สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ เม.ย.๒๕๖๙ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเ

สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ เม.ย.๒๕๖๙ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย…ควันหลงจากกรณี”ดีดนอกฤดู” อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ฟุ้งตลบอบอวลถึงขั้น”เดอะซัน” ประกาศเตรียมพร้อม”ฟ้องหมิ่นประมาท” โทษฐานกล่าวหาให้ร้าย”หลานชายสุดที่รัก” แต่งานนี้นายกฯหนูบอก”ขอไม่ยุ่ง” @@

เบื้องลึกศึกศักดิ์ศรีในกระทรวงเกษตรฯระหว่างอธิบดีกรมฝนหลวงฯ กับ เครือญาติเจ้ากระทรวง บานปลายไปถึงศึกเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดสกลนคร ตอนต้นปี ระหว่าง”ทายาทอธิบดี” สวมเสื้อพรรคภูมิใจไทย แข่งกับ ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย แถม อธิบดี มีแผนลงสมัคร นายก อบจ.สกลนคร ในนามพรรคภูมิใจไทย หลังปิดฉากชีวิตข้าราชการ….@@

ความอื้อฉาวที่กำลังระเบิดเถิดเทิงในกระทรวงเกษตรฯ ในโควต้าพรรคเพื่อไทย หนีไม่พ้นต้องเป็นเผือกร้อน ที่ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อว. ต้องชำระสะสางให้สะเด็ดน้ำ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ…@@

ธีรศักดิ์ จิระตราชู-ปวิตรา จิตตกิจ-พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์-ณพัฎน์ จิตตภินันท์กัณตา ๔ ส.ส.หน้าใหม่พรรคประชาชน แฉแบบเรียน กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ “ราคาแพง-คุณภาพต่ำ-เนื้อหาล้าสมัย”…งานนี้กระสุนตกใส่พรรคเพื่อไทยอีก ๑ ห่า @@

สงครามตะวันออกกลางกดจีดีพีเหี่ยวเฉา แต่ที่ไต้หวันเกิดปรากฏการณ์”จีดีพีโลกตะลึง”..สำนักงานสถิติไทเป แห่งไต้หวัน รายงานจีดีพีไตรมาสแรกปีนี้อ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วแบบก้าวกระโดดด้วยอัตราการขยายตัวสูงลิ่วถึง ๑๓.๗ % เหนือความคาดหมายของนักเศรษฐศาสตร์ทุกสำนักที่ทำนายอัตราการขยายตัวของจีดีพีไว้ที่ ๑๑.๓% โดยได้แรงส่งจากความต้องการชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์พุ่งขึ้นมโหฬาร…หันมาดูจีดีพีอาการเหมือน”หมาหงอย” @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…คลื่นข้าราชการกรมสรรพากร-กรมศุลกากร-กรมบัญชีกลาง หอบดอกกุหลาบอาบน้ำตาร่วมแสดงความรักอาลัยอาวรณ์ “อธิบดีอุ๋ย”กุลยา ตันติเตมิท” ในโอกาสทำงานในฐานะข้าราชการวันสุดท้าย….

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๒๙ เม.ย.๒๕๖๙ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย…อ

สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๒๙ เม.ย.๒๕๖๙ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย…อัสนีบาตฟาดกลางแดดเปรี้ยงที่กระทรวงเกษตรฯ เมื่อ”ราเชน ศิลปะรายะ” อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ยื่นหนังสือลาออกจากราชการแบบ”สายฟ้าแล่บ” สำแดงปฏิกิริยาความไม่พอใจกับ”ความอยุติธรรม”ขั้นบัดซบ ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อมหาชน หลังถูกสั่งย้ายไปนั่งตบยุงในตำแหน่ง “ผู้ตรวจราชการกระทรวง” @@

รัฐบาลนี้ดีนักหนาเข้าขั้น”แสนสาหัส” แค่ประเดิมบริหาราชการแผ่นดินเดือนแรก ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระดับ “อธิบดี” ผู้มีเกียรติประวัติยอดเยี่ยม ๒ คนคืออธิบดีกรมสรรพากร “กุลยา ตันติเตมิท” และ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร “ราเชน ศิลปะรายะ” ตัดสินใจ”ลาออกจากราชการ”…หันหลังให้กับความอยุติธรรม @@

ปฏิกิริยาของ ๒ อธิบดี ที่สลัดสถานะความเป็นข้าราชการโดยไม่อาลัยอาวรณ์ คือ เกียรติยศศักดิ์ศรีแห่งความเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่กำลังฟื้นคืนกลับมา หลังจากก้มหัวกุมเป้า ยอมศิโรราบเป็นทาสบริวารรับใช้นักการเมืองมายาวนาน….@@

กรณีการดีด ราเชน ศิลปะรายะ พ้นกรมฝนหลวงฯ เจ้าตัวที่ถูกกระทำเปิดโปงให้ชาวบ้านรู้กันทั่ว แต่สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เจ้ากระทรวงเกษตรฯ อ้าง”เพื่อความเหมาะสม” ส่วน วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงฯ ผู้มีอำนาจโยกย้ายตามกฏหมาย อยู่เป็น..ปิดปากเงียบกริบ ไม่มีใครไปง้างปากให้สารภาพ “คำสั่งเด้งอธิบดีกรมฝนหลวงฯ เป็นบัญชาของใคร?”

