จะทำหนังสือร้องเรียนไปยังสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ขอให้ตรวจสอบและดำเนินการตามข้อบังคับของสมาคมฯ เพื่อรักษาและผดุงไว้ซึ่งมาตรฐานอันดีงามและการบำเพ็ญตนของสมาชิกให้เป็นไปตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพต่อไป

@ผู้ติดตาม
ส.ส.ท. ในฐานะสื่อสาธารณะของประชาชนคนไทยทุกคน ไม่อาจยอมรับต่อการทุจริตและประพฤติ มิชอบที่เกิดขึ้นภายในองค์กรอย่างที่เป็นข่าวได้อย่างแน่นอน จึงขอยืนยันว่าการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณะเป็นสำคัญ
องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.)
25 ธันวาคม 2568

  • adminadmin
  • December 22, 2025
สกมช. เปิดตัวแพลตฟอร์มกลาง Sectoral CERT แบบรวมศูนย์ยกระดับการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ของประเทศ

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ  
(สกมช.) จัดงานประชาสัมพันธ์กิจกรรมการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อสนับสนุนการจัดตั้ง Sectoral CERT แบบรวมศูนย์ (Centralized Sectoral CERT Management Platform Development) ณ โรงแรมทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น  
โดยมีหน่วยงานภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง 

พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ  
กล่าวว่า การพัฒนาแพลตฟอร์มกลางดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย ท่ามกลางบริบทที่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลได้เข้าไปมีบทบาทในทุกภาคส่วน ขณะเดียวกันภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความซับซ้อน เชื่อมโยงเป็นวงกว้าง และส่งผลกระทบในระดับประเทศมากขึ้น โดยการรับมือ 
ภัยคุกคามไซเบอร์ในปัจจุบันไม่สามารถดำเนินการแบบต่างคนต่างทำได้อีกต่อไป จำเป็นต้องอาศัยการเชื่อมโยง ประสานงาน และแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเป็นระบบ แพลตฟอร์มกลางเพื่อสนับสนุนการจัดตั้ง Sectoral CERT แบบรวมศูนย์ 
จึงถูกพัฒนาขึ้นในฐานะ “กลไกเชิงโครงสร้าง” ที่ช่วยให้หน่วยงานในภาคส่วนเดียวกันสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีเอกภาพ มีมาตรฐานเดียวกัน และเชื่อมโยงกับกลไกความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในระดับชาติ 

จากการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน สกมช. อธิบายว่า จุดเริ่มต้นของโครงการฯ มาจากการวิเคราะห์ปัญหา 
การดำเนินงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งพบข้อจำกัดสำคัญ ได้แก่ การที่ข้อมูลด้านความมั่นคงปลอดภัยกระจายอยู่หลายระบบ การตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ล่าช้าจากกระบวนการแบบ Manual การขาดแคลนบุคลากรด้าน SOC และการขาดการบูรณาการข้อมูลและการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ 

แพลตฟอร์มกลาง Sectoral CERT แบบรวมศูนย์จึงถูกออกแบบมาเพื่อรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูล 
จากระบบด้านความมั่นคงปลอดภัยหลายประเภทไว้ในจุดเดียว สนับสนุนการเฝ้าระวังและวิเคราะห์เหตุการณ์แบบ Real-time ใช้ Automation และ Threat Intelligence ช่วยลดภาระบุคลากร เพิ่มความรวดเร็วในการตรวจจับและตอบสนองต่อเหตุการณ์ รวมถึงเสริมประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคามระหว่างหน่วยงาน 

นอกจากนี้ สกมช. ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนา “คน” ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยี โดยได้จัดกิจกรรมอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่หน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้บุคลากรสามารถเข้าใจบทบาทของ Sectoral CERT และใช้งานแพลตฟอร์มกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การเฝ้าระวัง ตรวจจับ วิเคราะห์ ไปจนถึงการตอบสนองต่อเหตุการณ์ไซเบอร์ร่วมกันอย่างเป็นระบบ 

สำหรับหน่วยงานที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สกมช. เปิดโอกาสให้สามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มกลาง Sectoral CERT ได้อย่างเป็นระบบ ผ่านการประสานงานกับ ThaiCERT พร้อมทั้งสนับสนุนด้านมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูล การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ในภาพรวมของประเทศ 

