สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๒๐ ม.ค.๒๕๖๙ ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเส็ง

อาถรรพ์พระราม ๒ มีทั้งเครนถล่ม-หลุมยุบน้ำท่วม…ล่าสุดไฟไหม้ ต่อไปไม่รู้จะมีเหตุอาเพศอะไรอุบัติขึ้นซ้ำอีก @@

พูดแล้ว…ยังทำไม่ได้ คำสั่งนายกรัฐมนตรี ให้ยกเลิกสัญญาจ้างโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง และโครงการก่อสร้างทางยกระดับ ที่เกิดโศกนาฏกรรมทำให้มีคนตายจำนวนมาก….การรถไฟฯ-กรมทางหลวง-กระทรวงคมนาคม แค่พยักหน้า”รับทราบ” แต่การออกหนังสือยกเลิกสัญญาจ้าง ต้องใช้เวลาประดิษฐ์ประดอยอีกนาน @@

เลขากกต.แสวง บุญมี ออกอาการขึงขังสั่งกวดขันตรวจเข้มการซื้อสิทธิขายเสียง หลังภาคธุรกิจเอกชนเปิดผลสำรวจตัวเลขซื้อเสียงเลือกตั้งทั่วประเทศรอบนี้สูงลิ่วหัวละ ๓,๐๐๐-๕,๐๐๐-๗,๕๐๐ บาท…เอ้า!! ท่านผู้ตรวจการเลือกตั้ง ๕๒๔ คน ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ กรุณาทำหน้าที่ด้วยความแข็งขัน ให้สมกับค่าตอบแทนท่านละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อป้องกันทุนเทายึดประเทศ @@

อดีตกกต.สมชัย ศรีสุทธิยากร แนะ กกต.ตั้งเงินรางวัลล่า”ผีซื้อเสียง”…ใครชี้เบาะแสไปสู่การจับผีได้….มีเงินรางวัลตอบแทน @@

ซื้อเสียงหัวละ ๗,๕๐๐ บาท “หนู”ไม่เชื่อ-”ตุ๋ย” ก็ไม่เชื่อ ถึงขั้นบอกขืนเป็นอย่างนั้น”ประเทศพัง” แต่”เดอะคึก”เทพไท เสนพงศ์ เชื่อ-เจษฏ์ โทณะวณิก แคนดิเดทนายกฯพรรครักชาติ เชื่อ จับสังเกตจากความเคลื่อนไหวการฝากถอนเงินธนาคารฟู่ฟ่าหวือหวาผิดปกติ เป็นหลักแสนล้านบาท….@@

ปฏิบัติการสกัดกระแสเงินซื้อเสียง ทำลายทุนเทาทำได้ไม่ยากเย็น แค่แบงก์ชาติ-ปปง.ประสานการทำงานใช้”เอไอ”สแกนตรวจสอบเส้นเงินเครือข่ายบริวารนักการเมืองบ้านเล็ก-บ้านใหญ่-บ้านใหม่ ทุกพรรคทุกสี แค่ ๕,๐๙๖ คน ๖๐ พรรคการเมืองเท่านั้น….บัญชีใคร-พรรคไหนมีพิรุธ เคลื่อนไหวพิลึกก็ชิงตัดไฟแต่ต้นลมซะ @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ สถานะการเงินอิตาเลียนไทยดีเวลลอปเมนต์(ITD) อาการน่าเป็นห่วง จัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ ๑.๔ หมื่นล้าน เพื่อขอยืดเวลาคืนหนี้ ก็ยังจบไม่ลง แถมหนี้ก้อนโตอีก ๒.๔ หมื่นล้านบาทที่ผูกพันกับ แบงก์กรุงเทพ-กรุงไทย-ไทยพาณิชย์-กสิกรไทย ก็ยังลูกผีลูกคน…น่าหวาดเสียว @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๒๑ ม.ค.๒๕๖๙ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเส็ง…

ศาลรัฐธรรมนูญ พิพากษาให้ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนรม.และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม หลุดพ้นข้อกล่าวหา จากคำร้องสมาชิกวุฒิสภา กรณีใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ แทรกแซงการทำงาน กกต.คดีฮั้วส.ว.@@

ชะรอยถึงคราวลมเปลี่ยนทิศ…ส.ว.สำรอง พงศกรณ์ ตั้งกิตติ์ตระกูล ไม่ทน สบโอกาสนำคดีฮั้ว ส.ว.ฟ้องต่อศาล พร้อมกับขอศาลออกหมายเรียกเอกสารการสืบสวนของคณะกรรมการสืบสวนฯชุดที่ ๒๖ ที่มีการแจ้งข้อหา ๑๓๘ ส.ว.และผู้ร่วมกระทำความผิด ๙๑ คน มาประกอบสำนวนคดี หลังจากเสียเวลารอคอยการทำงานแบบเรือเกลือของ กกต.ไปแล้ว ๑๙ เดือน …ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง ๙ มี.ค.นี้ @@

