สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๗ เม.ย. ๒๕๖๙ แรม ๕ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๗ เม.ย. ๒๕๖๙ แรม ๕ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…ครม.หนู-๒ เชื่อฟังคำขอร้องนายกรัฐมนตรีดีมาก ตบเท้าเข้ากระทรวงพึ่บพั่บ ไม่ต้องรอฤกษ์ยาม @@

วิกฤตการน้ำมัน-ไฟฟ้า-ก๊าซ ส่อเค้าทวีความรุนแรงหนักหนาสาหัสสุดหยั่งคาด..รองนรม.และรมว.คลัง เอกนิติ นิติทัณฑประภาศ ส่งสัญญาณจับดาบ” พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง” ยัดใส่มือ นายกฯหนู บริหารจัดการวิกฤตแบบเบ็ดเสร็จ…@@

รองนรม.และรมว.พาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ งัดไม้เด็ดสั่งห้ามส่งน้ำมันปาล์มดิบออกนอกราชอาณาจักร นาน ๑ ปี ตั้งแต่ ๗ เม.ย.๒๕๖๙ เป็นต้นไป…@@

มาตรการรับมือสถานการณ์วิกฤตขั้นรุนแรง ที่จะทะยอยประกาศ”บังคับปฏิบัติ”ตามออกมาหนีไม่พ้น “เคอร์ฟิวส์ปั๊มน้ำมัน”-ใช้ยานยนต์สลับวันคู่วันคี่…@@

๓๙ วันแห่งสงครามอิสราเอลปลุกปั่นสหรัฐ ถล่ม อิหร่าน จุดระเบิด”โลกเดือด” คร่าชีวิตมนุษย์ ๑๔ เชื้อชาติ ใน ๑๓ ประเทศไปแล้ว ๓,๗๕๖ ราย บาดเจ็บอีกกว่า ๓๘,๐๐๐ ราย ในจำนวนนี้ อิหร่านสูญเสียหนักสุด ตาย ๒,๐๗๖ ราย บาดเจ็บ ๒๖,๕๐๐ ราย รองลงมาคืออิสราเอล ตาย ๒๖ ราย บาดเจ็บ ๗,๑๘๓ ราย…สหรัฐ ก็ตาย ๑๓ ราย บาดเจ็บ ๒๐๐ ราย….แนวโน้มสถิติความสูญเสียนับวันจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นต่อเนื่อง ตราบเท่าที่สงครามยังดำเนินต่อไป….@@

กลอุบายสหรัฐ เดินหมากยืมมือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ออกมติหนุนการใช้กำลังประจัญบานอิหร่าน บังคับเปิดช่องแคบฮอร์มุช ล้มไม่เป็นท่าเมื่อ จีนและรัสเซีย ๒ ใน ๕ คณะมนตรีความมั่นคงถาวร “โหวตวีโต้” ขณะที่ ปากีสถานและโคลัมเบีย พร้อมใจกัน”งดออกเสียง”….@@

ผลการลงมติ UNSC ล่าสุด เปลือยตัวตนล่อนจ้อน ๕ ชาติที่มีสถานะ”คณะมนตรีความมั่นคงถาวร”…จีน-รัสเซีย เห็นใจ อิหร่าน ขณะที่ อังกฤษ-ฝรั่งเศส เห็นใจ “สหรัฐและอิสราเอล”…@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…วิศิษฏ์ เลาหพูนรังษี ลาออกจากตำแหน่ง ซีอีโอและซีเอฟโอ ด้วยเหตุผล “ติดภารกิจส่วนตัว” ทั้งที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดกว่า ๓๒% และกิจการกำลังเผชิญปัญหาสภาพคล่อง-รายได้การขายทรุดตัว…มันแปลกพิลึกอยู่นะ @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันจันทร์ที่ ๖ เม.ย. ๒๕๖๙ แรม ๔ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันจันทร์ที่ ๖ เม.ย. ๒๕๖๙ แรม ๔ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช องค์ปฐมกษัตริย์ผู้ทรงสถาปนาราชวงศ์จักรี เป็นร่มโพธิ์ทองของปวงชนชาวไทยตลอดมา…@@

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทที่ลึกล้ำเลอค่าแก่คณะรัฐมนตรี ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล นำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณตามครรลองแห่งบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ซึ่งขออัญเชิญบางส่วนของพระบรมราโชวาทมาเผยแพร่ให้ได้รับทราบทั่วกัน…”…การทำหน้าที่ของท่านนั้น มีผลหลายอย่าง กล่าวคือ ผลต่อประชาชน ซึ่งควรได้รับความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ผลต่อประชาธิปไตย ซึ่งควรเจริญงอกงามในวิถีทางที่ถูกต้อง และผลต่อประเทศชาติ ซึ่งควรมีความมั่นคง เป็นปึกแผ่น และพัฒนาไปอย่างยั่งยืน หากทุกท่านปฏิบัติหน้าที่โโดยระลึกถึงประโยชน์ทั้งสามส่วนนี้เป็นสำคัญ ก็จะสามารถรักษาคำปฏิญาณที่ให้ไว้ และนำพาชาติบ้านเมืองให้ผ่านพ้นอุปสรรคปัญหาต่างๆไปสู่ความวัฒนาสถาพรได้อย่างแท้จริง…”

