สวนข่าวประจำวันศุกร์ที่ ๑๐ เม.ย. ๒๕๖๙ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…เกิดปรากฏการณ์”อึ้ง-ทึ่ง-ตะลึง”ในค่ายสีฟ้าประชาธิปัตย์ เมื่อรองหัวหน้าพรรค ที่เป็นคู่สมรส กับอดีตรมช.พาณิชย์ พรรคเพื่อไทย คู่แรกของเมืองไทยตาม”กฏหมายสมรสเท่าเทียม” ไปมีชื่อร่วมดรีมทีมศุภจี สุธรรมพันธ์ุ แห่งบ้านสีน้ำเงินภูมิใจไทย หรือนี่คือนวัตกรรมการเมืองข้ามขั้ว @@
กระแสแฟชั่นการเมืองข้ามขั้วกำลังระบาด…จากบ้านสีฟ้า ลามไปที่บ้านสีส้ม เมื่อ”ครูจวง” ปารมี ไวจงเจริญ สมาชิกบ้านสีส้ม มีใจให้กับ รมช.กระทรวงศึกษาธิการ จากบ้านสีแดง ถึงขั้นยอมสละสถานะสมาชิกบ้านสีส้ม ไปช่วยงานที่กระทรวงศึกษาธิการ….@@
หลายคนชื่นชมกระแสการเมืองข้ามขั้ว บ่งชี้”สัญญาณเชิงบวก”กับชาติบ้านเมืองสะท้อนความเป็น”ไทยหนึ่งเดียว” มุ่งหวังผลพาประเทศออกจากกับดักปัญหา ไม่แบ่งฝักฝ่าย…สาธุ @@
องศาความร้อนในห้องประชุมรัฐสภาพุ่งปรู๊ดปร๊าด เมื่อรังสิมันต์ โรม แห่งบ้านสีส้มขยี้แผลที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปิดไว้วันก่อน รัฐมนตรีหลายคน รวมทั้งนายกรัฐมนตรี ไม่น่าจะสอบผ่านคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ถ้าใช้มาตรฐานคุณสมบัติเดียวกัน ด้วยการเจาะลึกลงรายละเอียด ประเสริฐ จันทรรวงทอง ที่ถูกดีเอสไอกล่าวโทษ เป็นรัฐมนตรีได้ แต่ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นไม่ได้ ทั้งที่ยังไม่ถูกกล่าวโทษใดๆ….นั่นน่ะซินะมันหลักนิติธรรม-บังคับใช้กฏหมายอย่างเสมอภาคประสาอะไร อนุทิน ชาญวีรกูล ก็ยังเป็นนายกรัฐมนตรีได้-สุชาติ ชมกลิ่น ก็ยังเป็น รมว.กระทรวงทรัพย์ฯได้ท่านนายกรัฐมนตรี @@
อึกอักอมพะนำขมิบชื่อ”ไอ้โม่ง”ฉวยโอกาสพลิกวิกฤตราคาน้ำมัน โกยกำไรเป็นกอบเป็นกำอยู่หลายนาน วันนี้ รังสิมันต์ โรม เปิดชื่อให้รู้ทั่วกันกลางที่ประชุมรัฐสภา…”เสี่ยตือ ซี้โกเกี๊ยะ” @@
ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ใช้สิทธิกล่าวแสดงความเห็นส่งท้ายการอภิปรายนโยบายรัฐบาล ด้วยอวจนภาษา”ยะโสลำพอง” และวจนภาษา “โอ้อวดสรรพคุณตัวเอง” ยืนยันพิจารณาคัดเลือกรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลด้วยความละเอียด-รอบคอบ-ระมัดระวัง พร้อมกับตอกย้ำ นำความสำเร็จที่ใช้ในการบริหารภาคเอกชนมาใช้ทำงาน ไม่สร้างภาพ ทุกคนที่มอบงานให้ต้องมั่นใจว่าเขาทำได้….ยังไงก็ตาม นายกฯอนุทิน ต้องจำกระแสพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันเข้าเฝ้าถวายสัตย์ไว้ให้จงดี และพึงต้องทุ่มเททำให้ได้ ห้ามขาดตกบกพร่องเด็ดขาด ”…การทำหน้าที่ของท่านนั้น มีผลหลายอย่าง กล่าวคือ ผลต่อประชาชน ซึ่งควรได้รับความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ผลต่อประชาธิปไตย ซึ่งควรเจริญงอกงามในวิถีทางที่ถูกต้อง และผลต่อประเทศชาติ ซึ่งควรมีความมั่นคง เป็นปึกแผ่น และพัฒนาไปอย่างยั่งยืน หากทุกท่านปฏิบัติหน้าที่โดยระลึกถึงประโยชน์ทั้งสามส่วนนี้เป็นสำคัญ ก็จะสามารถรักษาคำปฏิญาณที่ให้ไว้ และนำพาชาติบ้านเมืองให้ผ่านพ้นอุปสรรคปัญหาต่างๆไปสู่ความวัฒนาสถาพรได้อย่างแท้จริง…” @@
ฮูก ตาตี่
