สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๗ เม.ย. ๒๕๖๙ แรม ๕ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…ครม.หนู-๒ เชื่อฟังคำขอร้องนายกรัฐมนตรีดีมาก ตบเท้าเข้ากระทรวงพึ่บพั่บ ไม่ต้องรอฤกษ์ยาม @@

วิกฤตการน้ำมัน-ไฟฟ้า-ก๊าซ ส่อเค้าทวีความรุนแรงหนักหนาสาหัสสุดหยั่งคาด..รองนรม.และรมว.คลัง เอกนิติ นิติทัณฑประภาศ ส่งสัญญาณจับดาบ” พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง” ยัดใส่มือ นายกฯหนู บริหารจัดการวิกฤตแบบเบ็ดเสร็จ…@@

รองนรม.และรมว.พาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ งัดไม้เด็ดสั่งห้ามส่งน้ำมันปาล์มดิบออกนอกราชอาณาจักร นาน ๑ ปี ตั้งแต่ ๗ เม.ย.๒๕๖๙ เป็นต้นไป…@@

มาตรการรับมือสถานการณ์วิกฤตขั้นรุนแรง ที่จะทะยอยประกาศ”บังคับปฏิบัติ”ตามออกมาหนีไม่พ้น “เคอร์ฟิวส์ปั๊มน้ำมัน”-ใช้ยานยนต์สลับวันคู่วันคี่…@@

๓๙ วันแห่งสงครามอิสราเอลปลุกปั่นสหรัฐ ถล่ม อิหร่าน จุดระเบิด”โลกเดือด” คร่าชีวิตมนุษย์ ๑๔ เชื้อชาติ ใน ๑๓ ประเทศไปแล้ว ๓,๗๕๖ ราย บาดเจ็บอีกกว่า ๓๘,๐๐๐ ราย ในจำนวนนี้ อิหร่านสูญเสียหนักสุด ตาย ๒,๐๗๖ ราย บาดเจ็บ ๒๖,๕๐๐ ราย รองลงมาคืออิสราเอล ตาย ๒๖ ราย บาดเจ็บ ๗,๑๘๓ ราย…สหรัฐ ก็ตาย ๑๓ ราย บาดเจ็บ ๒๐๐ ราย….แนวโน้มสถิติความสูญเสียนับวันจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นต่อเนื่อง ตราบเท่าที่สงครามยังดำเนินต่อไป….@@

กลอุบายสหรัฐ เดินหมากยืมมือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ออกมติหนุนการใช้กำลังประจัญบานอิหร่าน บังคับเปิดช่องแคบฮอร์มุช ล้มไม่เป็นท่าเมื่อ จีนและรัสเซีย ๒ ใน ๕ คณะมนตรีความมั่นคงถาวร “โหวตวีโต้” ขณะที่ ปากีสถานและโคลัมเบีย พร้อมใจกัน”งดออกเสียง”….@@

ผลการลงมติ UNSC ล่าสุด เปลือยตัวตนล่อนจ้อน ๕ ชาติที่มีสถานะ”คณะมนตรีความมั่นคงถาวร”…จีน-รัสเซีย เห็นใจ อิหร่าน ขณะที่ อังกฤษ-ฝรั่งเศส เห็นใจ “สหรัฐและอิสราเอล”…@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…วิศิษฏ์ เลาหพูนรังษี ลาออกจากตำแหน่ง ซีอีโอและซีเอฟโอ ด้วยเหตุผล “ติดภารกิจส่วนตัว” ทั้งที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดกว่า ๓๒% และกิจการกำลังเผชิญปัญหาสภาพคล่อง-รายได้การขายทรุดตัว…มันแปลกพิลึกอยู่นะ @@

ฮูก ตาตี่