เลขาธิการ สกมช. กล่าวทิ้งท้ายว่า แพลตฟอร์มกลางเพื่อสนับสนุนการจัดตั้ง Sectoral CERT แบบรวมศูนย์
จะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ภาคธุรกิจ และสังคมไทย พร้อมขับเคลื่อนประเทศไปสู่สังคมดิจิทัลที่มีความมั่นคงปลอดภัย และเข้มแข็ง  

  • adminadmin
  • December 21, 2025
ด้วยรักและห่วงใย…ไทยพีบีเอส:

จู่ๆก็เกิดเรื่องเน่าๆฉาวโฉ่ขึ้นกับไทยพีบีเอส ทั้งๆที่เพิ่งจะสะสมแต้มบวก ทำคะแนนนิยมเป็นกอบเป็นกำจากวิกฤตอุทกภัยหาดใหญ่ อย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นองค์กรสื่อสาธารณะ ที่มีภาษีเงินได้แผ่นดินเป็นน้ำหล่อเลี้ยง
เรื่องเน่าฉาวโฉ่ที่ปะทุขึ้น สะกิดต่อมความรักความห่วงใยให้อักเสบขึ้นอย่างเฉียบพลัน ด้วยเหตุผล ๒ ประการ
๑.มีส่วนในการ”ทำคลอด”คณะกรรมการนโยบายไทยพีบีเอส ชุดปัจจุบันหลายคน
๒.มีเพื่อนร่วมรุ่นร่วมสถาบัน”แหล่งศึกษาร่มเย็น เด่นริมสายชล…” เป็นผู้บริหารชุดปัจจุบัน

เราไม่เชื่อว่าคณะกรรมการไทยพีบีเอส จะดื้อด้านดันทุรังต่อสัญญาจ้างคุณเทพชัย หย่อง ออกไปอีก ๑ ปีหลังสิ้นสุดสัญญาตามที่ปรากฏเป็นข่าว
เราไม่เชื่อว่าเพื่อนของเรา “วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์” จะยอมทำละลายศรัทธาความน่าเชื่อถือของตัวเองที่สะสมมาทั้งชีวิต เพื่อแลกกับการอนุรักษ์ความสกปรกโสมมในไทยพีบีเอสตามที่เป็นข่าว
เราไม่เชื่อเด็ดขาดว่าเพื่อนของเรา “วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์”และ”อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนากิจ” จะสมคบคิดกันจัดกระบวนการคัดเลือกผู้อำนวยการสำนักข่าว พอเป็นพิธี โดยการอ้างระเบียบ ส.ส.ท.ปิดจบด้วยข้อความ”ไม่มีผู้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก” เพื่อปูทางสู่การสร้างความชอบธรรมในการต่ออายุผู้อำนวยการสำนักข่าวคนปัจจุบันออกไปอีก…ตามที่มีการซุบซิบนินทา

เราอยากเห็นเพื่อนของเรา ทำความโปร่งใสให้เกิดขึ้น เหมือนตอนสรรหาผู้อำนวยการไทยพีบีเอส ด้วยการเปิดเผยเกณฑ์การคัดเลือก และผลคะแนนของผู้สมัครแต่ละคนออกมาให้สาธารณชนได้เห็นอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
เราอยากเห็นเพื่อนของเรา ใช้ต้นทุนความดี จัดการชำระสะสาง “คราบสกปรก” ที่เป็นรอยด่างในไทยพีบีเอสให้สะอาดเอี่ยม เปล่งประกายแห่งความเป็น “องค์กรข่าวที่คุณวางใจ”
เราอยากเห็นการเอาใจใส่ตรวจสอบพฤติกรรมการใช้ทรัพย์สินขององค์กรที่อาจเข้าข่ายทุจริตประพฤติมิชอบ อย่างจริงจัง

เราอยากเห็นการออกแบบพัฒนากลไกกระบวนการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบความถูกต้อง-โปร่งใส ในทุกกระบวนงานของไทยพีบีเอส เพื่อให้การใช้จ่ายเงินภาษีอากรของแผ่นดินเกิดประโยชน์คุ้ม-ประหยัดสุด
เราอยากเห็นคณะกรรมการนโยบาย ทำหน้าที่อย่างเข้มข้น ในการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลการทำงานของคณะผู้บริหาร ด้วยตัวชี้วัดที่ดี ด้วยชุดข้อมูลที่ผ่านการสอบทานอย่างรอบคอบ จากคณะกรรมการตรวจสอบภายใน ที่เป็นอิสระ ปราศจากอคติ ปราศจากการชี้นำบงการ