นับถอยหลัง ๑๘ วันสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง คดียุบพรรคภูมิใจไทย-คดีม.๑๕๗ อนุทิน-คดีเขากระโดง-คดีรันเวย์เถื่อน ปะทุเป็นพลุแตก ทุกดอกล้วนพุ่งตรงเข้าใส่พรรคภูมิใจไทย และอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย…บุญมีก็รอด-บุญมอดก็ม้วย @@

อยากรุมสกัมก็ว่ากันตามสะดวก แต่”หนูกลัวน้ำร้อนซะที่ไหน” เปิดปากบลั๊ฟผลสำรวจนิด้าโพลล์ที่บ่งชี้พรรคภูมิใจไทย เป็นแชมป์เลือกตั้ง กวาดส.ส.มาครอง ๑๕๐ คน บอก “๑๕๐ คน ต่ำไป”….ท่าทางเป้าหมายน่าจะ ๒๕๐ คน ฝันหวานเป็นรัฐบาลพรรคเดียวงั้นซิ @@

เงินซื้อเสียง ๗,๕๐๐ บาท จริงหรือไม่-ใช่หรือเปล่า ยังขาดหลักฐานยืนยัน แต่พฤติกรรมซื้อเสียงตะเกียกตะกายเข้าสู่อำนาจ ที่เป็นข้อค้นพบของ สุวิชา เป้าอารีย์ ผอ.นิด้าโพลล์ ชวนขนหัวลุก…นักเลือกตั้งบางส่วนตอนนี้ขายตัวให้ทุนเทา แลกกับน้ำเลี้ยง ไปซื้อเสียงเข้าสู่อำนาจ หลังจากนั้นจะถวายตัวเป็นทาสปกป้องทุนเทา…สยดสยองมากเมืองไทย @@

เวทีประชันวิสัยทัศน์เครือมติชน Thailand Election ๒๐๒๖ The Real Politics ที่พารากอนฮอลล์ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯพรรคประชาชน ชูแนวทางกำจัดทุนเทา-ล้างทุจริต-ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ-ฟื้นเศรษฐกิจ-สร้างสังคมปรองดอง ด้วย”รัฐบาลแพลตฟอร์ม”- ๙ ยุทธศาสตร์- ๒๐๐ นโยบาย …มียืดเวลาพักหนี้ ๒ ปี-คืนค่าน้ำค่าไฟ ๕๐%ในพื้นที่ภัยพิบัติ ๖ เดือน-หวยใบเสร็จ SMEs-เปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้า”Made in Thailand” รัฐช่วยจ่าย ๕,๐๐๐ บาท@@

เวทีเดียวกัน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกฯพรรคประชาธิปัตย์ โชว์วิสัยทัศน์”ไทยหายจน-ไทยหายเทา” ด้วย พรก.ปราบทุนเทา-สร้างนิเวศเศรษฐกิจปลุกความเชื่อมั่นนักลงทุน ปลุกจีดีพีโตให้ได้ ๕%-แจกเงินเด็กแรกเกิด ๕๐๐ บาท/เดือน นาน ๒๑๖ เดือน-แจกเงิน ๕๐,๐๐๐ บาทแก่ครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุ ๗๐ ปีขึ้นไป ส่วน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย มุ่งทำให้คนไทยรวยยั่งยืน ด้วยอธิปไตยทางความคิด อธิปไตยทางปัญญา คิดใหม่-ทำใหญ่ ใช้นวัตกรรม….หลายคนอดสงสัยไม่ได้ แน่ใจนะพรรคเพื่อไทยมีอธิปไตย ปราศจากการถูกครอบงำโดย”คนหลังกำแพง”…@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง หุ้นยิ่งคึกคะนอง ดัชนีราคาหุ้นพุ่งทะยานขึ้น ๒๑.๑๙ จุด ปิดที่ ๑,๓๑๗.๕๖ จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นกว่า ๖.๘ หมื่นล้านบาท ด้วยอภินิหารจาก Election Rally…ปปง.-แบงก์ชาติ-กกต.น่าสะกดรอยตามเส้นทางเงิน @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันจันทร์ที่ ๑๙ ม.ค.๒๕๖๙ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเส็ง

…เหลือเวลาอีก ๒๐ วัน ได้เวลา”ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย” ถึงวันนั้นได้รู้กันประเทศไทยจะเป็นสีน้ำเงิน-ส้ม-แดง-ฟ้า-เขียว….หรือเทา @@

วันนี้ครบกำหนด”เดทไลน์” เส้นตายที่กกต.สั่งให้ทั้ง ๕๗ พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ต้องส่งนโยบายหาเสียง พ้นจากนี้ต้องโดนปรับ ๕ แสนบาท และปรับต่อเนื่องวันละ ๑ หมื่นบาท จนกว่าจะนำส่งให้เรียบร้อย…หวังว่าคำสั่งนี้จะถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวด ไม่ใช่”สั่งขี้มูก” @@

