สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๙ เม.ย. ๒๕๖๙ แรม ๗ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมี
สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๙ เม.ย. ๒๕๖๙ แรม ๗ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…โหมโรงบรรเลงอย่างเป็นทางการแล้ว การแถลงนโยบายรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ต่อที่ประชุมรัฐสภา แต่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจำนวนมากขาดวินัยในการตรงต่อเวลา เป็นเหตุให้การแถลงนโยบายฯล่าช้ากว่าเวลานัดหมายไป ๓๐ นาที @@
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ประกอบพิธีกรรมอ่านคำแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภาสลับกับการอึกอักกระแอมไอเป็นช่วงๆ กว่าจะจบคำแถลงใช้เวลาไปกว่า ๑ ชั่วโมง…หาความหวัง-ความว้าวไม่เจอะเจอ @@
วีรยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน อภิปรายขยี้เป็นนโยบายจากการผสมพันธ์ุกันระหว่าง”บ้านใหญ่”กับ”เทคโนแครท” เหมือนเด็กทำรายงานกลุ่มภายใต้การกำกับจาก “ครูใหญ่” พร้อมกับด้อยค่า ไร้นโยบายเร่งด่วน รับวิกฤตพลังงาน “ห่วยกว่านโยบายรัฐบาลยิ่งลักษณ์” …@@
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค-แคนดิเดทนายกรัฐมนตรี และส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายกระซวกและขยี้นโยบายข้อที่ 3 ของรัฐบาล ที่ระบุถึงการยึดมั่นในหลักนิติธรรมและการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานธรรมาภิบาล อย่างตรงไปตรงมาไม่เกรงใจ ไม่ไว้หน้า…”ไม่มั่นใจว่าการบริหารด้วยหลักนิติธรรมและบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคจะเป็นจริง จะจับตาดูตั้งแต่เรื่องเขากระโดงและคดีฮั้ว ส.ว. รวมถึงที่เขียนว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับคู่สัญญาของรัฐที่ทำให้สาธารณะเสียหาย ทั้งตึก สตง. พระราม 2 และจังหวัดนครราชสีมา แต่ท่านอย่าลืมคู่สัญญาของอาคารรัฐสภาแห่งนี้ที่มีปัญหาเยอะแยะด้วย…” @@
อภิสิทธิ์ ยังกรีดยาวต่อไปถึงประเด็นคุณสมบัติ ครม. โดยระบุว่าถ้าใช้มาตรฐานเดียวกัน ครม.หลายคนต้องไม่ผ่านคุณสมบัติ “…รวมทั้งท่านนายกฯด้วย” ก่อนจะทิ้งท้ายให้นายกฯอนุทินและพวกต้องคิดหนัก…”…ถ้าท่านจะทำตามคำปฏิญาณที่ทำต่อหน้าพระพักตร์ได้ ผลลัพธ์จะต้องเกิดกับประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาธิปไตยต้องงอกงามไพบูลย์อยู่บนวิถีทางที่ถูกต้อง และต้องทำให้ประเทศมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่น ถ้าท่านเห็นประชาชนเป็นเพียงทางผ่านสู่อำนาจ เห็นประชาธิปไตยเป็นเพียงพิธีกรรม เห็นประเด็นเรื่องความมั่นคง จริยธรรมเป็นเพียงการหาเสียงหรือเครื่องมือทางการเมือง ท่านจะไม่ได้ปฏิบัติตามคำปฏิญาณตนที่ท่านให้ไว้ต่อหน้าพระพักตร์ และทุกคนในประเทศจะบอกว่าพอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” …ผลลัพธ์ของการตระบัดสัตย์ต่อองค์เหนือหัวหนักหนาสาหัสนักแล @@
สาทิตย์ วงศ์หนองเตย เตือนรัฐบาลอย่าทำให้ประชาชนจนตรอกประชาชนที่เขากำลังจนตรอก รายได้หด น้ำมันแพง ปุ๋ยแพง วันหนึ่งเขาจะสิ้นความอดทน ลุกขึ้นมาบนท้องถนนแล้วบอกว่า ‘พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว’
วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ผู้เคยสร้างวีรกรรมชิ้นโบว์แดง เปิดโปงขบวนการขายข้าว”จีทูจีเก๊” สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรมาแล้ว ใช้เวทีอภิปรายนโยบายรัฐบาลอนุทิน เปิดโปงขบวนการปล้นชาติ หากินบนความเดือดร้อนชาวบ้าน โดยยักยอกน้ำมันกว่า ๗๒๗ ล้านลิตรไปทำกำไร มโหฬารมหาศาลจากวิกฤตการน้ำมัน เรียกร้องรัฐบาลต้องลากคอขบวนการปล้นชาติกลุ่มนี้มาสำเร็จโทษขั้นเด็ดขาดโดยไว….อย่าได้ดราม่าลูบหน้าปะจมูก @@
ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปตามนัด ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เป็นคดีหมายเลขดำที่ คมจ ๑/๒๕๖๙ กล่าวหา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กับพวกรวม ๔๔ คน ใช้สิทธิเข้าชื่อกันขอแก้ไขประมวลกฏหมายอาญามาตรา ๑๑๒ กระทำการฝ่าฝืน มาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยมีเจตนากระทำการโดยไม่สมควรที่อาจกระทบต่อความมั่นคง แห่งราชอาณาจักรและเกียรติยศของประมุขแห่งรัฐ เป็นการกระทำอันมีเจตนามุ่งร้ายโดยชัดแจ้งที่จะทำลายล้างสถาบัน พระมหากษัตริย์ เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยการไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง….ช่างเป็นข้อกล่าวหาที่แสนร้ายกาจรุนแรงเยี่ยง”กบฏ”เชียวนะ @@
ฮูก ตาตี่