…อาฟเตอร์ช็อคโศกนาฏกรรมสยามพารากอนยังกระเพื่อมรัวๆนัวเนียไปกับการจัดระเบียบการครอบครองอาวุธปืน และสิ่งเทียมอาวุธปืน ถึงขั้นเกิดกระแสผลักดันยกเครื่อง พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ที่ใช้กันมาตั้งแต่ปีมะโว้ เมื่อ ๗๖ ปีล่วงแล้ว…@@
ผลกระทบจากเหตุการณ์”ฆาตกรเด็ก” ก่อคดี”ฆาตกรรม” กระตุกให้กระแสสังคมจดจ่ออยู่กับการจัดระเบียบการครอบครองอาวุธปืน แต่ให้ความใส่ใจระดับต่ำกับการจัดระเบียบครอบครัว-จัดระเบียบหลักสูตรการเรียนการสอนโรงเรียน ทั้งที่เป็นรากเหง้าความรุนแรง…@@
ปืน-มีด-ระเบิด แม้เป็นอาวุธทำลายล้างชีวิต แต่มันก็แค่”สิ่งของไร้ชีวิต” ไม่มีขีดความสามารถทำร้ายใครได้ เว้นแต่จะมี “คน” ใช้มันไป “ฆ่าคน” ดังนั้นแก่นของเหตุฆาตกรรม อยู่ที่คน และต้องแก้ที่คน เป็นสำคัญ…@@
การที่เด็กอายุแค่ ๑๔ จะฆ่าคนท่ามกลางฝูงชนได้ ต้องโหดอมหิตเลือดเย็นขนาดไหน…อะไรบ้างคือเหตุปัจจัยบ่มเพาะความอมหิตให้กับเด็ก กระทั่งกลายเป็น “ฆาตกรวัยใส” เป็นประเด็นใหญ่ที่ต้องช่วยกันเค้นหาคำตอบ
ยามนี้ปฏิกิริยาความเห็นที่สื่อสารกันโลกสังคมออนไลน์ เชื่อมโยงพฤติกรรม”ฆาตกรวัยใส” กับ “จูนิเบียว” ตามตำราญี่ปุ่น ที่สะท้อนบุคลิกภาพเด็ก ม.๒ ชอบทำตัวขวางโลก-อวดรู้อวดเก่ง-หลงตัวเอง…นักมานุษยวิทยา-นักสังคมวิทยา-นักจิตวิทยา ต้องบูรณาการความรู้มาช่วยกันถอดระหัสด่วนจี๋ เพื่อแสวงหาหนทางป้องกันแก้ไขให้ถูกต้องทันเหตุการณ์…@@
มาตามนัดจุดพลุ”ดับเบิลบิ๊กเซอร์ไพร์ส”..ทนายเปี๊ยก-อนันต์ชัย ไชยเดช ควงคู่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย บุกยื่นคำร้อง ปปช.เอาผิด เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร.ร่วมกับ ก.ตร.อีก ๙ คน ฐานแต่งตั้ง ผบ.ตร.ขัดรัฐธรรมนูญ และไม่ชอบด้วยพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับปฏิรูป…เก้าอี้นายกรัฐมนตรี ออกอาการโงนเงนเล็กน้อย…@@
เปิดโผรายชื่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) กลไกใหม่เอี่ยมที่เกิดขึ้นภายใต้พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับปฏิรูป ประกอบด้วย ๗ อรหันต์ ๑.ธวัชชัย ไทยเขียว ๒.พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ๓.พล.ต.อ.อำนาจ อันอาตน์งาม ๔.พล.ต.ท.อาจิณ โชติวงศ์ ๕.พล.ต.ท.ปัญญา เอ่งฉ้วน ๖.วันชาติ สันติกุญชร ๗.สมรรถชัย วิศาลาภรณ์…พอจะเห็นแสงสว่างรำไรทำให้การกรีฑาเขย่งก้าวกระโดดในวงการตำรวจเบาบางลงได้มั่ง…@@
ส่องกล้องมองความเคลื่อนไหว”ดิจิทัลวอลเล็ต ๑ หมื่นบาท” ซักนิด…ประชุมคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตฯนัดปฐมฤกษ์ผ่านไป ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ปฏิกิริยา”ต่อต้านดิจิทัลวอลเล็ต” ก่อตัวขึ้นแล้ว ส่อเค้าขยายวงรวดเร็วมาก ด้วยเหตุผล”ไม่ต้องการเห็นประเทศชาติล่มจมล้มละลาย”…ไม่อยากให้เงินบาทต้องกลายเป็น”ดอกไม้จันทน์” @@