เรามีความคาดหวังอย่างแรงกล้าที่จะได้เห็นไทยพีบีเอส เป็นองค์การแพร่ภาพและกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ที่โปร่งใส่ ปราศจาก”ปู่โสม..ม-ย่าสา..มานย์”ที่ฝังราก สร้างเครือข่ายบริวาร เพื่อเป็นองค์กรข่าวที่พึ่งได้…วางใจได้อย่างสนิทใจ
เราไม่อยากเห็นเพื่อนของเรา “ไม่ผ่านการประเมิน”…
เราไม่อยากเห็นคณะกรรมการนโยบาย ที่มีส่วนทำคลอด ต้องติดบ่วง ปปช. ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา ๑๕๗
เราไม่อยากเห็น”อำนาจ”จากการเมือง หรือ ท็อปบู้ทฉวยโอกาสเข้าสิง
ด้วยความรักและห่วงใย จากหัวใจใสสะอาด
ศักดิ์ชัย พฤฒิภัค
๒๑ ธ.ค. ๒๕๖๘

  • adminadmin
  • November 12, 2025
14ปีผ่านไป บรรลัยซ้ำซาก!!!

2554 มหาวิปโยคอุทกภัย บันดาลความบรรลัยวายวอดมูลค่านับล้านล้านบาท

รัฐบาลบอกจะทุ่มเทพัฒนากลไกป้องกัน แก้ไข ไม่ให้วอดวายซ้ำสอง

การเกิดขึ้นของ สำนักงานบริหารทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) ถือกำเนิดขึ้นด้วยข้ออ้าง”เพื่อไม่ให้เกิดความวอดวายซ้ำสอง”

14ปีผ่านไป..ล่วงมาถึงพ.ศ.2568 มี สทนช.แล้วไงล่ะ?

มันช่วยป้องกันแก้ไขบรรเทาอุทกภัยได้มั่งมั่ยล่ะ?

เคยพังยังไงเมื่อ 2554 ก็ยังคงพังแบบเดียวกันในปี 2568

สทนช.ไม่ช่วยอะไรเลย นอกจากสูบงบประมาณชาติไปปรนเปรอข้าราชการ เป็นเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน ค่าพัสดุอุปกรณ์สารพัดสารเพ

ปลดล็อคลูกหนี้-เติมทุนคนละครึ่งพลัส๑.๕

รัฐบาลเดินหน้าแก้หนี้ลูกหนี้รายย่อยวงเงินไม่เกิน ๑ แสน ด้วยกลไกเอเอ็มซี ผ่านบรรษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (แซม) พร้อมต่อยอดโครงการคนละครึ่งพลัส เวอร์ชั่น ๑.๕ อัดฉีดเงินอุดหนุนผู้ค้าในโครงการคนละครึ่งพลัส ไม่เกินรายละ ๒,๐๐๐ บาท จำกัด ๔๐๐,๐๐๐ สิทธิ์ วงเงินงบประมาณ ๘๐๐ ล้านบาท

  • adminadmin
  • December 31, 2024
ส่องชีพจรปากท้องไทย ๒๕๖๗ โคตรเพี้ยน !!

หนี้ธุรกิจท่วมกว่า ๑๕๕% ของจีดีพี แต่”ทำใบ้”
๓๖๖ วันของศักราช ๒๕๖๗ ปีมะโรง งูใหญ่ ที่กำลังผ่านพ้นไป บรรดาสำนักเศรษฐกิจทั้งระดับชาติ และระดับโลก ล้วนทำนายทายทักชีพจรปากท้องไทย เพี้ยน-เพี้ยน-เพี้ยน ไปจากความจริงโดยพร้อมเพรียงกัน

ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่มีท่านผู้ว่าการที่หยิ่งทะนงในเกียรติยศศักดิ์ศรีอย่างยิ่ง พยากรณ์ชะตากรรมเศรษฐกิจไทยปี ๒๕๖๗ เพี้ยนรุนแรงกว่าใครๆ โดยคาดการณ์จีดีพีไทยปี ๒๕๖๗ จะอ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้นจากปี ๒๕๖๖ สูงลิบลิ่วถึง ๔.๔%….มิน่าถึงได้มั่นอกมั่นใจยืนดอกเบี้ยนโยบายไว้แข็งทื่อ
ทำนองเดียวกันกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่เคยบีบคั้นกดดันรัฐบาลไทยสารพัดในช่วงที่เราเผชิญวิบากกรรมวิกฤตเศรษฐกิจปี ๒๕๔๐ ก็เพี้ยนในระดับเดียวกับธนาคารแห่งประเทศไทย ด้วยการคาดการณ์อัตราการเติบโตจีดีพีไทยปี ๒๕๖๗ ไว้ที่ ๔.๔%
ธนาคารโลก..ฝาแฝดไอเอ็มเอฟ ก็พยากรณ์เพี้ยน แต่ไม่สาหัสเท่าไอเอ็มเอฟ โดยคาดการณ์จีดีพีไทยปี ๒๕๖๗ จะโต ๓.๒% สูสีกับคำพยากรณ์ของธนาคารพัฒนาเอเซีย (เอดีบี) ที่ทำนายทายทักจีดีพีไทยปี ๒๕๖๗ ไว้ที่ ๓%
หันมาโฟกัส”ความเพี้ยน”ของคำพยากรณ์องค์กรเศรษฐกิจภาครัฐ นอกเหนือจากแบงก์ชาติผู้ทรนงกันบ้าง…
สภาพัฒน์ฯ และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง พยากรณ์จีดีพีปี ๒๕๖๗ เอาไว้เท่ากันที่ ๓.๒%
สำหรับองค์กรเศรษฐกิจภาคเอกชน ก็เพี้ยน-เพี้ยน-เพี้ยนตามๆกัน
ศูนย์วิจัยธนาคารกรุงไทย-ศูนย์วิจัยธนาคารทีทีบี และศูนย์วิจัยธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ทำนายจีดีพีไทยปี ๒๕๖๗ ไว้เท่ากันที่ ๓.๑% ขณะที่ศูนย์วิจัยธนาคารกสิกรไทย และศูนย์วิจัยธนาคารไทยพาณิชย์ คาดการณ์จีดีพีไทยปี ๒๕๖๗ ไว้เท่ากันที่ ๓.๐% ส่วนศูนย์วิจัยธนาคารกรุงศรีอยุธยา คาดการณ์จีดีพีไทยปี ๒๕๖๗ ไว้สวยหรูดูดีถึง ๓.๔%
๓๖๖ วันผ่านไป…ความจริงของจีดีพีไทยปี ๒๕๖๗ เพี้ยนไปจากคำทำนายทุกสำนักเศรษฐกิจที่เคย”ฟันธง”ไว้ก่อนสิ้นปี ๒๕๖๖ อย่างสิ้นเชิง
จีดีพีปี ๒๕๖๗ ที่คาดการณ์อยู่ระหว่าง ๓.๐-๔.๔%
จีดีพีปี ๒๕๖๗ ที่เป็นจริงคือ…โตแค่ ๒.๖% หรือมีค่าความ”เพี้ยน” สูงลิ่วถึงกว่า ๔๐%
เบื้องลึกก้นบึ้งความเพี้ยน….ถามว่าเป็นเหตุสุดวิสัยมั้ย?
คำตอบน่าจะ”ไม่ใช่”
คำตอบน่าจะมาจากความจงใจ”ละเว้น”ไม่จับเอา”หนี้ภาคธุรกิจ”มาเป็นปัจจัยในการวิเคราะห์
บรรดาสำนักเศรษฐศาสตร์ทั้งหลาย เหมือน”เตี๊ยมกัน” ให้โฟกัสอยู่แค่”หนี้สาธารณะ” ๑๒ ล้านล้านบาท กับ”หนี้ครัวเรือน” ๑๖ ล้านล้านบาท” โดยรวมหัวกันไม่ข้องแวะแตะต้อง”หนี้ภาคธุรกิจ” ที่มีขนาดมหึมาเท่ากับ”หนี้สาธารณะ+หนี้ครัวเรือน” คือ ๒๘ ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงลิบลิ่วถึงกว่า ๑๕๕% ของจีดีพี
อนาคตชะตากรรมเศรษฐกิจประเทศไทยปีใหม่ ๒๕๖๘ มีความเสี่ยงสูงยิ่งที่จะเผชิญวิบากกรรมสาหัสสากรรจ์อันเนื่องมาจากหนี้ภาคธุรกิจที่สูงกว่าจีดีพีถึง ๑.๕๕ เท่าตัวนี่แหละ….
ไม่ได้เพี้ยน และไม่ได้ขู่ แต่มันคือสัญญาณอันตรายร้ายแรงของจริง !!!

