สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๒๙ เม.ย.๒๕๖๙ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย…อัสนีบาตฟาดกลางแดดเปรี้ยงที่กระทรวงเกษตรฯ เมื่อ”ราเชน ศิลปะรายะ” อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ยื่นหนังสือลาออกจากราชการแบบ”สายฟ้าแล่บ” สำแดงปฏิกิริยาความไม่พอใจกับ”ความอยุติธรรม”ขั้นบัดซบ ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อมหาชน หลังถูกสั่งย้ายไปนั่งตบยุงในตำแหน่ง “ผู้ตรวจราชการกระทรวง” @@
รัฐบาลนี้ดีนักหนาเข้าขั้น”แสนสาหัส” แค่ประเดิมบริหาราชการแผ่นดินเดือนแรก ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระดับ “อธิบดี” ผู้มีเกียรติประวัติยอดเยี่ยม ๒ คนคืออธิบดีกรมสรรพากร “กุลยา ตันติเตมิท” และ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร “ราเชน ศิลปะรายะ” ตัดสินใจ”ลาออกจากราชการ”…หันหลังให้กับความอยุติธรรม @@
ปฏิกิริยาของ ๒ อธิบดี ที่สลัดสถานะความเป็นข้าราชการโดยไม่อาลัยอาวรณ์ คือ เกียรติยศศักดิ์ศรีแห่งความเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่กำลังฟื้นคืนกลับมา หลังจากก้มหัวกุมเป้า ยอมศิโรราบเป็นทาสบริวารรับใช้นักการเมืองมายาวนาน….@@
กรณีการดีด ราเชน ศิลปะรายะ พ้นกรมฝนหลวงฯ เจ้าตัวที่ถูกกระทำเปิดโปงให้ชาวบ้านรู้กันทั่ว แต่สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เจ้ากระทรวงเกษตรฯ อ้าง”เพื่อความเหมาะสม” ส่วน วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงฯ ผู้มีอำนาจโยกย้ายตามกฏหมาย อยู่เป็น..ปิดปากเงียบกริบ ไม่มีใครไปง้างปากให้สารภาพ “คำสั่งเด้งอธิบดีกรมฝนหลวงฯ เป็นบัญชาของใคร?”
อาการที่ข้าราชการ”แข็งข้อ” ไม่ยอมงอให้กับความอยุติธรรมที่นักการเมืองยัดเยียดให้ กำลังตอกย้ำคำอภิปรายของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่อนุทิน ชาญวีรกูล แถลงนโยบายรัฐบาล ๙ เม.ย.โดยสะกิดเตือนให้รัฐบาลยึดมั่นทำตามนโยบายข้อที่ 3 ของรัฐบาล ที่ระบุถึงการยึดมั่นในหลักนิติธรรมและการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานธรรมาภิบาล และชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา อดีตนายกรัฐมนตรี อภิปรายสำทับให้ซื่อสัตย์ต่อคำถวายสัตย์ปฏิญาณที่กล่าวหน้าพระพักตร์ โดยเน้นย้ำด้วยถ้อยคำที่หนักแน่น…”…ถ้าท่านจะทำตามคำปฏิญาณที่ทำต่อหน้าพระพักตร์ได้ ผลลัพธ์จะต้องเกิดกับประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาธิปไตยต้องงอกงามไพบูลย์อยู่บนวิถีทางที่ถูกต้อง และต้องทำให้ประเทศมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่น ถ้าท่านเห็นประชาชนเป็นเพียงทางผ่านสู่อำนาจ เห็นประชาธิปไตยเป็นเพียงพิธีกรรม เห็นประเด็นเรื่องความมั่นคง จริยธรรมเป็นเพียงการหาเสียงหรือเครื่องมือทางการเมือง ท่านจะไม่ได้ปฏิบัติตามคำปฏิญาณตนที่ท่านให้ไว้ต่อหน้าพระพักตร์ และทุกคนในประเทศจะบอกว่าพอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” …เมื่อเห็นกงจักรเป็นดอกบัว…เมื่อมุ่งหนทางสู่นรกภูมิ จงอย่าได้ร่ำไห้เสียใจเมื่อบาปกรรมที่ทำไว้ตามคิดบัญชี @@
ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ กรมราชทัณฑ์ อนุมัติพักโทษ “นักโทษ” ๘๖๙ คน ในจำนวนนี้มีชื่อ “นช.ทักษิณ ชินวัตร” รวมอยู่ด้วย กำหนดปล่อยตัวพ้นเรือนจำ ๑๑ พ.ค. ด้วยเงื่อนไขต้องใส่กำไลอีเอ็ม จนกว่าจะพ้นโทษวันที่ ๙ ก.ย.ปีนี้….จับตาฉากทัศน์การเมืองไทยนับจาก ๑๑ พ.ค.เป็นต้นไป @@
ฮูก ตาตี่