นายกฯอนุทิน นำ ครม.เรียกหน้ากระดานเปิดแถลงข่าวด้วยตัวเอง สรุปผลการประชุม ครม.นัดพิเศษ ยามดึก ด้วยลีลาชิลล์ๆเรื่อยๆมาเรียงๆ ยอมรับหน้าชื่น “การจัดหาน้ำมันและก๊าซ จะยากลำบากขึ้น” พร้อมกับหยอดคำหวานโปรยความหวังยาหอมชาวบ้าน “จะเร่งผลักดันโครงการคนละครึ่งพลัส-ไทยช่วยไทย-สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เร็วที่สุด จะทำให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่้สุด…ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในรัฐบาล…” เหมือนถ่างตา-เงี่ยหูฟังนิทานก่อนนอนยังไงไม่รู้ @@

สาระเป็นชิ้นเป็นอันเป็นรูปธรรมจากวงประชุมครม.วาระพิเศษ มีแค่ตั้งวันมูหะหมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา เป็นประธานที่ปรึกษานายกฯ-พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ อดีตรมว.ศึกษาฯ และ อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตรมว.พลังงาน เป็นที่ปรึกษานายกฯ ตั้งรัชดา ธนาดิเรก เป็น โฆษกรัฐบาล…@@

น่าทึ่งน่าชื่นชม “ชเว ซองซู” นักพัฒนาซอฟท์แวร์ชาวเกาหลีใต้วัย ๓๔ ปี พัฒนา”ลายแทงวณิพก”ชื่อ “Geojimap” ช่วยเพื่อนร่วมชาติที่กำลังประสบภัยค่าครองชีพดีดตัวเร็ว-แรง จากวิกฤตการพลังงาน โดยรวบรวมร้านอาหาร-เครื่องดื่มราคาประหยัด ต่ำกว่ามื้อละ ๑ หมื่นวอน ไว้ในลายแทง Geojimap ถูกกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไปกว่า ๕๐%…ภาวนาให้มีแอปแบบนี้เกิดที่เมืองไทยไวๆ @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ พระเดชพระคุณพระอาจารย์พยอม กัลยาโณ วัดสวนแก้ว กำลังเผชิญมรสุมวิกฤตการราคาน้ำมันจากการสู้รบในตะวันออกกลางอย่างหนักหนา ถึงขั้นออกปากกับคนข่าวเดลินิวส์ ผ่านไปถึงญาติโยมทั้งหลาย…”คนที่คิดจะมาพึ่งวัด ขอให้คิดให้ดี ๆ ก่อน เพราะตอนนี้วัดเองก็แย่เหมือนกัน …” @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันศุกร์ที่ ๓ เม.ย. ๒๕๖๙ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันศุกร์ที่ ๓ เม.ย. ๒๕๖๙ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…ทุกข์แพร่ระบาดทั้งแผ่นดิน ชาวบ้านพร้อมใจกันกู่ก้องร้องตะโกน…”กูรวยมะเขือ”แล้วโว้ย @@

ในที่สุดก็จำนนยอมสารภาพ”มีไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน”…นายกฯ-รมว.ยุติธรรม-รองผบ.ตร.-เสธ.ทร.และหัวขบวนอีกหลายหน่วยราชการ ตั้งแถวหน้ากระดานแถลงผลการสืบสวนติดตามตรวจสอบความผิดปกติการลำเลียงน้ำมัน พบข้อมูลเชื่อได้ว่ามีน้ำมันเข้าข่าย”กักตุน-เก็งกำไร” ๕๗ ล้านลิตร แล้วไงต่อ?? ทำไมยั้งมือไว้ไมตรี ไม่เปิดเผยชื่อ “ผู้ต้องสงสัยกักตุนน้ำมัน” ให้รู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง แค่สั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นเจ้าภาพดำเนินคดีตามกฏหมาย….เกรงใจอะไรกันนักหนามิทราบ @@

ขยันขันแข็งน่าได้โล่…ปลัดมหาดไทย อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ “เงาตามตัวนายกฯอนุทิน” ออกคำสั่งด่วนที่สุดที่ มท.๐๒๓๒/ว.๒๕๘๗ ลงวันที่ ๓ เม.ย.๒๕๖๙ กำชับผวจ.ทุกจังหวัดกวดขันดูแลปริมาณปุ๋ยให้เพียงพอ ไม่ให้เกิดการกักตุนเก็งกำไร-ดำเนินมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว-จัดหารถโดยสารสาธารณะให้เพียงพอบริการแก่ประชาชนในการเดินทางช่วงสงกรานต์ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้บริการรถโโดยสารสาธารณะ…เนื้อความตาม”ใบสั่ง”สวยหรูดูดีชะมัด กระทั่งนายกรัฐมนตรียังไม่แน่จะมีปัญญาทำได้ @@

เม้ามอยกันลั่นสนั่นทำเนียบรัฐบาล…นายกฯหนู จ่อตั้ง “บิ๊กอุ้ม”พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ น้องรักครูใหญ่บุรีรัมย์ และ “บิ๊กโด่ง”อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตรมว.พลังงาน เป็นที่ปรึกษา มีวันมูหะหมัดนอร์ มะทา รั้งตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษานายกฯ….ชาวบ้านทราบแล้วระเหี่ยใจ @@

ผลโพลล์พระปกเกล้าล่าสุด ระบุกลุ่มตัวอย่างกว่า ๘๒% ไม่เชื่อมั่นรัฐบาลมีปัญญาดูแลเศรษฐกิจได้ ภายใต้ความยืดเยื้อของสงครามตะวันออกกลาง…วังเวง @@