ศักดิ์ชัย พฤฒิภัค
๓๑ ธ.ค.๒๕๖๗

แง่งามในความเป็น “เพลิน พรหมแดน” หาใช่แค่ผู้บุกเบิกเพลงพูด หรือลูกทุ่งแรป..

อีกด้านที่งดงามในแง่มุมชีวิตของเพลิน พรหมแดน ที่หลายคนอาจไม่รู้จัก เพลิน พรหมแดน สนใจศึกษาธรรมกราบหลวงตามหาบัวเป็นครูบาอาจารย์ และปรวณาตนบำรุงคณะสงฆ์สายธรรมยุต สละทรัพย์บูรณะวัดกิโลสาม หรือวัดศรีอุทัย จนได้รับการยอมรับว่าเป็นวัดในคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต ของ อ.อรัญประเทศ มาจนทุกวันนี้

ผลโหวตป่าทับลาน

…………………
หลังปิดรับฟังความคิดเห็นกรณีเพิกถอนอุทยานแห่งชาติทับลานจำนวน ๒๖๕,๒๘๖.๕๘ ไร่ ออกจากการเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์
ผลของผู้แสดงความคิดเห็น ตั้งแต่ ๒๘ มิถุนายน – ๑๒ กรกฎาคม
สรุป ผลการแสดงความคิดเห็น จำนวน ๑๕ วัน
จำนวนผู้แสดงความคิดเห็นกรณีการปรับปรุง
แนวเขตอุทยานแห่งชาติป่าทับลาน
ตามมติ ครม. วันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๖ มีผลดังต่อไปนี้
มีจำนวนผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น ๙๔๗,๑๐๗ คน
ไม่เห็นด้วย จำนวน ๙๐๑,๘๙๒ คน
เห็นด้วย จำนวน ๔๕,๒๑๕ คน…

ที่มา ชัยวัฒน์ สุดปลื้ม ผลโหวตป่าทับลาน ฟุ้งประชาชนไว้ใจกรมอุทยานฯ (matichon.co.th)

ประกาศจับ ปลาหมอมหาวิบัติ!!!

มันมาได้ยังไง?
ปลาหมอมหาวิบัติ!!!
*อย่าแค่กวาดล้างปลามหาภัย
*ต้องสาวต้นตอนำปลามหาภัยเข้าประเทศ
*ใครพาปลามหาภัยเข้าเมืองมา ต้องให้มันรับผิดชอบ
*ต้องลากคอมาลงโทษให้สาสมกับความวิบัติ

โจน จันได กับผมรู้จักกันมานานเกือบๆ ๓๐ ปี ( ขออนุญาตตีสนิท เกาะคนดัง )

ชนิดว่าไม่ต้องมองตาก็รู้ใจ คนทั่วไปที่รู้จักโจน มักชื่มชมโจนกับวิถีทางเลือกที่โจนดำรงอยู่และสื่อสารกับสังคม
โจนไม่เคยปั่นแต่งใด ๆ ในการแสดงออก เพราะโจนคือโจน..จำได้ว่าเคยพูดถึงโจนในสื่อที่ทำอยู่และในวงเสวนาวิถีทางเลือกอยู่ ๒-๓ หน ว่าสุดยอดของโจน คือหารหมักเหล้าสาโท

ปรากฎว่าโดนต่อว่าเละ หาว่าให้ร้ายทำลายโจน ผมเองยังเอามาเล่ากับโจนตอนหลังๆ ก็นั่งขำกันไป แต่โจนก็ขอบคุณมิตรรักผู้ที่ชื่นชอบโจน ที่พยายามปกป้องโจน แต่โจนก็สื่อสารอยู่ตลอดเวลาว่าเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งอยู่ง่ายกินง่ายไม่สิ้นเปลือง

..วันนี้เลยเอาสูตรหมักเหล้าสาโทแบบโจน มาฝากกันครับลองทำดูแล้วจะรู้ว่าสุดๆ..
เจอกันครั้งล่าสุดที่ จ.ยโสธร เมื่อก่อนสงกรานต์ปีนี้ โจนเตรียมเปิดร้านอาหาร ประเภทเมนูตามฤดูกาล และเปิดเดือนละครั้ง ผมก็ลืมถามว่าครั้งละกี่วัน ตอนนี้ไม่รู้เปิดหรือยัง แต่โจนบอกว่าถ้าเปิดจะบอกผม
เพราะหม้กเหล้าสาโทไว้หลายสิบลิตร..วาสนาจอมโจร นิดหน่อย จริงที่โจนบอกมา