ฮูก ตาตี่
สวนข่าว ประจำวันพฤหัสบดีที่ ๕ ต.ค.๒๕๖๖ แรม ๖ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีเถาะ
Related Posts
สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ เม.ย.๒๕๖๙ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเ
สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ เม.ย.๒๕๖๙ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย…ควันหลงจากกรณี”ดีดนอกฤดู” อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ฟุ้งตลบอบอวลถึงขั้น”เดอะซัน” ประกาศเตรียมพร้อม”ฟ้องหมิ่นประมาท” โทษฐานกล่าวหาให้ร้าย”หลานชายสุดที่รัก” แต่งานนี้นายกฯหนูบอก”ขอไม่ยุ่ง” @@
เบื้องลึกศึกศักดิ์ศรีในกระทรวงเกษตรฯระหว่างอธิบดีกรมฝนหลวงฯ กับ เครือญาติเจ้ากระทรวง บานปลายไปถึงศึกเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดสกลนคร ตอนต้นปี ระหว่าง”ทายาทอธิบดี” สวมเสื้อพรรคภูมิใจไทย แข่งกับ ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย แถม อธิบดี มีแผนลงสมัคร นายก อบจ.สกลนคร ในนามพรรคภูมิใจไทย หลังปิดฉากชีวิตข้าราชการ….@@
ความอื้อฉาวที่กำลังระเบิดเถิดเทิงในกระทรวงเกษตรฯ ในโควต้าพรรคเพื่อไทย หนีไม่พ้นต้องเป็นเผือกร้อน ที่ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อว. ต้องชำระสะสางให้สะเด็ดน้ำ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ…@@
ธีรศักดิ์ จิระตราชู-ปวิตรา จิตตกิจ-พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์-ณพัฎน์ จิตตภินันท์กัณตา ๔ ส.ส.หน้าใหม่พรรคประชาชน แฉแบบเรียน กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ “ราคาแพง-คุณภาพต่ำ-เนื้อหาล้าสมัย”…งานนี้กระสุนตกใส่พรรคเพื่อไทยอีก ๑ ห่า @@
สงครามตะวันออกกลางกดจีดีพีเหี่ยวเฉา แต่ที่ไต้หวันเกิดปรากฏการณ์”จีดีพีโลกตะลึง”..สำนักงานสถิติไทเป แห่งไต้หวัน รายงานจีดีพีไตรมาสแรกปีนี้อ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วแบบก้าวกระโดดด้วยอัตราการขยายตัวสูงลิ่วถึง ๑๓.๗ % เหนือความคาดหมายของนักเศรษฐศาสตร์ทุกสำนักที่ทำนายอัตราการขยายตัวของจีดีพีไว้ที่ ๑๑.๓% โดยได้แรงส่งจากความต้องการชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์พุ่งขึ้นมโหฬาร…หันมาดูจีดีพีอาการเหมือน”หมาหงอย” @@
ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…คลื่นข้าราชการกรมสรรพากร-กรมศุลกากร-กรมบัญชีกลาง หอบดอกกุหลาบอาบน้ำตาร่วมแสดงความรักอาลัยอาวรณ์ “อธิบดีอุ๋ย”กุลยา ตันติเตมิท” ในโอกาสทำงานในฐานะข้าราชการวันสุดท้าย….