ล่องใต้ติดตามความคืบหน้าคดีลอบฆ่ากมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ กอ.รมน.นราธิวาส ยอมรับ รถยนต์ที่ถูกระบุว่าใช้ในการก่อเหตุ เป็นรถยนต์ กอ.รมน.นราธิวาส ทหารเรือ ในหน่วยให้เพื่อนอดีตนาวิกโยธินยืมไป…ใครเป็นมือสังหาร-ใครคือตัวการ รอการบอกใบ้จากพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ ทรัมป์เลือดเข้าตาหลังชนฝาใกล้คุ้มคลั่งเต็มที…ล่าสุดสั่งปลด รมต.ยุติธรรม แพม บอนดี ตั้งอดีตทนายความส่วนตัว “ทอดด์ แบลนช์” ส่วนลูกน้อง พีธ เฮกเซธ รมต.กลาโหม อดีตผู้ประกาศข่าวฟอกซ์นิวส์ คนศีลเสมอกัน เจ้าของสถิติมีภรรยามาแล้ว ๓ คน สั่งปลด พล.อ.แรนดี จอร์จ พ้นจากเสนาธิการทหารบก….ลางหายนะชัดเจนขึ้นทุกที @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๒ เม.ย. ๒๕๖๙ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๒ เม.ย. ๒๕๖๙ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…วันมหามงคลสมัย วันคล้ายพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ครบ ๗๑ พรรษา ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ…@@

ขึ้นแล้วขึ้นอีกขึ้นไม่มีสิ้นสุด…ราคาน้ำมันดีเซลดีดขึ้นอีกลิตรละ ๓.๕๐ บาท ไปยืนโด่เด่ที่ลิตรละ ๔๗.๗๔ บาท มีผลพรุ่งนี้(๓ เม.ย.)…ชั่วเวลาแค่ ๒ สัปดาห์ราคาดีเซลได้รับประคบประหงมฟูมฟักอย่างดีจากรัฐบาลหนู เติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยอัตราเร่งซูเปอร์ไฮสปีดถึง ๕๐% ราคาพุ่งจากลิตรละ ๒๙.๙๔ บาท พรวดพราดขึ้นไปเป็นลิตรละ ๔๗.๗๔ บาท….ชาวบ้านหน้าเขียวหน้าเหลือง @@

ผลกระทบ แรงกระเพื่อมจากน้ำมันแพง กระแทกราคาข้าวของเครื่องกินเครื่องใช้จำเป็น รวมทั้งค่าบริการขนส่งสินค้า ค่ารถโดยสาร-เรือโดยสารพาเหรดขึ้นราคา กระทบต้นทุนค่าครองชีพชาวบ้าน”แพงเฉียบพลัน”…พ.ร.บ.ราคาว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ที่มีบทกำหนดโทษทั้งปรับและจำคุก ไม่ต่างอะไรกับ”เศษกระดาษเปื้อนหมึก” @@

เอกนัฏ พร้อมพันธ์ุ รมว.พลังงาน ทำท่าทางขึงขังตั้งใจแก้วิกฤตราคาน้ำมันจริงจัง แต่เหมือนเข้าตำรา”ท่าดี-ทีเหลว”…วิกฤตราคาน้ำมัน ต้องจัดการเฉียบขาด-ฉับไว ทันทีทันใด ไม่ใช่ทอดเวลากว่าจะนัดประชุมต้องรอยาวไปถึงวันที่ ๗ เม.ย.-อย่าอ้างเด็ดขาดต้องรอถวายสัตย์-รอแถลงนโยบายฯ ในเมื่อสิทธิการรับเงินเดือน-ค่าตอบแทนเกิดขึ้นทันที ที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี เพราะฉะนัั้นหน้าที่ความรับผิดชอบเกิดขึ้นนับแต่บัดนั้นแล้ว @@

ที่ทำเนียบรัฐบาล กำลังครื้นเครงเล่น”เกมเก้าอี้ดนตรีเสี่ยงทายห้องทำงาน” ขนาดห้องใหญ่-เล็ก เรียงตามเบอร์รองนายกรัฐมนตรี…เบอร์ ๒ ต่อจากเบอร์ ๑ คือ พิพัฒน์ รัชกิจประการ-เบอร์ ๓ ทรงศักดิ์ ทองศรี สายตรงบ้านใหญ่บุรีรัมย์-เบอร์ ๔ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส-เบอร์ ๕ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว-เบอร์ ๖ ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ-เบอร์ ๗ ปกรณ์ นิลประพันธ์-เบอร์ ๘ ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์…หมอดูฮวงจุ้ยน่าจะขายดี @@

เหมือนอวตารไปนั่งในใจชาวบ้าน…น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี หวนคืนสภาคราวนี้ทำหน้าที่ต้องตา-ต้องใจมหาชนอย่างยิ่ง ตั้งแต่จุดประเด็นตัดงบค่าอาหารส.ส.ที่กระเพื่อมไปถึงส.ว. กระทั่งล่าสุดอภิปรายขยี้รายงานผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา แบบตรงไปตรงมาด้วยภาษาชาวบ้านฟังเข้าใจง่าย ระบุกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา คือ”กองทุนสวัสดิการอดีต ส.ส.และส.ว.” มีที่มาจาก ส.ส.และส.ว.”ชงเอง-กินเอง” ด้วยการบัญญัติกฏหมายขึ้นมาและโหวตรับรองกฏหมาย เอื้อประโยชน์กันเอง บนภาระงบประมาณของแผ่นดิน ครอบคลุมสิทธิประโยชน์ ๕ ด้าน ๑).เงินบำนาญ ตั้งแต่ ๒๑,๓๐๐ บาทต่อเดือนถึง ๔๒,๗๐๐ บาทต่อเดือน ๒).ค่ารักษาพยาบาลไม่เกินปีละ ๑๓๐,๐๐๐ บาท ๓).เงินช่วยเหลือค่าเล่าเรียนบุตร ๒ คน ๔).เงินช่วยเหลือกรณีทุพลภาพเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ๕).เงินฌาปนกิจ ๒๐๐,๐๐๐ บาท…@@