อาการที่ข้าราชการ”แข็งข้อ” ไม่ยอมงอให้กับความอยุติธรรมที่นักการเมืองยัดเยียดให้ กำลังตอกย้ำคำอภิปรายของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่อนุทิน ชาญวีรกูล แถลงนโยบายรัฐบาล ๙ เม.ย.โดยสะกิดเตือนให้รัฐบาลยึดมั่นทำตามนโยบายข้อที่ 3 ของรัฐบาล ที่ระบุถึงการยึดมั่นในหลักนิติธรรมและการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานธรรมาภิบาล และชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา อดีตนายกรัฐมนตรี อภิปรายสำทับให้ซื่อสัตย์ต่อคำถวายสัตย์ปฏิญาณที่กล่าวหน้าพระพักตร์ โดยเน้นย้ำด้วยถ้อยคำที่หนักแน่น…”…ถ้าท่านจะทำตามคำปฏิญาณที่ทำต่อหน้าพระพักตร์ได้ ผลลัพธ์จะต้องเกิดกับประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาธิปไตยต้องงอกงามไพบูลย์อยู่บนวิถีทางที่ถูกต้อง และต้องทำให้ประเทศมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่น ถ้าท่านเห็นประชาชนเป็นเพียงทางผ่านสู่อำนาจ เห็นประชาธิปไตยเป็นเพียงพิธีกรรม เห็นประเด็นเรื่องความมั่นคง จริยธรรมเป็นเพียงการหาเสียงหรือเครื่องมือทางการเมือง ท่านจะไม่ได้ปฏิบัติตามคำปฏิญาณตนที่ท่านให้ไว้ต่อหน้าพระพักตร์ และทุกคนในประเทศจะบอกว่าพอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” …เมื่อเห็นกงจักรเป็นดอกบัว…เมื่อมุ่งหนทางสู่นรกภูมิ จงอย่าได้ร่ำไห้เสียใจเมื่อบาปกรรมที่ทำไว้ตามคิดบัญชี @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ กรมราชทัณฑ์ อนุมัติพักโทษ “นักโทษ” ๘๖๙ คน ในจำนวนนี้มีชื่อ “นช.ทักษิณ ชินวัตร” รวมอยู่ด้วย กำหนดปล่อยตัวพ้นเรือนจำ ๑๑ พ.ค. ด้วยเงื่อนไขต้องใส่กำไลอีเอ็ม จนกว่าจะพ้นโทษวันที่ ๙ ก.ย.ปีนี้….จับตาฉากทัศน์การเมืองไทยนับจาก ๑๑ พ.ค.เป็นต้นไป @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๒๘ เม.ย.๒๕๖๙ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมี

สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๒๘ เม.ย.๒๕๖๙ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย…ไวรัลขายทุเรียน”เกรดพรีเมี่ยม”ลูกละ ๑๐๐ บาท จำนวน ๑ ล้านลูก มูลค่า ๑๐๐ ล้านบาท ด้วยวิธี”ไลฟ์คอมเมิร์ซ” โดยอินฟลูเอ็นเซอร์ ชื่อดัง”พิมรี่ พาย”วัย ๓๖ ปี มีผู้ติดตามเฉียด ๗ ล้านคน ชาวบ้านเมาท์กันสนั่นเมือง…ช่วยใครกันแน่ เมื่อทุเรียนลูกละ ๑๐๐ แค่”หน้าปก” แต่เนื้อในปั่นขึ้นไปถึงลูกละ ๑๐,๐๐๐ บาท??@@

รองนรม.และรมว.พาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ อ้างเหตุผลจำเป็นต้องโหมทำตลาดแบบ”ทุบราคา” เป็นเพราะปริมาณผลผลิตทุเรียนปีนี้ สูงถึง ๒ ล้านตัน มากกว่าปีที่แล้ว ๓๓% เมื่อแตกเป็นจำนวนกิโลกรัมเท่ากับ ๒ พันล้าน กก.โดยเฉลี่ยน้ำหนักทุเรียน ๒.๕ กก.ต่อลูก เท่ากับมีจำนวนทุเรียน ๘๐๐ ล้านลูก โดยเฉลี่ยคนไทยกินทุเรียน(สด) ๑๐ ลูกต่อคนต่อปี คิดเป็นจำนวนรวมกันประมาณ ๕๐๐ ล้านลูก จะเหลือส่วนเกิน ๕๐๐ ล้านลูก สำหรับส่งออก-แปรรูปไปได้สารพัดทั้งทุเรียนทอด เค้ก คุ๊กกี้ ไอศครีม…ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้อง”ทุบราคา” @@

ชวนคิดชวนสงสัย…รอง นรม.และรมว.พาณิชย์ ศุภจี ต้องยิ้มสู้ดราม่าทุเรียนแบบโดดเดี่ยว ต่างกันลิบลับกับกรณีรองนรม.และรมว.พิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่โดนดราม่าน้ำมันก่อนหน้านี้ ตอนนั้นทั้งขุน-เบี้ย ออกมาทำหน้าที่องครักษ์พิทักษ์”พิพัฒน์”กันอย่างขยันขันแข็ง….มันแปลกจังเลยนะ @@

หลายคนวิเคราะห์ท่าทีที่เปลี่ยนไปของ นายกฯอนุทิน ต่อ “ศุภจี” น่าจะเป็นเพราะผลงานไม่มีอะไรเข้าตา ตั้งแต่ปัญหาราคามะพร้าว-ราคาปาล์มน้ำมัน-ราคาสินค้า…กระทั่งล่าสุดไลฟ์สดขายทุเรียน @@

