สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๖ ส.ค.๒๕๖๙ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๘/๘..ทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วยลูกสาว-ลูกเขย ออร่าเฉิดฉายในงานสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลพ่อตาอดีตนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ณ วัดเทพศิรินทราวาส…@@
ล่มแล้ว-ล่มอีก วงประชุมบอร์ด กสทช.มีวี่วแววจะล่มซ้ำซากต่อไป ตราบเท่าที่ สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยังยืนกรานทำหน้าที่ ประธานบอร์ด…จับตานัดหมายครั้งต่อไป ๑๑ ส.ค.ล่ม-ไม่ล่ม…ล่ม @@
เหมือนไม้ขีดไฟก้านแรกจะถูกจุดขึ้นแล้ว จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่าง”พีมูฟ”กับเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน กระทรวงมหาดไทย ที่กระทรวงมหาดไทย เป็นเหตุให้เกิดการบาดเจ็บขึ้น ก่อนที่ ภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดมหาดไทย จะยุรยาตรจากหอคอยงาช้างลงมาหย่าศึก…@@
เรื่องไม่เป็นเรื่อง จะไม่เป็นเรื่องเด็ดขาด ถ้า มท.๑-มท.๒-มท.๓-มท.๔ ไม่ว่างก็ส่งไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ ลูกหม้อมหาดไทยที่ทำหน้าที่เลขานุการ มท. ๑ ไปจับเข่าคุยกับชาวบ้านกลุ่มพีมูฟ ตามประสาคนไทยดด้วยกัน บอกกล่าวให้ชาวบ้านรับรู้ว่าความทุกข์ร้อนเรื่องที่ทำกิน จะมีการประชุมหาทางแก้ไขในวันที่ ๑๙ ส.ค.โดย มท.๒ พลพีร์ สุวรรณฉวี..ทุกอย่างก็สวีวี่วี ไม่ต้องมีใครบาดเจ็บ @@
สถาบันยุทธศาสตร์การค้าและคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานผลสำรวจดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ SMEs และดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ประจำไตรมาส ๒/๒๕๖๙ “อาการน่าเป็นห่วง” สาเหตุหลักป่วยหนี้สินกดทับ-ต้นทุนโป่งพอง วิงวอนรัฐบาล “เติมสภาพคล่อง”ด้วยความจริงจังและจริงใจโดยไว @@
ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…๖ องค์กรเครือข่ายภาคประชาสังคม ประกอบด้วยคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน(กป.อพช.)-มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม กรุงเทพฯ-มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW)- Protection International (PI)-มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH)-เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ร่วมกันเปิดโปงพฤติกรรมเถื่อนกลุ่มทุนไทยเทาสมคบกลุ่มทุนเทาชาติมหาอำนาจลงขันตั้งเงินรางวัล จ้าง”ฆ่าปิดปาก”สุเมธ เหรียญพงษ์นาม-สุนทร คมคาย ๒ นักปกป้องสิทธิพลเมืองภาคตะวันออก รายละ ๑ ล้านบาท เปิดทางสะดวกทิ้งขยะพิษ เย้ยพ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม-พ.ร.บ.วัตถุอันตราย-พ.ร.บ.โรงงาน-พ.ร.บ.สาธารณสุข พร้อมกับเรียกร้องรัฐบาลไทยและสหประชาชาติให้เร่งดำเนินการ ๔ ประการ ๑).สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทย ต้องบูรณาการกำลังสืบสวนสอบสวนขบวนการว่าจ้างมือปืน และจัดตั้งกลไกคุ้มครองความปลอดภัยขั้นสูงสุดแก่แกนนำและครอบครัวโดยทันที ๒).กระทรวงยุติธรรม ต้องเร่งบังคับใช้มาตรการคุ้มครองพยานเชิงรุก และแก้ไขกฎหมายเพื่อป้องกันการฟ้องปิดปาก (Anti-SLAPP) อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ ๓).กระทรวงอุตสาหกรรม-ทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งหน่วยงานกำกับดูแล EEC ต้องสนธิกำลังปราบปรามโรงงานรีไซเคิลเถื่อน ตรวจสอบเส้นทางการเงินของทุนต่างชาติที่ใช้นอมินี และสั่ง “ปิดกิจการ” โรงงานที่ทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด ๔).คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN-OHCHR) ต้องช่วยลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กดดันรัฐบาลไทย และเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด…@@
ฮูก ตาตี่