น.พ.วรงค์ ถอดสมการกองทุนสวัสดิการอดีตส.ส.และส.ว.แฉกลางสภา บอกบรรดา ส.ส.และส.ว. จ่ายเงินสมทบกองทุนฯ เดือนละ ๓,๕๐๐ บาท แต่ตั้งวงเงินของบประมาณแผ่นดิน สมทบเข้ากองทุนฯปีละกว่า ๔๐๐ ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนที่รัฐจ่ายเงินสมทบกองทุนฯสูงถึงกว่า ๑๔ เท่า…มากมายมหาศาลอย่างเทียบกันไม่ได้เลยกับสัดส่วนที่รัฐจ่ายสมทบกองทุนประกันสังคม หรือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ทั้งที่ ส.ส.และส.ว. เป็นเรื่องของการอาสาสมัครแข่งขันกันเข้าไปทำงานรับใช้ประชาชน…เพราะฉะนั้น”ต้องยกเลิก” @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ น่าดีใจกับชาวสิงคโปร์ มีนายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง เป็นผู้นำคุณภาพคับแก้วในการสื่อสารให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นขีดความสามารถของรัฐบาลในการเผชิญวิกฤตการสงครามตะวันออกกลาง ด้วยการพูดความจริงกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ให้รู้ว่าวิกฤตที่เกิดขึ้น จะยังคงอยู่ต่อไปอีก พร้อมกับอธิบายชี้แจงมาตรการของรัฐบาลที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ประชาชน และปลุกสำนึกประชาชนให้ร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อร่วมกันก้าวข้ามวิกฤตไปให้ได้….อยากเห็นความชัดเจนจากผู้นำรัฐบาลไทย แต่ไม่รู้ต้องรอถึงกี่โมง @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๑ เม.ย. ๒๕๖๙ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๑ เม.ย. ๒๕๖๙ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…วันนี้เป็น”วันข้าราชการพลเรือน” ขออัญเชิญบางส่วนของพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ มาตอกย้ำให้ข้าราชการทั้งหลายพึงถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อถวายความจงรักภักดี…”…การสร้างศรัทธา ความเชื่อถือในงานที่ทำ เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการปฏิบัติงานให้ประสบความสำเร็จ….”@@

ไม่รู้เข้าข่ายร่วมสมัย”วันเมษาหน้าโง่”หรือ”วันข้าราชการพลเรือน”…วันก่อน”โกเกี๊ยะ”พิพัฒน์ รัชกิจประการ ตั้งใจ”ลาออก” จากตำแหน่ง “ผู้อำนวยการ ศบก.” แต่ถูกนายกฯหนู แสดงปางห้ามญาติ “ห้ามลาออก” พร้อมกับเหตุผล”อวยไส้แตก” มาวันนี้ เปลี่ยนตัวซะแล้ว ดัน “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส” เสียบตำแหน่ง “ผู้อำนวยการ ศบก.”ซะงั้น…@@

น้ำมันแพง-ขาดแคลน วันก่อนนายกฯไปถอยรถไฟฟ้าป้ายแดงขับเฉิดฉาย ชักชวนชาวบ้านทำตาม…ตอนนี้ข้าวของสารพัดพาเหรดขึ้นราคา นายกฯ เข็นรถช็อปโชว์ในอีเวนต์โครงการไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ ของกระทรวงพาณิชย์ ที่ทำเนียบรัฐบาล ควักตังค์อุดหนุนสบู่-ยาสีฟัน-แชมพู-น้ำมันปาล์ม-ข้าวสาร และอื่นๆอีกหลายรายการ ทำเอาคนขายหน้าบาน..บรรดา”วอลเปเปอร์กิตติมศักดิ์”ยิ้มแฉ่งถ้วนหน้า…ด้วยความเคารพรักยิ่งท่านนายกฯ วิกฤตราคาน้ำมัน-ราคาสินค้า ไม่ได้แก้ด้วยอีเว้นต์ดราม่าปั้นจิ้มปั้นเจ๋อนะจะบอกให้ @@