ที่ประชุมครม.วันนี้เคาะเดินหน้าเรื่องสำคัญหลายเรื่อง ๑).เห็นชอบสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ก่อหนี้เสริมสภาพคล่องวงเงิน ๒ หมื่นล้านบาท ๒).ไฟเขียวปรับโครงสร้างค่าไฟ โดยทุกครัวเรือนทั่วไทย จำนวน ๒๓.๒ ล้านครัวเรือนจ่ายค่าไฟ ๒๐๐ หน่วยแรก อัตราหน่วยละ ๓ บาท ส่วนที่เกินจาก ๒๐๐ ถึง ๔๐๐ หน่วย จ่ายค่าไฟอัตราหน่วยละ ๓.๙๕ บาท และส่วนที่เกินจาก ๔๐๐ หน่วยขึ้นไป จ่ายค่าไฟอัตราหน่วยละ ๕.๕๐ บาท ๓).อนุมัติจ่ายงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน ๑,๑๖๒.๒๗ ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายจัดการประชุมธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ระหว่างวันที่ ๑๒-๑๘ ต.ค.๒๕๖๙ คาดหมายจะมีผู้ร่วมประชุมจาก ๑๙๑ ประเทศ จำนวนกว่า ๑๕,๐๐๐ คน @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน “เจ้าประจำกระทรวงแรงงาน” แฉสินทรัพย์สำนักงานประกันสังคม “ล่องหน”หายไปจากรายงานการเงินการบัญชีปี ๒๕๖๘ มูลค่ามหาศาล”เกือบ ๔ พันล้านบาท” แต่ผู้บริหารไม่กระตือรือล้นอธิบายชี้แจงด้วยความรวดเร็ว แต่แจ้งให้รอประชุมบอร์ด ๑๙ พ.ค….สงสัยรายการนี้ท่านรมว.แรงงาน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ต้องออกแรงกระแทกกระทั้นเค้นความจริงออกมาโดยไว @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ เม.ย.๒๕๖๙ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเม

สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ เม.ย.๒๕๖๙ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย…อาการประเทศไทยตอนนี้ คล้องจองกับส่วนหนึ่งของบทเพลง”หัวใจเมือง”ที่ประพันธ์โดย “อัครรักษ์” หรือ “ศิราณี” หรือ “ถนอม อัครเศรณี” อดีตหัวหน้าข่าวสตรีน.ส.พ.ไทยรัฐ…”เมืองใดไร้ธรรมอำไพ เมืองนั้นบรรลัยแน่นอน” น่าสลดหดหู่ยิ่งนัก @@

ถามว่าความยุติธรรมบ้านเมือง ทำไมถึง “ครบเครื่องเรื่องบัดซบ-บัดสี-บัดเถลิงสิ้นดี”…ทำไมประชาชนส่วนใหญ่จึงพากันหมดอาลัยตายอยากกับความยุติธรรม ยกเว้น “สาวกสีน้ำเงิน” อยากได้ยินคำวิสัชนาจากประธานศาลฏีกา ในฐานะประมุขสูงสุดแห่งองค์อำนาจตุลาการ ๑ ใน ๓ อำนาจอธิปไตยตามแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข…@@

องค์กรอิสระทั้งหลายแหล่ที่ถูกสถาปนากันขึ้นมา แทนที่จะเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชน เป็นเกียรติยศศักดิ์ศรีของประเทศ กลับสำแดงพฤติกรรมทำให้ชาวบ้านผิดหวังอย่างรุนแรง…มันเป็นองค์กรอิสระ หรือ องค์กรทาสอสูรกายการเมืองกันแน่ ??@@

สัมผัสรับรู้ความอดสูของความยุติธรรมตำหูตำตาไปทั่วเมืองไทยแล้ว ไม่มีอะไรต้องแปลกใจ ถ้า “ดัชนีคอร์รัปชั่นปี ๒๕๖๙” ที่จะรายงานกันออกมาช่วงต้นปี ๒๕๗๐ องค์กรความโปร่งใสนานาชาติ จะตัดคะแนนประเทศไทย จาก ๓๓ แต้มที่ได้ล่าสุด ไปอยู่แถวๆ ๒๐ แต้ม เท่ากับกัมพูชา หรือ ๑๖ แต้มเท่ากับเมียนมา…อัปยศสิ้นดี @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ ชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายกรีด”ร่างนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.๒๕๖๘-๒๕๗๐” ที่เสนอโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ตั้งข้อสงสัย “ถ้าไม่ใช้กฏหมายแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ แล้วจะใช้อะไรแก้” ขณะที่ ที่ประชุม สมช.ตั้ง ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ทำหน้าที่ “หัวคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้”…ไม่รู้ไฟใต้ที่โชนแสงมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า ๗,๘๐๐ ชีวิต หมดงบประมาณไปแล้วกว่า ๕ แสนล้านบาท จะดับมอดลงกี่โมง @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๒๒ เม.ย.๒๕๖๙ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย…นา

สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๒๒ เม.ย.๒๕๖๙ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย…นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ใส่หมวก รมว.มหาดไทย กำชับสั่งการ ผวจ.ทั่วประเทศ รวมทั้ง ผู้ว่า กทม.ให้ทำหน้าที่ “นายกรัฐมนตรีรัฐบาลส่วนหน้า” เป็นที่พึ่งประชาชนในการต่อสู้เอาชนะภัย ๔ ด้านตามนโยบายรัฐบาล ๑).ภัยความมั่นคง ๒).ภัยเศรษฐกิจ ๓).ภัยสังคม ๔).ภัยสิ่งแวดล้อม มี ๓ รมช.นั่งประดับบารมีอยู่ใกล้ๆ @@

ไม่กู้เอาไม่อยู่…รองนรม.และรมว.คลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ สารภาพเตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงิน ๕ แสนล้านบาท สมทบ พ.ร.บ.โอนเงินงบประมาณรายจ่ายปี ๒๕๖๙ ประมาณ ๑ แสนล้านบาท และหนุนเสริมงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๗๐ วงเงิน ๓.๗๘๘ ล้านล้านบาท บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน สู้สถานการณ์วิกฤต…@@

อุตส่าห์ได้รับความไว้ใจจากนายกฯหนู ให้เป็นถึง”แม่ทัพเศรษฐกิจ” แต่รองนรม.และรมว.คลัง เอกนิติ กลับไม่กล้าฟันธงเรื่องขึ้น-ไม่ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม จาก ๗ เป็น ๑๐ % ทั้งที่ควรพูดให้หนักแน่นชัดเจนไปเลย…”ภาษีมูลค่าเพิ่มจะถูกตรึงไว้ที่ ๗% ตราบใดก็ตามที่จีดีพีประเทศโตต่ำกว่า ๕% “ @@

พิลึกกึกกือผิดจังหวะ…พิพัฒน์ รัชกิจประการ รอง นรม.และ รมว.คมนาคม งัดไม้เด็ดเตรียมทุ่มงบกว่า ๑.๔ แสนล้านบาท ซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าทุกสายจากภาคเอกชน มาไว้กับ รฟม.เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และการกำหนดอัตราค่าโดยสาร…ชาวบ้านสงสัยรัฐบาลไส้แห้งจะเอาตังค์ที่ไหนมาซื้อ @@

รวยไม่ไหวแล้ว…๑๑ แบงก์โชว์ตัวเลขผลกำไรสุทธิไตรมาสแรกปีนี้ ๖๘,๖๘๓ ล้านบาท บานฉ่ำขึ้นกว่า ๒๐% จากไตรมาสที่ ๔ ปี ๒๕๖๘ โดยกสิกรไทย ทำกำไรสุทธิโตขึ้นมากสุดกว่า ๔๒% @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี อดีตนาวิกโยธิน ผู้ต้องหาคนสำคัญคดีลอบสังหาร ส.ส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ถูกกองกำลังฝั่งเมียนมา จับตัวส่งมอบทางการไทย บริเวณชายแดนไทยเขตติดต่อเมืองพญาตองซู ประเทศเมียนมา…ลุ้นการเค้นสอบขยายผลมัดตัว”จอมบงการ”@@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๒๑ เม.ย.๒๕๖๙ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๒๑ เม.ย.๒๕๖๙ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย…แปลกจัง วันนี้วันมหามงคลครบรอบ ๒๔๔ ปี แห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ที่ริเริ่มฟื้นฟูโดยสนธยา คุณปลื้ม ขณะดำรงตำแหน่ง รมว.วัฒนธรรม และถือปฏิบัติต่อเนื่องเป็นประเพณีเรื่อยมา โดยปกติเจ้าภาพหลักคือกระทรวงวัฒนธรรม แต่ปีนี้พิเศษหรือพิลึกไม่อาจรู้ได้…เจ้าภาพกลายเป็นกระทรวงกลาโหม @@

ประชุม ครม.นัดที่ ๒ ของรัฐบาลอำนาจเต็ม ภายใต้นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ออกมติน่าสนใจหลายเรื่อง ๑).ตั้ง”กองทุนเพื่อการสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบสาธารณภัย” เป้าหมายสำคัญสุดคือลดภาระ”งบกลาง” ๒).ไฟเขียวหน่วยงานรัฐ จ้างทนายความเอกชน สู้คดีอาญา แค่มีเงื่อนไข “พนักงานอัยการ” ปฏิเสธแก้ต่างคดี ๓).ตั้ง “นพดล เภรีฤกษ์” เป็น เลขาธิการ คณะกรรมการกฤษฏีกา แทน “ปกรณ์ นิลประพันธ์” ที่ลาออกไปรับตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี….ไม่มีชุดมาตรการบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพจากวิกฤตพลังงานช่วยเหลือประชาชนตามเคย-ทนทุรนทุรายต่อไปนะประชาชน @@

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนรม.และรมว.คลัง ตัวจริงเรื่องเพดานหนี้สาธารณะ-ก่อหนี้-ภาษีมูลค่าเพิ่ม พูดชัด ขยับเพดานหนี้เพิ่มจาก ๗๐% ของจีดีพี ยังไม่จำเป็นถ้าก่อหนี้ไม่เกิน ๘ แสนล้านบาท-ก่อหนี้มั้ย..ก่อแน่-เพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มล่ะ…ไม่ยืนยันไม่ปฏิเสธ @@