ฮูก ตาตี่
สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๒๙ เม.ย.๒๕๖๙ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย…อ
สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๒๙ เม.ย.๒๕๖๙ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย…อัสนีบาตฟาดกลางแดดเปรี้ยงที่กระทรวงเกษตรฯ เมื่อ”ราเชน ศิลปะรายะ” อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ยื่นหนังสือลาออกจากราชการแบบ”สายฟ้าแล่บ” สำแดงปฏิกิริยาความไม่พอใจกับ”ความอยุติธรรม”ขั้นบัดซบ ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อมหาชน หลังถูกสั่งย้ายไปนั่งตบยุงในตำแหน่ง “ผู้ตรวจราชการกระทรวง” @@
รัฐบาลนี้ดีนักหนาเข้าขั้น”แสนสาหัส” แค่ประเดิมบริหาราชการแผ่นดินเดือนแรก ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระดับ “อธิบดี” ผู้มีเกียรติประวัติยอดเยี่ยม ๒ คนคืออธิบดีกรมสรรพากร “กุลยา ตันติเตมิท” และ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร “ราเชน ศิลปะรายะ” ตัดสินใจ”ลาออกจากราชการ”…หันหลังให้กับความอยุติธรรม @@
ปฏิกิริยาของ ๒ อธิบดี ที่สลัดสถานะความเป็นข้าราชการโดยไม่อาลัยอาวรณ์ คือ เกียรติยศศักดิ์ศรีแห่งความเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่กำลังฟื้นคืนกลับมา หลังจากก้มหัวกุมเป้า ยอมศิโรราบเป็นทาสบริวารรับใช้นักการเมืองมายาวนาน….@@
กรณีการดีด ราเชน ศิลปะรายะ พ้นกรมฝนหลวงฯ เจ้าตัวที่ถูกกระทำเปิดโปงให้ชาวบ้านรู้กันทั่ว แต่สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เจ้ากระทรวงเกษตรฯ อ้าง”เพื่อความเหมาะสม” ส่วน วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงฯ ผู้มีอำนาจโยกย้ายตามกฏหมาย อยู่เป็น..ปิดปากเงียบกริบ ไม่มีใครไปง้างปากให้สารภาพ “คำสั่งเด้งอธิบดีกรมฝนหลวงฯ เป็นบัญชาของใคร?”
อาการที่ข้าราชการ”แข็งข้อ” ไม่ยอมงอให้กับความอยุติธรรมที่นักการเมืองยัดเยียดให้ กำลังตอกย้ำคำอภิปรายของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่อนุทิน ชาญวีรกูล แถลงนโยบายรัฐบาล ๙ เม.ย.โดยสะกิดเตือนให้รัฐบาลยึดมั่นทำตามนโยบายข้อที่ 3 ของรัฐบาล ที่ระบุถึงการยึดมั่นในหลักนิติธรรมและการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานธรรมาภิบาล และชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา อดีตนายกรัฐมนตรี อภิปรายสำทับให้ซื่อสัตย์ต่อคำถวายสัตย์ปฏิญาณที่กล่าวหน้าพระพักตร์ โดยเน้นย้ำด้วยถ้อยคำที่หนักแน่น…”…ถ้าท่านจะทำตามคำปฏิญาณที่ทำต่อหน้าพระพักตร์ได้ ผลลัพธ์จะต้องเกิดกับประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาธิปไตยต้องงอกงามไพบูลย์อยู่บนวิถีทางที่ถูกต้อง และต้องทำให้ประเทศมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่น ถ้าท่านเห็นประชาชนเป็นเพียงทางผ่านสู่อำนาจ เห็นประชาธิปไตยเป็นเพียงพิธีกรรม เห็นประเด็นเรื่องความมั่นคง จริยธรรมเป็นเพียงการหาเสียงหรือเครื่องมือทางการเมือง ท่านจะไม่ได้ปฏิบัติตามคำปฏิญาณตนที่ท่านให้ไว้ต่อหน้าพระพักตร์ และทุกคนในประเทศจะบอกว่าพอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” …เมื่อเห็นกงจักรเป็นดอกบัว…เมื่อมุ่งหนทางสู่นรกภูมิ จงอย่าได้ร่ำไห้เสียใจเมื่อบาปกรรมที่ทำไว้ตามคิดบัญชี @@
ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ กรมราชทัณฑ์ อนุมัติพักโทษ “นักโทษ” ๘๖๙ คน ในจำนวนนี้มีชื่อ “นช.ทักษิณ ชินวัตร” รวมอยู่ด้วย กำหนดปล่อยตัวพ้นเรือนจำ ๑๑ พ.ค. ด้วยเงื่อนไขต้องใส่กำไลอีเอ็ม จนกว่าจะพ้นโทษวันที่ ๙ ก.ย.ปีนี้….จับตาฉากทัศน์การเมืองไทยนับจาก ๑๑ พ.ค.เป็นต้นไป @@
ฮูก ตาตี่