ว่าไปแล้วโครงการไทยช่วยไทย คิดดี-ทำดี มุ่งช่วยชาวบ้านลดภาระค่าครองชีพ สู้วิกฤตน้ำมัน แต่น่าสงสัยในความทั่วถึงและต่อเนื่อง…ชาวบ้านไกลปืนเที่ยงจะได้ประโยชน์แค่ไหน ชาวบ้านจะมีอะไรเป็นตัวช่วยเมื่อเข้าช่วงพีคเดือนพ.ค.”เปิดเทอมใหญ่หัวใจผู้ปกครองแสนว้าวุ่น” มีภาระค่าเทอม-ค่าชุดนักเรียน-ค่าอุปกรณ์การเรียนเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่รออยู่…@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ ปั๊มน้ำมันยามวิกฤตรวย-รวย-รวย ชิงติดป้าย”ดีเซลหมด”ตั้งแต่บ่าย รอฟันกำไรรวยทวีคูณขูดเลือดขูดเนื้อชาวบ้าน จาก”ข้อมูลวงใน” รู้ล่วงหน้าน้ำมันดีเซล ขยับราคาขึ้นอีกลิตรละ ๓.๕๐ บาท ไปแตะระดับลิตรละ ๔๔.๒๔ บาท มีผลพรุ่งนี้…เบ็ดเสร็จดีเซลขึ้นไปแล้วลิตรละ ๑๔.๓๐ บาท หรือเพิ่มขึ้นแล้ว ๔๗.๘% ในห้วงเวลาไม่ถึง ๒ สัปดาห์-ชาวบ้านตะโกนพร้อมกัน “
เฮงซวย-เฮงซวย-เฮงซวย” @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๓๑ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๓๑ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งรัฐมนตรีเรียบร้อยดีแล้ว ถึงตอนนี้ใครเป็นใครในครม.หนู ๒.๐ เป็นที่รับรู้โดยทั่วกัน ไม่มีอะไรให้เซอร์ไพร์ส @@

สถานะ ครม.หนู ๒.๐ ตอนนี้ แค่ “แจ้งเกิดอย่างเป็นทางการ” แต่กว่าจะปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินได้อย่างเป็นทางการ รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ต้องผ่านอีก ๒ พิธีกรรม ๑).เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญญาณ เบื้องหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒).แถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา..@@

พิธีกรรมแรก การนำ ครม.เข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ ในเบื้องต้นมีหมายกำหนดการออกมาแล้วเป็นช่วงเย็นวันจันทร์ที่ ๖ เม.ย. ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต…ตรงกับวันจักรีที่มีความสำคัญยิ่งยวดของราชวงศ์จักรีพอดิบพอดี @@

พิธีกรรมลำดับถัดมา…การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา ถูกกำหนดไว้แล้วคือ วันพฤหัสบดีที่ ๙ และวันศุกร์ที่ ๑๐ เม.ย…ก่อนเข้าโหมดหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ @@

นายกฯอนุทิน สมัยที่ ๒ รับเชิญกระทรวงมหาดไทย ไปเป็นประธานเปิดงานสัมนา “การบูรณาการเพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาล และความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐเชิงรุก ภายใต้โครงการขับเคลื่อนระบบเฝ้าระวังการทุจริตเชิงรุกในหน่วยงานภาครัฐ” เน้นย้ำ”ต้องไม่มีการทุจริต และไม่มีการเรียกรับสินบนในหน่วยงานภาครัฐ…” ฟังแล้วอารมณ์ดีเหมือนเพิ่งพี้กัญชา @@

“โบว์” ณัฏฐา มหัทธนา ประเดิมหน้าที่โฆษก ศบก.วันแรก พร้อมกับ”ความสับสนใหม่” ด้วยคำชี้แจงเหตุผลการประกาศราคาน้ำมันหน้าปั๊มยามดึก เป็น”นิวนอร์มอล” ปิดโอกาสการกักตุนเก็งกำไร….จริงหรือมั่ว-ชัวร์หรือไม่ ไม่ยืนยัน @@

เชื่อคำชี้แจงโฆษกศบก.หน้าสวยดี หรือ เชื่อ ผอ.สำนักงานนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง “พรชัย จิรกุลไพศาล” กับคำอธิบายการประกาศราคาหน้าปั๊มยามดึก โดยบอกเป็นความจำเป็น ต้องเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวราคานำ้มันอ้างอิงจากสิงคโปร์อย่างถึงที่สุด ภายใต้สถานการณ์สงคราม ซึ่งราคาน้ำมันมีความผันผวนสูงมาก แล้วนำข้อมูลราคาน้ำมันอ้างอิงจากสิงคโปร์ เข้าที่ประชุมตอน ๒ ทุ่ม เพื่อคำนวณเป็นเงินบาท ทำเป็นโครงสร้างราคา แจ้งประชาชน….ตกลงเชื่อใครดีล่ะ ???@@

แอ๊ด คาราบาว เหลืออดกับลีลาหน่อมแน้มการแก้วิกฤตการน้ำมัน เรียกร้องนายกฯหนูเลือกเคียงข้างประชาชน…ดักคออย่าให้ซ้ำรอยกัญชา @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…ศ.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการแถวหน้าของเมืองไทยวิเคราะห์ชะตากรรมรัฐบาลหนู ๒.๐ ไม่แคล้วต้องเผชิญวิกฤตยกกำลัง ๔ เริ่มจากวิกฤตพลังงาน ลุกลามไปเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ บานปลายเป็นวิกฤตสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และยกระดับขึ้นไปถึงขีดสุดเป็นวิกฤตความมั่นคงทางการเมือง…สุดท้ายไปไม่รอด ลงเอยด้วยการ“ล่ม” @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันจันทร์ที่ ๓๐ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันจันทร์ที่ ๓๐ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…อนุทิน ชาญวีรกูล เล่นได้สมจริงทุกบท เป็นได้สมจริงทุกอย่าง ไม่เว้นแม้กระทั่ง”เด็กปั๊ม” หรือ เซลส์แมนขายรถอีวี ยกเว้นบทนายกรัฐมนตรี จนป่านนี้ยังตีบทไม่แตก @@