ชวนคิดชวนฉงน…นโยบาย ๕๗ พรรคการเมือง กว่าจะลำเลียงส่งถึงมือคณะกรรมการตรวจสอบฯ ที่มีเลขาธิการ กกต.แสวง บุญมี เป็นประธาน อย่างเร็วก็วันศุกร์ที่ ๒๓ ม.ค.เหลือเวลาให้คณะกรรมการตรวจสอบฯพินิจพิจารณาแค่ไม่กี่วัน โอกาสที่ผลการตรวจพิจารณาจะออกมาแบบ”สุกเอาเผากิน” เป็นไปได้สูง และโอกาสที่คนเด่น-ดัง ในคณะกรรมการตรวจสอบฯ จะเสียชื่อ-เสื่อมความน่าเชื่อถือ ถูกยกย่องให้เป็น “ตรายาง” มีอยู่สูงมาก….@@

ยิ่งใกล้โค้งสุดท้าย ก่อนถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง วิชามารการเมือง ยิ่งถูกงัดออกมาฟาดฟันห้ำหั่นพรรคคู่แข่งอย่างเข้มข้น ทั้งปั้นน้ำเป็นตัวใส่สีตีไข่ ทั้งเสกเงินเป็นคะแนน ล่าสุดคณะทำงานซีโร่คอร์รัปชั่นและคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) รายงานผลสำรวจการซื้อเสียงทั่วประเทศ รู้แล้ว”ช็อค” ตัวเลขเม็ดเงินซื้อเสียงในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล สูงถึง ๗,๕๐๐ บาทต่อหัว รองลงมาคือภาคเหนือ-อีสาน-ใต้-กลาง มีอัตราการซื้อเสียงเท่ากันที่ ๕,๐๐๐ บาทต่อหัว และภาคตะวันออกอมีอัตราการซื้อเสียง ๓,๐๐๐ บาทต่อหัว สะท้อนชัดศึกเลือกตั้งคราวนี้สมรภูมิ กทม.และปริมณฑล สู้กันดุเดือดเลือดพล่านที่สุด @@

มวยถูกคู่…อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ใส่หมวกประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ชนช้าง ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ใส่หมวกราษฏรเต็มขั้น ยืนยันข้อมูลดีลลับพรรคประชาชน-”บิ๊กโจ๊ก”พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เป็น”ข้อมูลเท็จ-เลอะเทอะ-เลื่อนลอย”….@@

ปฏิกิริยา “เฮียชู” ฟาดพรรคส้ม คอการเมืองมั่นใจไม่ใช่แค่”สั่งสอน” แต่รายการนี้”ต้องมีอะไรในกอไผ่” แหงแก๋แน่นอน….น่าสงสัยจังทำไมตีส้ม แล้วหนูอมยิ้ม ???@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…ราคาทองคำวิ่งไม่หยุด ราคาทองคำแท่งพุ่งทะยานไปอีกบาทละ ๖๐๐ บาท ปิดที่บาทละ ๖๙,๐๕๐ บาท จ่อใกล้บาทละ ๗ หมื่นบาทเต็มที @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันศุกร์ที่ ๑๖ ม.ค.๒๕๖๙ แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๒ ปีมะเส็ง

วันนี้วันครู…”ปาเจราจริยา โหนติ คุณุตตรานุสาสกา ครูอาจารย์คือผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ คือผู้พร่ำสอนศิลปวิทยาการ…ปัญญาวุฒิ กเรเตเต ทินโนวาเท นมามิหัง ข้าฯขอกราบบูชาครูอาจารย์ ผู้ให้โอวาท ผู้ทำให้ปัญญาเจริญ”…@@
งวดเข้าไปทุกที วันชี้ชะตาการเมืองไทย…พรรคประชาธิปัตย์ปล่อยทีเด็ด “แผนปฏิบัติการ ๙๐ วันทำได้จริง” ประกอบด้วย ๑๐ มาตรการชวนหัวร่อ
๑).ลดภาระค่าโดยสารรถไฟฟ้า เหลือ ๕-๓๐ บาท
๒).ยกเครื่องกฏระเบียบ
๓).บรรจุโครงการที่หาเสียงลงในกฏหมายงบประมาณปี ๒๕๗๐
๔).จัดการสแกมเมอร์-ทุนเทา
๕).โซลาร์เซลเสรี
๖).ผลักดันตั้งกองทุนหนุนเอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพ
๗).ปฏิรูประบบราชการ-ตั้งสำนักงานทรัพย์สินแห่งชาติ
๘).จัดทำแพลตฟอร์มตรวจสอบความโปร่งใสการจัดซื้อจัดจ้าง
๙).ผลักดันพ.ร.บ.อากาศสะอาด
๑๐).ยกระดับหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขึ้นตรงนายกรัฐมนตรี….คงเผลอนอนหลับแล้วฝันได้เป็นนายกรัฐมนตรีซินะ @@