ค่ายสีฟ้า เดินหน้าการเมืองสุจริต ประเดิมลุยตรวจสอบกรณี ปปช.”ปลดล็อค” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชายครูใหญ่ค่ายสีน้ำเงิน สวนคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ…งานนี้ ปปช.มีหนาวแน่นอน @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ เรียบร้อยลงตัว…หลวงปู่ศิลา(พระเทพวัชรธรรมโสภณ)สละสถานะเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหมื่นหิน ปล่อยวางการดูแลวัดสวนธรรมปีติ มุ่งเจริญรอยตามเบื้องบาทองค์พระบรมศาสดา พร้อมกับเมตตาเสนอชื่อพระครูปลัดวชิรโสภณญาณ(พระอาจารย์นัด) เป็นเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหมื่นหิน และพระครูสังฆรักษ์เธียรชัย ธีรวํโส(พระครูนิค) เป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดสวนธรรมปีติ…สาธุ-สาธุ-สาธุ @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันจันทร์ที่ ๒๐ เม.ย.๒๕๖๙ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันจันทร์ที่ ๒๐ เม.ย.๒๕๖๙ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย…แอบปิดสวนข่าวหนีเที่ยวสงกรานต์บานฉ่ำซะหลายวัน ได้ฤกษ์กลับมาเปิดสวนข่าวจับข่าวมาขยี้ขยำตามปกติแล้ว…”ฮูก ตาตี่” ขอรายงานตัว @@

ความถูกต้อง-ความยุติธรรม ยุครัฐพันลึก เหมือนถูกจับยัดใส่คุกมืด แสงสว่างส่องไม่ถึง ตรงกันข้าม “ซาตาน”ที่ถูกสาป กลับกำลังได้รับการปลดปล่อยด้วยอำนาจบริวารจอมมารอีสานใต้…เมื่อไหร่หนอจอมเทพจะล้างมนต์ดำจอมมารบันดาลความสว่างไสวให้กับความถูกต้อง-ยุติธรรมซะที @@

นายกฯอนุทิน ขึ้นเวทีเดี่ยวไมโครโฟนให้นโยบายจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.๒๕๗๐ โชว์วิสัยทัศน์ต้อง “ซีโร่เบส” (Zero-Based) ไม่เอาแบบตัดแปะ “ก๊อปปี้ แอนด์ เพสต์” (Copy and Paste) ดูมาดขึงขังทะมัดทะแมงน่าเชื่อถือ แต่ขอโทษทีพูดแล้วมุ่งหวังผลจริงจัง ต้องบี้-ขยี้สำนักงบประมาณอย่างเข้มข้น ตัดรายการประเภท “ตัดแปะ” จากงบปีก่อน-งบทัศนาจรต่างประเทศที่ซ่อนแอบมาในรูปงบศึกษาดูงานหลักสูตรบ้าบอคอแตกทั้งหลาย เอาออกให้เหี้ยน ด้วยเหตุไม่สอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤตและภัยพิบัติ แล้วไปโป๊ะเป็น”งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น” @@

แค่สัปดาห์ที่ ๒ ของรัฐบาลในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบ รัฐมนตรีพูดเรื่องเดียวกันไปคนละทิศละทาง…รองนายกฯด้านกฏหมายปกรณ์ นิลประพันธ์ บอกจำเป็นต้องยกเพดานหนี้สาธารณะต่อจีดีพีขึ้นจาก ๗๐% เป็น ๗๕% เพื่อรองรับการก่อหนี้ ๕ แสนล้านบาท ส่วนรมต.ประจำสำนักนายกฯภราดร ปริศนานันทกุล บอกยังไม่ได้คุยกัน ขณะที่รองนรม.และรมว.คลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เจ้าภาพโดยตรงยังไม่พูดอะไรซักแอะ….ชาวบ้านปากอ้าตาลอยไปซิ @@

ถูกฝาถูกตัว-ถูกคนถูกงานที่สุด ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนรม.และรมว.อว.สังกัดเพื่อไทย ใช้ต้นทุนความเป็นนักวิจัยระดับสากล ปล่อยแสงแผลงฤทธิ์โชว์ผลงานตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีได้ยอดเยี่ยม ล่าสุดเปิดโครงการ Space-F Batch ๗ บ่มเพาะสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีทางอาหารระดับนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล-บริษัทไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป-บริษัทไทยเบฟเวอเรจ-บริษัทเนสเล่(ไทย)-บริษัท ฟู้ดแลนด์เวนเจอร์ แห่งไต้หวัน ชูธงนวัตกรรมอาหาร พัฒนาศรษฐกิจเพื่อสุขภาพ (Wellness Economy) สร้างความมั่นคงดด้านอาหารและโภชนาการ บนฐานอัตลักษณ์ความเป็นไทย…ยอดเยี่ยม @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…มีข่าวดีมาบอก ราคาดีเซลลดลง ๑.๒๐ บาทต่อลิตร เหลือ ๔๑.๗๐ บาทต่อลิตร มีผลพรุ่งนี้ @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันศุกร์ที่ ๑๐ เม.ย. ๒๕๖๙ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…

สวนข่าวประจำวันศุกร์ที่ ๑๐ เม.ย. ๒๕๖๙ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…เกิดปรากฏการณ์”อึ้ง-ทึ่ง-ตะลึง”ในค่ายสีฟ้าประชาธิปัตย์ เมื่อรองหัวหน้าพรรค ที่เป็นคู่สมรส กับอดีตรมช.พาณิชย์ พรรคเพื่อไทย คู่แรกของเมืองไทยตาม”กฏหมายสมรสเท่าเทียม” ไปมีชื่อร่วมดรีมทีมศุภจี สุธรรมพันธ์ุ แห่งบ้านสีน้ำเงินภูมิใจไทย หรือนี่คือนวัตกรรมการเมืองข้ามขั้ว @@