โดนลงแขกยำใหญ่รายวันสังเวยวิกฤตการน้ำมัน..ท่านผอ.ศบก.พิพัฒน์ รัชกิจประการ ถึงกับถอดใจ ยื่นใบลาออกจากการทำหน้าที่ แต่ไม่ทิ้งเก้าอี้ รองนรม.และรมว.คมนาคม สุดท้ายนายกฯหนู ยับยั้งการลาออก บอกไว้ใจ-เชื่อใจ-มั่นใจให้ทำหน้าที่”หนังหน้าไฟ”ต่อไป @@

เบรคใบลาออก ผอ.ศบก.เรียบร้อย นายกฯหนู ตั้ง “โบว์” ณัฏฐา มหัทธนา สาวสวยโปรไฟล์ดี เคยมีสัมพันธ์พิเศษกับบุคคลสำคัญระดับรัฐมนตรีสายเพื่อไทยให้ทำหน้าที่ “โฆษก ศบก.” ช่วยแบ่งเบาภาระท่าน ผอ.ศบก. บางทีความสวย+เก่งอาจทำให้ชาวบ้านเข้าใจการจัดการวิกฤตการน้ำมันของรัฐบาลดีขึ้น @@

เหมือนจุดพลุรับโฆษก ศบก.คนสวย ราคาน้ำมันดีเซลดีดตัวขึ้นอีกแล้วลิตรละ ๑.๘๐ บาท พุ่งทะลุขึ้นไปแตะระดับลิตรละ ๔๐.๗๔ บาทเรียบร้อย มีผลพรุ่งนี้(๓๑ มี.ค.) @@

วิกฤตการน้ำมันยามนี้ เปลือยกำพืดธาตุแท้ผู้มีอำนาจหลายคนจนล่อนจ้อน ผ่านปฏิกิริยาตีกรรเชียงหนีห่างความรับผิดชอบ ลอยแพประชาชนให้ผจญวิกฤตตามยะถากรรม…น้ำมันขึ้นราคา-ไม่ใช่หน้าที่-ไม่มีอำนาจจัดการ-ไม่มีกฏหมายรองรับ ทั้งที่มี พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็น “ดาบอาญาสิทธิ์”ให้ใช้บำบัดทุกข์เข็ญชาวบ้าน แต่กลับละเว้นไม่นำมาใช้ @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…การเลือกตั้งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คนที่ ๑๗ ระหว่าง “อภิชิต ประสพรัตน์” กับ “พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล” แทนที่”เกรียงไกร เธียรนุกูล” ที่หมดวาระ เกิดความโกลาหลอลเวงถึงขั้นมีสมาชิกเรียกร้องให้”การเลือกตั้งเป็นโมฆะ” ด้วยเหตุผล “น่าสงสัยมีการซื้อเสียงบล็อคโหวต”…ลางบอกเหตุป่วนเริ่มมาคุตั้งแต่ ๒๗ มี.ค.เมื่อ”ชนะ ภูมี” ประกาศถอนตัว แล้วหันไปเชียร์ “พิมพ์ใจ” ลงแข่งแทน…@@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันศุกร์ที่ ๒๗ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันศุกร์ที่ ๒๗ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…นายกฯอนุทิน ผวา”สงกรานต์จราจล” เรียกประชุมด่วน ผวจ.ทั่วประเทศ รวม ผว.กทม.กำชับดูแลแก้ปัญหาวิกฤตน้ำมันอย่างเข้มข้น…แล้วไง???@@

นายกฯอนุทิน ปากดี-ดีแต่พูด “ในภาวะวิกฤต การสื่อสารสำคัญที่สุด” ขอโทษเถอะท่านสื่อสารประสาอะไร ทำไมความน่าเชื่อถือของรัฐบาลถึงได้ย่อยยับเพียงนี้ @@

ยังช่างจ้ออวดสรรพคุณสื่อสารในภาวะวิกฤต…อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แก้ตัวน้ำขุ่นๆ บอกการขึ้นราคาน้ำมัน ๖ บาทต่อลิตร เป็นไปตามกลไก พยายามให้อยู่ในราคาตลาดโลก…พ่อเจ้าคุณทูนหัวช่วยแหกตาพิจารณา”ค่าการกลั่น”-”ค่าการตลาด” มันบวมได้บวมดีแบบฉ่ำๆ บันดาลความอู้ฟู่แก่ผู้ค้าน้ำมัน สวนทางกองทุนน้ำมันฯขาดทุนบักโกรก-ชาวบ้านกระเป๋าฉีก-ตามกลไกตลาดสไตล์อนุทินงั้นซิ @@

นี่ก็อีกความมั่วของการสื่อสารในภาวะวิกฤต…อุปโลกน์กลไก ศบก.มท.ซ้อนกลไก ศบก.ที่มีอยู่เดิม กำหนดบทบาทหน้าที่ทับซ้อนกัน ซ้ำร้ายยังไปดึง กอ.รมน.เข้ามาช่วยงานตามล่าหาไอ้โม่งอมน้ำมัน มาซ้อนงานตำรวจสอบสวนกลาง…ไม่ต่างอะไรกับ”ลิงแก้แห”-ยิ่งแก้ยิ่งแย่ @@