ไม่มีลุง-ไม่มีทุน…ผู้สมัครส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ประโคมข่าวระดมแนวร่วมนับร้อย ปักหมุดที่ทำการพรรค เรียกร้องให้ ”ลุงป้อม” กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค “บริหารจัดการทุนเลือกตั้ง” แต่เอาเข้าจริงมีคนไปร่วม”หรอมแหรม” แถม “ลุงป้อม”ไม่โผล่ไปให้เห็นหน้า…คนใกล้ตัวลุงบอก “ลุงพอแล้ว…ลุงไม่จ่ายแล้ว” แต่เบื้องลึกแว่วว่า ลุง มีญาณวิเศษหยั่งรู้เหตุการณ์บางอย่างล่วงหน้า @@

ความเคลื่อนไหวหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล…สักการะขอพรพระรูปกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์-เดินตลาด-ตัดผม ตามสไตล์การหาเสียงแบบออกานิกมูเตลู @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ อิตาเลียนไทยดีเวลอปเมนต์ (ITD) ทำหนังสือ ที่ CSD๐๐๔/๒๕๖๙ ลงวันที่ ๑๖ ม.ค.๒๕๖๘ ถึงกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีใจความสำคัญโต้แย้ง-หักล้างคำสั่งนายกรัฐมนตรีเรื่องยกเลิกสัญญาก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงที่โคราช และทางยกระดับพระราม ๒ ด้วยข้อความ “…สัญญายังมีผลใช้บังคับ” ขณะที่ราคาหุ้นไหลลงไปแล้วกว่า ๒๘% นับจากเกิดเหตุโศกนาฏกรรมเครนถล่มทับขบวนรถไฟที่โคราช เป็นเหตุให้มูลค่าหุ้นโดยรวมหายวับไปแล้วกว่า ๓๐๐ ล้านบาท และต้องขอเมตตาเจ้าหนี้ เลื่อนจ่ายคืนหนี้หุ้นกู้วงเงินกว่า ๑.๔ หมื่นล้านบาท @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๑๕ ม.ค.๒๕๖๙ แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๒ ปีมะเส็ง

เปลี่ยนพอศอใหม่ ประเทศไทยเกิดเหตุอาเพศรัวๆ เมื่อวานเครนถล่มทับขบวนรถไฟที่นครราชสีมา เช้าวันนี้เครนถล่มทับรถยนต์ ที่พระราม ๒ ตกค่ำไฟไหม้สะพานภูมิพล….หรือมีใครแอบไปทำระยำจัญไรอะไรกับบ้านเมือง @@

นายกฯอนุทิน ขึงขังตึงตังประกาศเปรี้ยงต้องเลิกสัญญากับผู้รับเหมาทำคนตายซ้ำซาก น่ายกย่องนัก ขอภาวนาให้คำสั่งท่านศักดิ์สิทธิ์ มีผลในทางปฏิบัติโดยพลัน ไม่ใช่สั่งขี้มูก ไม่มีลูกน้องหน้าไหนรับปฏิบัติ @@

เหตุโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น ๒ วันติดต่อกัน กดดันนายกฯอนุทิน อย่างหนักถึงขั้นโพล่งไปถึงกรณีโศกนาฏกรรมตึก สตง.ถล่มฝังคนตายทั้งเป็นหลายสิบราย..”…ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก็ทราบว่าสัญญายังไม่ถูกยกเลิก ถามว่าสัญญาถ้าไม่ถูกยกเลิกปรับได้หรือไม่ เพราะงานก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ขณะนี้ก็ยังไม่มีการปรับ และถ้าถามต่อว่างานก่อสร้างจะเสร็จเมื่อไหร่ งานก่อสร้างก็ไม่มีแล้ว ถ้าปรับก็เท่ากับว่าต้องสร้างอาคารนี้ขึ้นมาใหม่ แล้วก็ส่งตามงวดงานต่างๆ ซึ่งงวดงานเมื่อส่งแล้วก็จ่ายเงินไม่ได้ เพราะล่าช้าแล้ว สัญญาทุกสัญญามีหลักประกัน และธนาคารการันตี วันนี้เท่าที่ทราบยังไม่มีการเรียกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่ สตง.ก็ระงับการก่อสร้างไว้ก่อน โดยไม่มีการดำเนินการใดๆ กับผู้รับจ้าง ไม่มีการขึ้นบัญชีดำ ไม่ประกาศละทิ้งงาน…”เห็นด้วยกับท่านนายกรัฐมนตรีอย่างยิ่ง @@