กระแสแฟชั่นการเมืองข้ามขั้วกำลังระบาด…จากบ้านสีฟ้า ลามไปที่บ้านสีส้ม เมื่อ”ครูจวง” ปารมี ไวจงเจริญ สมาชิกบ้านสีส้ม มีใจให้กับ รมช.กระทรวงศึกษาธิการ จากบ้านสีแดง ถึงขั้นยอมสละสถานะสมาชิกบ้านสีส้ม ไปช่วยงานที่กระทรวงศึกษาธิการ….@@

หลายคนชื่นชมกระแสการเมืองข้ามขั้ว บ่งชี้”สัญญาณเชิงบวก”กับชาติบ้านเมืองสะท้อนความเป็น”ไทยหนึ่งเดียว” มุ่งหวังผลพาประเทศออกจากกับดักปัญหา ไม่แบ่งฝักฝ่าย…สาธุ @@

องศาความร้อนในห้องประชุมรัฐสภาพุ่งปรู๊ดปร๊าด เมื่อรังสิมันต์ โรม แห่งบ้านสีส้มขยี้แผลที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปิดไว้วันก่อน รัฐมนตรีหลายคน รวมทั้งนายกรัฐมนตรี ไม่น่าจะสอบผ่านคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ถ้าใช้มาตรฐานคุณสมบัติเดียวกัน ด้วยการเจาะลึกลงรายละเอียด ประเสริฐ จันทรรวงทอง ที่ถูกดีเอสไอกล่าวโทษ เป็นรัฐมนตรีได้ แต่ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นไม่ได้ ทั้งที่ยังไม่ถูกกล่าวโทษใดๆ….นั่นน่ะซินะมันหลักนิติธรรม-บังคับใช้กฏหมายอย่างเสมอภาคประสาอะไร อนุทิน ชาญวีรกูล ก็ยังเป็นนายกรัฐมนตรีได้-สุชาติ ชมกลิ่น ก็ยังเป็น รมว.กระทรวงทรัพย์ฯได้ท่านนายกรัฐมนตรี @@

อึกอักอมพะนำขมิบชื่อ”ไอ้โม่ง”ฉวยโอกาสพลิกวิกฤตราคาน้ำมัน โกยกำไรเป็นกอบเป็นกำอยู่หลายนาน วันนี้ รังสิมันต์ โรม เปิดชื่อให้รู้ทั่วกันกลางที่ประชุมรัฐสภา…”เสี่ยตือ ซี้โกเกี๊ยะ” @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ใช้สิทธิกล่าวแสดงความเห็นส่งท้ายการอภิปรายนโยบายรัฐบาล ด้วยอวจนภาษา”ยะโสลำพอง” และวจนภาษา “โอ้อวดสรรพคุณตัวเอง” ยืนยันพิจารณาคัดเลือกรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลด้วยความละเอียด-รอบคอบ-ระมัดระวัง พร้อมกับตอกย้ำ นำความสำเร็จที่ใช้ในการบริหารภาคเอกชนมาใช้ทำงาน ไม่สร้างภาพ ทุกคนที่มอบงานให้ต้องมั่นใจว่าเขาทำได้….ยังไงก็ตาม นายกฯอนุทิน ต้องจำกระแสพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันเข้าเฝ้าถวายสัตย์ไว้ให้จงดี และพึงต้องทุ่มเททำให้ได้ ห้ามขาดตกบกพร่องเด็ดขาด ”…การทำหน้าที่ของท่านนั้น มีผลหลายอย่าง กล่าวคือ ผลต่อประชาชน ซึ่งควรได้รับความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ผลต่อประชาธิปไตย ซึ่งควรเจริญงอกงามในวิถีทางที่ถูกต้อง และผลต่อประเทศชาติ ซึ่งควรมีความมั่นคง เป็นปึกแผ่น และพัฒนาไปอย่างยั่งยืน หากทุกท่านปฏิบัติหน้าที่โดยระลึกถึงประโยชน์ทั้งสามส่วนนี้เป็นสำคัญ ก็จะสามารถรักษาคำปฏิญาณที่ให้ไว้ และนำพาชาติบ้านเมืองให้ผ่านพ้นอุปสรรคปัญหาต่างๆไปสู่ความวัฒนาสถาพรได้อย่างแท้จริง…” @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๙ เม.ย. ๒๕๖๙ แรม ๗ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมี

สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๙ เม.ย. ๒๕๖๙ แรม ๗ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…โหมโรงบรรเลงอย่างเป็นทางการแล้ว การแถลงนโยบายรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ต่อที่ประชุมรัฐสภา แต่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจำนวนมากขาดวินัยในการตรงต่อเวลา เป็นเหตุให้การแถลงนโยบายฯล่าช้ากว่าเวลานัดหมายไป ๓๐ นาที @@

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ประกอบพิธีกรรมอ่านคำแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภาสลับกับการอึกอักกระแอมไอเป็นช่วงๆ กว่าจะจบคำแถลงใช้เวลาไปกว่า ๑ ชั่วโมง…หาความหวัง-ความว้าวไม่เจอะเจอ @@

วีรยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน อภิปรายขยี้เป็นนโยบายจากการผสมพันธ์ุกันระหว่าง”บ้านใหญ่”กับ”เทคโนแครท” เหมือนเด็กทำรายงานกลุ่มภายใต้การกำกับจาก “ครูใหญ่” พร้อมกับด้อยค่า ไร้นโยบายเร่งด่วน รับวิกฤตพลังงาน “ห่วยกว่านโยบายรัฐบาลยิ่งลักษณ์” …@@

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค-แคนดิเดทนายกรัฐมนตรี และส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายกระซวกและขยี้นโยบายข้อที่ 3 ของรัฐบาล ที่ระบุถึงการยึดมั่นในหลักนิติธรรมและการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานธรรมาภิบาล อย่างตรงไปตรงมาไม่เกรงใจ ไม่ไว้หน้า…”ไม่มั่นใจว่าการบริหารด้วยหลักนิติธรรมและบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคจะเป็นจริง จะจับตาดูตั้งแต่เรื่องเขากระโดงและคดีฮั้ว ส.ว. รวมถึงที่เขียนว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับคู่สัญญาของรัฐที่ทำให้สาธารณะเสียหาย ทั้งตึก สตง. พระราม 2 และจังหวัดนครราชสีมา แต่ท่านอย่าลืมคู่สัญญาของอาคารรัฐสภาแห่งนี้ที่มีปัญหาเยอะแยะด้วย…” @@

อภิสิทธิ์ ยังกรีดยาวต่อไปถึงประเด็นคุณสมบัติ ครม. โดยระบุว่าถ้าใช้มาตรฐานเดียวกัน ครม.หลายคนต้องไม่ผ่านคุณสมบัติ “…รวมทั้งท่านนายกฯด้วย” ก่อนจะทิ้งท้ายให้นายกฯอนุทินและพวกต้องคิดหนัก…”…ถ้าท่านจะทำตามคำปฏิญาณที่ทำต่อหน้าพระพักตร์ได้ ผลลัพธ์จะต้องเกิดกับประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาธิปไตยต้องงอกงามไพบูลย์อยู่บนวิถีทางที่ถูกต้อง และต้องทำให้ประเทศมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่น ถ้าท่านเห็นประชาชนเป็นเพียงทางผ่านสู่อำนาจ เห็นประชาธิปไตยเป็นเพียงพิธีกรรม เห็นประเด็นเรื่องความมั่นคง จริยธรรมเป็นเพียงการหาเสียงหรือเครื่องมือทางการเมือง ท่านจะไม่ได้ปฏิบัติตามคำปฏิญาณตนที่ท่านให้ไว้ต่อหน้าพระพักตร์ และทุกคนในประเทศจะบอกว่าพอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” …ผลลัพธ์ของการตระบัดสัตย์ต่อองค์เหนือหัวหนักหนาสาหัสนักแล @@

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย เตือนรัฐบาลอย่าทำให้ประชาชนจนตรอกประชาชนที่เขากำลังจนตรอก รายได้หด น้ำมันแพง ปุ๋ยแพง วันหนึ่งเขาจะสิ้นความอดทน ลุกขึ้นมาบนท้องถนนแล้วบอกว่า ‘พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว’

วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ผู้เคยสร้างวีรกรรมชิ้นโบว์แดง เปิดโปงขบวนการขายข้าว”จีทูจีเก๊” สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรมาแล้ว ใช้เวทีอภิปรายนโยบายรัฐบาลอนุทิน เปิดโปงขบวนการปล้นชาติ หากินบนความเดือดร้อนชาวบ้าน โดยยักยอกน้ำมันกว่า ๗๒๗ ล้านลิตรไปทำกำไร มโหฬารมหาศาลจากวิกฤตการน้ำมัน เรียกร้องรัฐบาลต้องลากคอขบวนการปล้นชาติกลุ่มนี้มาสำเร็จโทษขั้นเด็ดขาดโดยไว….อย่าได้ดราม่าลูบหน้าปะจมูก @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปตามนัด ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เป็นคดีหมายเลขดำที่ คมจ ๑/๒๕๖๙ กล่าวหา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กับพวกรวม ๔๔ คน ใช้สิทธิเข้าชื่อกันขอแก้ไขประมวลกฏหมายอาญามาตรา ๑๑๒ กระทำการฝ่าฝืน มาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยมีเจตนากระทำการโดยไม่สมควรที่อาจกระทบต่อความมั่นคง แห่งราชอาณาจักรและเกียรติยศของประมุขแห่งรัฐ เป็นการกระทำอันมีเจตนามุ่งร้ายโดยชัดแจ้งที่จะทำลายล้างสถาบัน พระมหากษัตริย์ เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยการไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง….ช่างเป็นข้อกล่าวหาที่แสนร้ายกาจรุนแรงเยี่ยง”กบฏ”เชียวนะ @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๘ เม.ย. ๒๕๖๙ แรม ๖ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…โลก

สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๘ เม.ย. ๒๕๖๙ แรม ๖ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…โลกคลายความตึงเครียดในบัดดล เมื่อ สหรัฐ-อิหร่าน บรรลุความตกลง “พักรบ-หยุดยิง” ๒ สัปดาห์ ราคาน้ำมันดิบคอพับคออ่อนลงฉับพลันเกือบ ๒๐% สวนทางราคาหุ้น-ราคาทองคำดีดตัวขานรับ”สันติภาพชั่ววูบ” @@