เลี้ยวดูความก้าวหน้าจัดตั้ง ครม.หนู-๒ กันหน่อย หัวหน้าครม.ปักหมุดนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯจันทร์ที่ ๓๐ มี.ค.นี้…ในโผรายชื่อ รมว.พัฒนาสังคมฯ โควต้าพรรคเพื่อไทย เปลี่ยนจาก สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็น “คุณสามี” นิกร โสมกลาง…โปรไฟล์ไม่ธรรมดา @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ พรุ่งนี้ (๒๘ มี.ค.)นายกฯอนุทิน นำดรีมทีมเศรษฐกิจ “เอกนิติ-ศุภจี-สีหศักดิ์-อรรถพล-ดนุชา” เปิดตึกสันติไมตรี จัดเวที”พบสื่อมวลชน” คุยเรื่อง “๑ เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ระหว่างเวลา ๑๐ โมงเช้าถึง เที่ยง….หวังว่าจะไม่ทำให้ประชาชนสิ้นหวัง @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…จงภูมิใจไทย เราชาวไทย เกิดเป็นไทย กำลังจะตายหมู่สังเวยให้กับการ”ลักหลับ”ขึ้นราคาน้ำมันพรวดพราดลิตรละ ๖ บาท ช็อคกันทั้งบ้านทั้งเมือง @@

นายกฯอนุทิน จับสัญญาณเดือดปฏิกิริยามหาชน ผลกระทบจากราคาน้ำมันดีดขึ้นมโหฬาร เรียกประชุมครม.นัดพิเศษ ผลักดัน “มาตรการฉุกละหุก ๗ ประการ”๑).ปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต…ลดยังไง/ลดเท่าไหร่/ลดนานแค่ไหน-ไม่รู้ ๒).เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีก ๑๐๐ บาท เป็น ๔๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา ๑ เดือน…เริ่มเมื่อไหร่/ใช้เงินจากไหน-ไม่รู้ ๓).ช่วยเหลือภาคขนส่ง..ช่วยแบบไหน/ช่วยยังไง/ช่วยนานแค่ไหน/ใช้เงินจากไหน-ไม่รู้ ๔).โครงการธงเขียว ลดต้นทุนเกษตรกร สนับสนุนปุ๋ยราคาถูกและปุ๋ยทางเลือก…ทำยังไง/ใช้เงินเท่าไหร่/ใช้เงินจากไหน-ไม่รู้ ๕).เยียวยากลุ่มประมง ใช้น้ำมัน บี-๒๐ ที่มีต้นทุนต่ำกว่าน้ำมันปกติลิตรละ ๕-๖ บาท…ทำยังไง/ทำนานแค่ไหน/ใช้เงินเท่าไหร่/ใช้เงินจากไหน-ไม่รู้ ๖).ช่วยกลุ่มคู่สัญญากับภาครัฐ กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มก่อสร้าง ขยายระยะเวลาตรวจรับงาน พิจารณาชดเชยค่าใช้จ่ายตามความเหมาะสม…ทำยังไง/เกณฑ์พิจารณาเป็นยังไง/ระยะเวลานานแค่ไหน/ใช้เงินจากไหน-ไม่รู้ ๗).เตรียมวงเงินซอฟต์โลน ๑ หมื่นล้านบาท เสริมสภาพคล่องเอสเอ็มอีและซัพพลายเชน…แหล่งเงินซอฟต์โลนมาจากไหน/เกณฑ์พิจารณาอนุมัติเป็นยังไง/อัตราดอกเบี้ยเท่าไหร่/ระยะเวลาชำระคืนนานแค่ไหน-ไม่รู้…โปรดสังเกตทั้ง ๗ มาตรการล้วน”แก้ผ้าเอาหน้ารอด-สุกเอาเผากิน” หาความชัดเจนในการปฏิบัติไม่ได้เลย @@

ที่กระทรวงพาณิชย์..กนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการฯและรองโฆษกกระทรวงฯป่าวประกาศโครงการช่วยเหลือชาวนาแบบ “ฉุกละหุก” ๑).เปิดจุดรับซื้อข้าวนาปรังผ่านโรงสี และสหกรณ์การเกษตร ในราคาสูงกว่าตลาดตันละ ๓๐๐ บาท นำร่อง ๕ จังหวัด นครสวรรค์-พิษณุโลก-อยุธยา-กำแพงเพชร-สุโขทัย ตั้งเป้าหมายดูดซับข้าวนาปรัง ๑ ล้านตัน….เริ่มเมื่อไหร่/งบประมาณเท่าไหร่/งบประมาณมาจากไหน/จุดรับซื้อมีกี่จุดที่ไหนมั่ง-ไม่รู้ ๒).จัดตลาดนัดข้าวเปลือก ระหว่างเดือนมี.ค.-พ.ค. ให้ราคารับซื้อสูงกว่าตลาดทั่วไป ๒๐๐-๔๐๐ บาทต่อตัน…ที่ไหนมั่ง/ใช้งบฯเท่าไหร่/ใช้งบฯจากไหน-ไม่รู้ ๓).โครงการปุ๋ยธงเขียวพลัส ลดค่าปุ๋ยเคมีกระสอบละ ๒๐๐ บาท อัตรา ๕ กระสอบต่อครัวเรือน…ทำยังไง/เมื่อไหร่/ที่ไหน/ใช้งบประมาณจากไหน-ไม่รู้ ๔).แจกคูปองส่วนลดปุ๋ยอินทรีย์แก่ผู้ถือบัตรดินดี…แจกยังไง/ใช้ยังไง/ใช้ที่ไหน/ระยะเวลาการใช้นานแค่ไหน/งบประมาณสนับสนุนเท่าไหร่จากไหน-ไม่รู้…..เหมือนหมอกควันไม่ต่างอะไรกับ ๗ มาตรการฉุกละหุกแก้ผ้าเอาหน้ารอด @@