รู้แล้วสลดหดหู่…แพทริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง บอก หน่วยราชการผู้ว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ไม่เคยแจ้งชื่อให้กรมบัญชีกลาง “ขึ้นบัญชีดำ” ตามพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ…น่าสงสัยมีมหกรรม”ฮั้ว”ระหว่างหัวหน้าส่วนราชการ กับ ผู้รับเหมาโครงการขนาดใหญ่ ทำโครงการพังวินาศสันตะโรยังไง คนบาดเจ็บล้มตายแค่ไหน ก็ไม่มีโดน”ขึ้นบัญชีดำ”…ชีวิตชาวบ้านคือเหยื่อสังเวยผลประโยชน์ต่างตอบแทนของผู้รับเหมากับนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงวันยังค่ำ @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้..อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการ ผู้ว่าการ รฟท.ที่โดนนายกรัฐมนตรีบอกให้แสดงความรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมเครนถล่มทับขบวนรถไฟ ด้วยการ”พิจารณาตัวเอง” แจ้งบอร์ดรฟท.มีมติต่อสัญญาให้เช่าพื้นที่”ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าและโรงแรมเซ็นทารา” กับกลุ่มเซ็นทรัล ระยะ ๓๐ ปี ระหว่าง ๑๙ ธ.ค.๒๕๗๑ ถึง ๑๘ ธ.ค.๒๖๐๑ หลังจากสัญญาฉบับปัจจุบันสิ้นสุดลงในวันที่ ๑๘ ธ.ค.๒๕๗๑ แลกกับผลตอบแทนตลอดอายุสัญญา ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ ๙๑.๖๗ ล้านบาท หรือเฉลี่ย ๒๙๕.๗๐ บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน สมทบกับเงินลงทุนจำนวน ๔,๕๐๐ ล้านบาท สำหรับปรับปรุงสิ่งปลูกสร้าง ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวก..โดยทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟท.หลังสิ้นสุดสัญญาเช่า @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๑๔ ม.ค.๒๕๖๙ แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๒ ปีมะเส็ง

ยิ่งวันเวลากระชั้นกระชับใกล้วันเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยเหมือนโดนพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกรัวๆ…ทั้งระเบิด ๑๑ ปั๊มน้ำมันจังหวัดชายแดนใต้ ในความรับผิดชอบศอ.บต.-สมช.-กอ.รมน.-มท.-กห. มาถึงโศกนาฏกรรมล่าสุดเครนถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษเส้นทางกรุงเทพฯ-อุบลฯ ที่โคราช ในความรับผิดชอบกระทรวงคมนาคมเป็นเหตุมีคนตาย ๓๒ คน ในจำนวนนี้มีเด็กทารกวัย ๑ ขวบรวมอยู่ด้วย ทั้งหมดขึ้นตรงกับพรรคภูมิใจไทยล้วนๆ @@

อนุทิน ชาญวีรกูล ถอดหมวกหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยกเลิกโปรแกรมหาเสียงภาคใต้กระทันหัน สวมหมวกนายกรัฐมนตรี บัญชาการแก้ปัญหาโศกนาฏกรรมเครนถล่มทับขบวนการรถไฟ สั่ง อนันต์ โพธิ์แดง ”ว่าที่ผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย”พิจารณาตัวเอง ทั้งที่บอร์ดการรถไฟฯ เพิ่งประชุมลงมติคัดเลือกไปเมื่อวันคริสต์มาสที่ผ่านมา แค่รอเสนอให้ ครม.เห็นชอบ…@@

พยายามพลิกวิกฤตประคองคะแนนนิยมโค้งสุดท้ายศึกเลือกตั้งสุดฤทธิ์…นายกฯอนุทิน หงุดหงิดตัวเลขเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุโศกนาฏกรรมเครนถล่มทับขบวนรถไฟ แค่รายละ ๔๐,๐๐๐+๔๐,๐๐๐ บาท หลุดปากรับไม่ได้ อย่างน้อยต้องเจ็ดหลัก…แล้วไงล่ะ-ใครจะหาญกล้าเป็นเจ้ามือ@@

พีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้ารวมไทยสร้างชาติ ขี่กระแสจี้รัฐบาลต้องร่วมรับผิดชอบเหตุโศกนาฏกรรมเครนถล่มทับรถไฟ ขณะที่สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าไทยก้าวใหม่ เห็นพ้องกับนักวิชาชีพวิศวกรรม เป็นเรื่องน่าเศร้า-น่าอายที่เกิดซ้ำซากตั้งแต่ลาดกระบัง-พระราม ๒ เรียกร้องให้มี”องค์กรกลาง” ตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุโศกนาฏกรรม เพื่อความโปร่งใส…พอกันทีกรรมวิธี”ฮั้วตรวจสอบ” ลูบหน้าปะจมูก@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ ราคาทองคำแท่ง แกว่งตัว ๑๖ รอบ พุ่งทะยานต่อเนื่อง ทำราคาปิดที่ ๖๘,๙๐๐ บาท เพิ่มขึ้น ๗๐๐ บาท แต่ราคาเงินแท่ง เคลื่อนไหวถี่กว่า แกว่งตัวขึ้น-ลงวันเดียว ๘๔ รอบ ทำราคาปิดที่กิโลกรัมละ ๙๓,๗๐๐ บาท เพิ่มขึ้น ๑๕๐ บาท…@@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๑๓ ม.ค.๒๕๖๙ แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๒ ปีมะเส็ง

