สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๒๗ ม.ค.๒๕๖๙ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเส
สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๒๗ ม.ค.๒๕๖๙ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเส็ง…คลัง-แบงก์ชาติ-กทม.ประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมใหญ่ธนาคารโลก-กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) ประจำปี ๒๕๖๙ เดือนต.ค.๒๕๖๙ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ @@
ย้อนเวลากลับไป ประเทศไทย เคยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมใหญ่ธนาคารโลก-ไอเอ็มเอฟ มาแล้วเมื่อเดือนต.ค.๒๕๓๔ ในห้วงเวลาที่การเมืองไทยฝุ่นตลบอบอวล มีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี และเป็น รมว.คลังเป็นว่าเล่น @@
สถานที่จัดการประชุมเมื่อ ๓๕ ปีก่อน กับที่กำลังจะจัดขึ้นในเดือนต.ค.ปีนี้ คือศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เหมือนกัน แต่ต่างกันที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตอนนั้นเป็น “เวอร์ชั่นสะท้อนอัตลักษณ์ไทย” และถูกสั่งสร้างขึ้นแบบเร่งด่วน บนที่ดินโรงงานยาสูบ ตามคำสั่งเด็ดขาดของ ”ลุงมวล” ประมวล สภาวสุ รมว.คลัง ในคณะรัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ขณะนั้น มีบริษัท ดีไซน์ ๑๐๓ ของ ชัชวาลย์ พริ้งพวงแก้ว รับผิดชอบดำเนินการเนรมิตรให้เสร็จพร้อมใช้ภายใน ๑๘ เดือน เพื่อให้ทันการประชุม….มิเช่นนั้นความน่าเชื่อถือประเทศไทยพังย่อยยับ @@
น่าเสียดาย“ลุงมวล” รมว.คลัง ผู้ใช้ความเด็ดขาด “หักเหลี่ยม” เอกชน สั่งเนรมิตรศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นผลสำเร็จ ไม่ได้อยู่ร่วมในการจัดประชุม ด้วยเหตุ”พายุหมุนทางการเมือง” ทำให้รัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ปลิวหลุดวงจร เปิดทางให้รัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน เข้ามารับช่วงบริหารประเทศ และมีสุธี สิงห์เสน่ห์ เจ้าของฉายา “หินกลิ้ง-Rolling Stone”ไปทำหน้าที่เจ้าภาพและเจ้าบ้าน ในฐานะรมว.คลัง @@
มารอบนี้ รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศความพร้อมเป็นเจ้าภาพ แต่กว่าจะถึงเวลาจัดประชุมจริง คือเดือนต.ค. ถึงตอนนั้นไม่แน่ว่านายกรัฐมนตรีจะยังชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล และ รมว.คลัง จะยังชื่อ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อีกหรือไม่…@@
โค้งสุดท้ายยุทธการยึดเมือง พรรคตัวเก็งเต็งจ๋าออกอาวุธกันสุดฤทธิ์ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนรม.และรมว.คลัง ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย หนุนปฏิรูปประกันสังคม ใช้ต้นแบบ กบข. ให้อิสระ-โปร่งใส….เหมือนปั่นแต้มใส่พานให้พรรคประชาชนยังไงก็ไม่รู้นะ @@
ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ ดีเดย์เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อเพิ่มอำนาจให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ในการกำกับดูแลการซื้อขายทองคำ โดยกำหนดให้ผู้ค้าทองคำที่มีมูลค่าการซื้อขายปีละ ๑ หมื่นล้านบาทขึ้นไป ต้องรายงานข้อมูลตามรายละเอียดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด และต้องเก็บรักษาข้อมูลไว้เป็นเวลา ๓ ปีเพื่อการตรวจสอบ….ผู้ประกอบการค้าทองคำกลายเป็นแพะรับบาป”บาทแข็ง”สมบูรณ์แบบไปเรียบร้อย @@
ฮูก ตาตี่