เมื่อการเมืองโคจรเข้าโหมดร้อยเล่ห์พันเหลี่ยมสกปรกสารพัด ทำเอา “ซูเปอร์จี” ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ เกิดอาการผมเปลี่ยนสี ใบหน้าอิดโรย ถึงขั้นต้องหาวิกมาปกปิดผมขาว กลายเป็น “ศุภจี-นิวลุค” เก๋ไก๋ไฉไลไปอีกแบบ…@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ โสภณ สุภาพงษ์ ๑ ในอัศวิน สู้วิกฤตน้ำมันยุคป๋าเปรม เมื่อกว่า ๔๐ ปีก่อน ในวัย ๘๐ ปี เหลือทนกับ”ขบวนการปล้นชาติปล้นประชาชน” เปิดกล่องความคิดแบบรัวๆ แฉพฤติกรรมอัปยศ”กุ๊ยโกงกินชาติ” สมคบกัน “ต้มตุ๋น”ประชาชน-สูบเงินแผ่นดินไปแล้วกว่า ๖๔,๐๐๐ ล้านบาท…องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น-ปปช.มัวทำอะไรอยู่ @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๒๕ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๒๕ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…นายกฯโชว์รวยออกรถอีวีป้ายแดง สู้วิกฤตน้ำมัน แถมเชิญชวนชาวบ้านเอาอย่าง สุดท้ายทัวร์เทกระจาดฉ่ำๆ ก็ชาวบ้านไม่ได้รวยอย่าง”เสี่ยหนู”นี่หว่า @@

เปิดสภาส.ส.ฝ่ายค้านดาหน้าสับเละรัฐบาลแก้วิกฤตการน้ำมันได้”เฮงซวยห่วยแตกไร้เทียมทาน” ชาวบ้านทั่วทุกภาคของประเทศต้องทนนอนตากยุงรอปันส่วนน้ำมัน แต่ผู้มีอำนาจวาสนาสูงส่งในบ้านเมืองพูดหน้าตายเฉย”ไม่เห็นมีปัญหาอะไร” @@

โถๆๆๆนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ช่างกล้าพูดหน้าตาเฉยไม่เคยสั่งตรึงราคาน้ำมัน ขอโทษหลายทีเลยเถอะ รอยเท้าดิจิทัลบนหน้าเพจ”Anutin Charnvirakul” วันที่ ๓ มี.ค. เวลา ๒๑.๐๖ น. ระบุข้อความ”ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ผมได้สั่งการให้กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกาศตรึงราคาน้ำมันดีเซลในราคาลิตรละ ๒๙.๙๔ บาท เป็นเวลา ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป….” หลักฐานชัดเจนปานนี้ ยังจะปากแข็งกล้าปฏิเสธอยู่มั้ย ท่านนายกฯ???

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กระซวกเปิดกะโหลกรัฐบาล กลางสภา บอกไอ้โม่งคือโรงกลั่น กอบโกยกำไรบนคราบน้ำตามหาชน และตอกย้ำกองทุนน้ำมันไม่ได้มีไว้ชดเชยกำไรโรงกลั่น เรียกร้องบังคับใช้ พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเข้มข้น จัดระเบียบธุรกิจน้ำมันแบบเบ็ดเสร็จ พาประเทศชาติ-ประชาชนออกจากวิกฤตการน้ำมันโดยเร็ว @@

เวทีระดมความเห็นส.ส.สะท้อนข้อคิดเห็น-ข้อเสนอแนะคลี่คลายวิกฤตการน้ำมันในสภาผู้แทนราษฏร เหมือนเป็น “เวทีสีซอให้กระบือฟัง” แต่กระบือฟังไม่ออก ราคาน้ำมันทุกชนิดวันพรุ่งนี้( ๒๖ มี.ค.) จึงดีดตัวพุ่งขึ้นก้าวกระโดดแบบยกแผงไปเลยลิตรละ ๖ บาทรวด ดีเซล ดีดจากลิตรละ ๓๒.๙๔ บาท เป็น ๓๘.๙๔ บาท โซฮอลล์ ๙๕ เด้งขึ้นจากลิตรละ ๓๕.๐๕ บาท ทะลุไปยืนที่ลิตรละ ๔๑.๐๕ บาท…ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมอะไรอีกแล้ว @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ รัฐบาล”สีน้ำเงิน”ภายใต้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ชนะเลือกตั้งด้วยกุศโลบายรณรงค์ปลุกระดมพลังมวลชนสายอนุรักษ์นิยมกาบัตรลงคะแนนเชิงยุทธศาสตร์ สยบ”สีส้ม” กับปฏิกิริยาบริหารวิกฤตการน้ำมันแบบไม่บริหาร “ไม่สนสี่สนแปด” เหมือนจงใจอวดเบ่งอิทธิฤทธิ์-อิทธิพลเหนือธรรมดา ประชดประชาชน ล้อเล่นกับความเป็นความตายของประชาชน และผลักประเทศเข้าสู่หุบเหวหายนะ….ไม่แน่ก่อนถึงวันสำคัญ อาจถึงคราว”รีเซ็ท”ประเทศไทย เพื่อความอยู่รอดของประเทศชาติ-ประชาชน @@

ฮูก ตาตี่