ครม.รับทราบข้อเสนอกระทรวงกลาโหม เรื่องขอโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่าย ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และของกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นเงินราชการลับ…ลับแม้กระทั่งแนวทางการใช้จ่ายและวงเงินงบประมาณ @@

ที่ประชุมครม.วันนี้ ยังเห็นชอบให้ ยุบสถาบันวิจัยยาง ในกรมวิชาการเกษตร แล้วโอนหน้าที่และอำนาจไปไว้การยางแห่งประเทศไทย…ชิงลงมือ”รีดไขมัน”ตัดหน้าพรรคประชาชน…ประชุมคราวหน้า ช่วยพิจารณายุบ “ปยป.”ด้วยเถอะ @@

บนเวทีศึกดวลนโยบาย ตอน ทางออกเศรษฐกิจไทย ของเดอะสแตนดาร์ด นัดปฐมฤกษ์ เกิดการขายขนมจีบกันกลางเวทีระหว่าง”แต๋ม”ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ รัฐบาลภูมิใจไทย กับ “ไหม”ศิริกัญญา ตันสกุล ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีเศรษฐกิจ รัฐบาลประชาชน….หลายคนถึงขนาดจินตนาการ…”ถ้าพี่แต๋ม แอบมีใจให้น้องไหม…เสี่ยหนูจะว่ายังไง?”@@

เหตุระเบิด ๑๑ ปั๊มน้ำมัน จังหวัดชายแดนใต้ กระทบความเชื่อมั่นชาวบ้าน กระทบโอกาส”กินรวบ”ส.ส.…อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ใส่หมวกนายกรัฐมนตรี พูดชัดฟาดเปรี้ยงเหตุระเบิด ๑๑ ปั๊มน้ำมันจังหวัดชายแดนใต้ คือ”การข่าวล้มเหลว-ต้องปรับปรุง”..เสธ.ทบ.พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ ยอมรับหน้าชื่น “ต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพครั้งใหญ่” @@

ควันหลงระเบิด ๑๑ ปั๊มน้ำมัน มีทรัพย์สินเสียหายนับร้อยรายการ รวมมูลค่า ๑๑๘ ล้านบาท จังหวัดยะลาเสียหายหนักสุด ๕๓ ล้านบาท รองลงมาคือนราธฺวาส ๓๘ ล้านบาท ตามด้วยปัตตานี ๒๖ ล้านบาท…@@

คดีปั่นหุ้นมอร์ที่ก่อตัวขึ้นเมื่อปลายปี ๒๕๖๕ งวดขึ้นทุกที..ทีมทำคดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ-กองบัญชาการตำรวจสอบสอบสวนกลาง-ปปง.ลุยสั่งดำเนินคดี ๔๒ ผู้ต้องหา ร่วมกันปั่นหุ้นมอร์และร่วมกันฉ้อโกงบริษัทหลักทรัพย์ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า ๕ พันล้านบาท พ่วงด้วยข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร ผู้ต้องหาหลายคนนามสกุลเด่นดังระดับไฮโซ..เอกภัทร พรประภา- อธิภัทร พรประภา-อรพินธุ์ พรประภา-สมนึก กวยาวัฒนกิจ-ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา-อมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ…@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…สมรภูมิเศรษฐกิจการเมืองในบ้านสหรัฐ ระหว่างประธานธนาคารกลาง เจอโรม พาวเวล กับ ประธานาธิบดีทรัมป์ ส่อเค้าเดือดพล่านบานปลายส่งแรงกระเพื่อมต่อระบบเศรษฐกิจโลก เมื่อ Bank for International Settlement (BIS) ซึ่งถือเป็น”แกนกลาง”ของธนาคารกลางทั้งโลก ออกโรงรณรงค์ธนาคารกลางทั่วโลก หนุนประธานธนาคารกลางสหรัฐ ยึดมั่นหลักการความเป็นอิสระในการบริหารนโยบายการเงิน เพื่อรักษาเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจ สู้กับ “คำสั่งกุ๊ย” @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันจันทร์ที่ ๑๒ ม.ค.๒๕๖๙ แรม ๙ ค่ำ เดือน ๒ ปีมะเส็ง

…๑๑ ปั๊ม ปตท.ที่นราธิวาส โดนบอมบ์วันที่ ๑๑ เดือน ๑ จนป่านนี้ ยังจับมือใครดมไม่ได้ ชาวบ้านในพื้นที่ต้องกลับไปใช้ชีวิตด้วยความหวาดผวา…หวาดระแวง ไม่รู้เคราะห์หามยามซวยจะถึงตัวเมื่อใด @@