จับปฏิกิริยาเริงร่าลิงโลดออกนอกหน้าของ “คนหมาบ้า” ที่ยอมรับ “งับข้อเสนอ”อิหร่าน แบบไร้ข้อแม้ สะท้อนอาการ”ยอมแพ้” แต่แสดงบทปากกล้าสามหาว ให้ประชาคมโลก สมเพชเวทนา….หมดสิ้นราศีผู้นำชาติอภิมหาอำนาจ @@

ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ที่เปิดทางสะดวกให้คาราวานเรือลอยลำผ่านช่องแคบฮอร์มุช มีผลบังคับแค่ไม่กี่อึดใจ ก็เข้าสู่”โหมดล่ม” ตามรายงานข่าวของอัลจาซีร่า เมื่อเนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ยังตั้งหน้าตั้งตายิงถล่มกลุ่มเฮซบอเลาะห์ ในเลบานอนอย่างหนัก ไม่สนใจข้อตกลงหยุดยิง แถมโดนัลด์ ทรัมป์ พูดหน้าตาเฉย “เลบานอน ไม่ได้อยู่ในข้อตกลหยุดยิง”….@@

โชคเข้าข้างรัฐบาลหนู-๒ ชั่วคราว สงครามตะวันออกกลางพักรบชั่ววูบ ราคาน้ำมันตลาดโลกลดต่ำลง ในห้วงเวลาแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาพอดิบพอดี เปิดช่องให้รัฐบาลประกาศลดราคาดีเซล ลงได้ลิตรละ ๒.๑๔ บาทแบบสบายๆ @@

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)ออกแถลงการณ์”กระซวก-กดดันรัฐบาล” ปาดหน้าก่อนแถลงนโยบาย มีใจความสำคัญ ๑).การจัดตั้งรัฐบาลเป็นผลของการจัดสรรผลประโยชน์ระหว่างพรรคการเมืองและกลุ่มทุนมากกว่าการสะท้อนเจตจำนงค์ของประชาชน ๒).ปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังทางการเมืองทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข ๓).รัฐบาลกลับไม่มีนโยบายฉุกเฉินเพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงานและวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ๔).ปล่อยให้ต้นทุนของวิกฤตถูกผลักลงสู่ประชาชน ในขณะที่ผลประโยชน์ยังคงไหลไปสู่กลุ่มทุนอย่างต่อเนื่อง ๕).ปล่อยให้ต้นทุนของวิกฤตตกอยู่กับประชาชน และปล่อยให้สิทธิขั้นพื้นฐานของผู้คนต้องถูกต่อรองผ่านวิกฤต ผ่านตลาด และผ่านศาล แทนที่จะได้รับการคุ้มครองโดยตรงจากรัฐ….เศร้า !!!@@
ตั้งใจหรือบังเอิญสุดจะหยั่งรู้…ปปช.ถือฤกษ์วันแถลงนโยบายของรัฐบาล ยื่นคำร้อง ๔๔ ส.ส.ก้าวไกลต่อศาลฏีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีเข้าชื่อกันขอแก้ไขประมวลกฏหมายอาญา มาตรา ๑๑๒….๔๔ ส.ส.ผู้ถูกร้อง ลุ้นระทึกศาลฯจะมีคำสั่งยังไง @@

*คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)ออกแถลงการณ์”กระซวก-กดดันรัฐบาล” ปาดหน้าก่อนแถลงนโยบาย มีใจความสำคัญ ๑).การจัดตั้งรัฐบาลเป็นผลของการจัดสรรผลประโยชน์ระหว่างพรรคการเมืองและกลุ่มทุนมากกว่าการสะท้อนเจตจำนงค์ของประชาชน ๒).ปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังทางการเมืองทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข ๓).รัฐบาลกลับไม่มีนโยบายฉุกเฉินเพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงานและวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ๔).ปล่อยให้ต้นทุนของวิกฤตถูกผลักลงสู่ประชาชน ในขณะที่ผลประโยชน์ยังคงไหลไปสู่กลุ่มทุนอย่างต่อเนื่อง ๕).ปล่อยให้ต้นทุนของวิกฤตตกอยู่กับประชาชน และปล่อยให้สิทธิขั้นพื้นฐานของผู้คนต้องถูกต่อรองผ่านวิกฤต ผ่านตลาด และผ่านศาล แทนที่จะได้รับการคุ้มครองโดยตรงจากรัฐ….เศร้า !!!@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ แบงก์ชาติ ยุควิทัย รัตนากร ต่อมสำนึกรับผิดชอบต่อความอยู่รอดของลูกหนี้ในสถานการณ์วิกฤต ตอบสนองวิกฤตสงครามตะวันออกกลางได้ดี กำชับสถาบันการเงินเร่งออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สินเชื่อทุกประเภท ด้วยการผ่อนปรนการชำระคืนหนี้ โดยจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย-ลดค่างวด-ลดอัตราดอกเบี้ย-ตัดเงินต้นก่อนดอกเบี้ย-เติมเงินเสริมสภาพคล่อง ก่อนที่ลูกหนี้”มีอันเป็นไป”….จะดีเลิศประเสริฐที่สุด ถ้าแบงก์ชาติสั่งลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อทุกประเภทลง ๕๐% ให้มีผลวันสงกรานต์ ๑๓ เม.ย.เป็นต้นไป ต่อเนื่องถึง ๓๑ ธ.ค.๒๕๖๙ @@

ฮูก ตาตี่