สวนข่าวประจำวันศุกร์ที่ ๗ ส.ค.๒๕๖๙ แรม ๙ ค่ำ เดือน ๘/๘…อะไรไม่ควรเห็น-ได้เห็น “เด็กชายอายุ ๑๔ ปี นักเรียน ม.๓ โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ยิงปู่-ย่า-ครู-เพื่อนนักเรียนตาย ๘ ศพในวันเดียว…อะไรไม่เคยเกิด-เกิด “โกงสอบท้องถิ่นวินาศสันตะโร-ข้อมูลส่วนบุคคลพลเมืองไทยทั่วทั้งประเทศรั่วระเนระนาด จากความ”ชุ่ย-ห่วยแตก”ของหน่วยงานรัฐ” @@

เหตุโศกนาฏกรรมเกิดที่โรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี…วันเดียวกัน”หวุดหวิด”เกิดเหตุยิงกันระหว่างนักเรียน โรงเรียนเอกชนชื่อดัง ท้องที่ สน.สามเสน…”โรงเรียนคือพื้นที่ปลอดภัย” ชักจะไว้ใจอะไรไม่ได้ @@

ย้อนเวลาถอยหลังกลับไปเกือบ ๓ ปีก่อน ๓ ต.ค.๒๕๖๖ เด็กชายอายุ ๑๔ ปีเท่ากัน นักเรียนโรงเรียนไฮโซ ใช้อาวุธปืนไล่ยิงคนกลางห้างสยามพารากอน ตาย ๓ ศพ…@@

น่าสงสัยนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ใช้ปากพูดหรือใช้ตูดพูด ““เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่อาชญากร แต่เกิดจากบุคคลที่มีความเครียด กดดันสะสมมานาน…” ขอโทษเถอะ ก่อเหตุฆาตกรรมอมหิตปานนั้น ไม่เรียก”อาชญากรรม” จะให้เรียก “บูชายัญ” ไม่เรียก”อาชญากร” จะให้ยกย่องเป็น “ผู้ปลดปล่อย”หรือยังไงฯพณฯ ???@@

หนึ่งเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเดียวกัน โดยคนรัฐบาลเดียวกัน แค่ต่างพรรค…นายกฯและมท.๑ หัวหน้าค่ายสีน้ำเงิน ฟันธงเปรี้ยง “ไม่ใช่อาชญากรรม” ส่วนปฏิกิริยารองนรม.และรมว.อว.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดทนายกรัฐมนตรีค่ายสีแดง บอกให้ฟังคำแถลงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วบึ่งไปนอนบริจาคเลือด อุทิศให้ผู้บาดเจ็บจากเหตุโศกนาฏกรรมที่ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า….เหนือชั้นกว่ากันหลายขุม @@

ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สังกัดค่ายสีน้ำเงินประธานกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย รีบพลิกเกมล่าแต้ม ส่งสัญญาณมอบเงินเยียวยากรณีเสียชีวิตรายละ ๑ ล้านบาท-กรณีทุพลภาพ รายละ ๗ แสนบาท-กรณีบาดเจ็บสาหัส รายละ ๒ แสนบาท-กรณีบาดเจ็บเล็กน้อย รายละ ๑ แสนบาท…@@

พัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข สังกัดบ้านสีน้ำเงิน สั่งทีมแพทย์ติดตามอาการผู้ป่วยจากเหตุโศกนาฏกรรมต่อเนื่อง พร้อมจัดทีม MCATT ดูแลจิตใจครอบครัวที่ถูกกระทบจากเหตุโศกนาฏกรรมเต็มที่

นิกร โสมกลาง รมว.พม.สังกัดค่ายสีแดง ไม่ยอมน้อยหน้า สั่งทีมศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) และทีมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) นนทบุรี ลงพื้นที่ช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวที่ถูกกระทบจากเหตุโศกนาฏกรรมเป็นการด่วน….อนิจจาอนาถาประเทศไทย คำว่า”บูรณาการ” คำว่า “เอกภาพ” คำว่า “ซ้ำซ้อน” สะกดกันไม่เป็นแล้ว

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ พลพีร์ สุวรรณฉวี มท.๒ เปิดข้อมูลชวนช็อค ตรวจพบ”ทุนยิวเทา” เข้าสิงบริษัทไทย กว่า ๑๐๐ บริษัท ทำมาหากิน”ธุรกิจเทา”ในภูเก็ต มีรายได้ปีละกว่า ๕ พันล้านบาท…เอ้า! ท่านอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า “ว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์” ในฐานะอยู่ใต้อาณัติ”บ้านสีน้ำเงิน”ด้วยกัน ช่วยออกแรงขยี้โดยเร็ว @@

ฮูก ตาตี่