นักสังเกตการณ์ที่ฝังตัวเกาะติดสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่อย่างยาวนานตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ “ยุคโจรกระจอก”สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ตั้งข้อสังเกตไว้น่าคิด…บรรยากาศวันเด็กทั่ว ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ทั้งปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส ก่อนเกิดเหตุรุนแรงครั้งล่าสุด คราคร่ำไปด้วยผู้คนหอบลูกจูงหลานไปร่วมงานวันเด็กอย่างแออัดคับคั่ง ทั่วทั้งเมืองเต็มไปด้วยความคึกคักมีชีวิตชีวา สะท้อนชัดชาวบ้านหลุดพ้นจากความหวาดกลัวไปแล้ว พร้อมๆกับหน่วยงานความมั่นคงก็หย่อนยานในการทำหน้าที่ ไม่ต่างกับ”ถุงกาแฟ” บรรดา”ด่านความมั่นคง” ที่ตั้งข่มขวัญผู้ก่อเหตุรุนแรง ไม่ต่างอะไรกับ “หุ่นไล่กา-จ่าเฉย” เปิดช่องให้ผู้ก่อเหตุรุนแรง ก่อเหตุเขย่าขวัญ ปลุกความกลัวในตัวชาวบ้านให้ลุกโชนขึ้นแบบสบายๆ @@

คนในพื้นที่ตั้งข้อสงสัย คณะพูดคุยสันติสุข ที่ตั้งได้สำเร็จสมัยรัฐบาลอนุทิน กับสถานะ”สุญญากาศ” มันต่างกันตรงไหน…คุยกันแล้วได้อะไรเป็นโล้เป็นพาย ไม่มีหลักประกันใดๆว่าด้วย ”พื้นที่ปลอดภัย” สำหรับชาวบ้านใช้ชีวิตโดยไม่ต้องคอยอกสั่นขวัญผวา….@@

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคประชาชน ก่อกระแสลมแห่งความเปลี่ยนแปลง สร้าง”นวัตกรรมทางการเมือง” ภายใต้แนวคิด “รัฐบาลตามพันธกิจ” ภายใต้แนวทาง”Lean-Clean-Transparency” สู้กระแส “รัฐบาลโควต้า” ที่ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมายาวนานกว่ากึ่งศตวรรษ เปิดตัว”ว่าที่รัฐมนตรี” ระดับ”ไฮโปรไฟล์”ใหม่แกะกล่อง แต่หลายคนตั้งข้อสงสัย อาจ “พัวร์เพอร์ฟอร์ม” ยังลังเลที่จะเทใจแจกแต้มให้ @@

ช็อคช็อคช็อค…พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “ตกใจกับยอดการคลอดของเด็กไทยเหลือ ๓๘๐,๐๐๐ คนในปี ๒๕๖๘ โดยเป็นการคลอดก่อนกำหนดประมาณ ๘% แปลว่า ปีที่ผ่านมา มีทารกคลอดก่อนกำหนดประมาณสามหมื่นคน…” บ่งชี้ว่าอนาคตเมืองไทย ไม่เพียงต้องแบกภาระ”ผู้สูงอายุ” แต่ยังต้องแบกภาระ”คนพิการ” ด้อยคุณภาพ อันเกิดจากการ”คลอดก่อนกำหนด”@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…ราคาทองคำไทย-ทองคำโลก พุ่งทะยานทำสถิติสูงสุดใหม่ สำหรับเมืองไทย ทองคำแท่งพุ่งขึ้น ๘๐๐ บาท แตะระดับบาทละ ๖๗,๗๐๐ บาท ทองคำโลก พุ่งทะลุออนซ์ละ ๔,๖๐๐ ดอลลาร์สหรัฐไปเรียบร้อย…สมาคมทองคำโลก เตือนสตินักเก็บกำไร เผื่อใจไว้รับผลขาดทุนด้วยเหตุแนวโน้มราคาทองคำปีนี้สะบัดแรงมากบวก-ลบ ๒๐-๓๐% @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันศุกร์ที่ ๙ ม.ค.๒๕๖๙ แรม ๖ ค่ำ เดือน ๒ ปีมะเส็ง

…ขออัญเชิญบางส่วนของพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติประจำปี ๒๕๖๙ มาบอกกล่าวเพื่อความเป็นสิริมงคลโดยทั่วกัน…”เด็กๆทุกคน ควรทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า วินัยไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามกฏข้อบังคับ แต่คือความสามารถในการควบคุมตนเองให้ทำในสิ่งที่สมควรทำ อันจะนำมาซึ่งความสุข ความเจริญอย่างแท้จริง….” @@

โอกาสเดียวกันนี้ ขออัญเชิญบางส่วนของพระคติธรรม ในสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มาแจ้งให้ได้ทราบทั่วกัน”…เด็กและเยาวชนทุกคนอย่าได้ประพฤติชั่ว ไม่พูดชั่ว ไม่คิดชั่ว จงหมั่นสั่งสมความดี ด้วยการตั้งใจพากเพียรศึกษาเล่าเรียน หัดเป็นคนใจเย็น อ่อนโยน มีอัธยาศัยสุภาพนุ่มนวล เพื่อเป็นรากฐานแห่งความสำเร็จยิ่งๆขึ้นไปในอนาคต….” @@

จากเรื่องเด็ก วกมาเรื่องผู้ใหญ่…นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล หนุนเดินหน้า “ดาต้าบูโร” เชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมการเงิน ระหว่างกระทรวงคลัง-แบงก์ชาติ-ปปง.-ดีอีเอส-กลต.-สตช.-ยุติธรรม-สมาคมธนาคารไทย จัดระเบียบธุรกิจค้าทองออนไลน์-สินทรัพย์ดิจิทัล มุ่งสกัดทุนเทา-อาชญากรรมการเงิน…ทำเมืองไทยให้เป็นนรกอเวจีของเหล่าอาชญากร @@

สศค.-แบงก์ชาติ ขานรับนโยบายนายกรัฐมนตรี เร่งออกประกาศกระทรวงการคลัง ควบคุมการแลกเปลี่ยนและซื้อขายทองคำออนไลน์ เสนอ รมว.คลังลงนามให้มีผลบังคับใช้ในทางปฏิบัติโดยไม่ชักช้า…@@

“โจ๊ก-จบ”..ศาลปกครองสูงสุดพิพากษา คำสั่ง“บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์ุเพ็ชร์ ผบ.ตร.กรณีให้ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ออกจากราชการ เป็น”คำสั่งที่ออกโดยชอบแล้ว…@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯยุติการดำเนินกิจการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ “NocNoc” โดยบริษัท เบตเตอร์บีมาร์เก็ตเพลส จำกัด ที่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) และบริษัท มัสบี จำกัดในเครือไทยเบฟเวอเรจ ของตระกูลสิริวัฒนภักดี ถือหุ้นในสัดส่วน ๕๐/๕๐ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๙ ก.พ.๒๕๖๙…NocNoc เริ่มดำเนินการเมื่อปี ๒๕๖๑ มีทุนจดทะเบียน ๖,๘๕๒ ล้านบาท ตั้งเป้าเป็นผู้นำอันดับ ๑ แห่งอาเซียนในธุรกิจ Home and Living Destination Platform ภายในปี ๒๕๗๑ แต่ประสบการขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มดำเนินการ กระทั่งมีผลดำเนินงานขาดทุนสะสมกว่า ๖,๐๐๐ ล้านบาท กระทั่งต้องจำใจ”ดับฝัน”ยุติการดำเนินงานลงในวันที่ ๙ ก.พ.๒๕๖๙ @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๘ ม.ค.๒๕๖๙ แรม ๕ ค่ำ เดือน ๒ ปีมะเส็ง

…แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.เปิดไต๋บอกใบ้ไม่ประกาศรับรองรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ๑ ราย-รายชื่อผู้สมัครส.ส.เขต ๑๖ ราย-รายชื่อผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ๑ ราย….ใครเป็นใคร จะเป็นนายร้อย หรือนายพล ต้องรอ กกต.เฉลย @@

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เสริมเติมคำใบ้ บอกมี ๑๐ นัการเมืองทั้งอดีตส.ส.และส.ส.ปัจจุบัน เอี่ยวเว็บพนัน-สแกมเมอร์-ค้ามนุษย์….นั่งเทียนฟันธงล่วงหน้าไม่ใช่”สีน้ำเงิน”แน่นอน @@

เพื่อไทย ปักหลักลานคนเมือง ศาลาว่าการกทม.เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี “เชน ลูกแม่แดง หลานทักษิณ” ประกาศทำสงครามพิชิตความยากจนเต็มพิกัด ด้วยนโยบายประกันรายได้ คนไทยต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท โพล่ง”คนไทยต้องไร้จน”….แหม!เหมือนลอกคำคมคารมลุงตู่มาเลย @

พ่อเจ้าประคุณทูนหัวพรรคเพื่อไทย เพ้อเจ้อเกินไปอ่ะเปล่า…เติมเงินประกันรายได้ไล่ความจน บวกลบคูณหารแล้วต้องแจกเงินเดือนละ ๕ พันล้านบาท ปีละ ๖ หมื่นล้านบาทเชียวนะ….ทำได้แน่นะ ไม่ได้โม้นะ ประเทศชาติไม่ล่มจมล้มละลายแน่นะ @

ส่องป้ายหาเสียงพรรคการเมือง อัดแน่นด้วยประชานิยมแจกเงินกันฉ่ำ..น้ำมันต่ำกว่าลิตรละ ๓๐ บาท-ค่าไฟหน่วยละ ๓ บาท-รถเมล์แอร์ ๑๐ บาทตลอดสาย-มีหนี้ล้างหนี้-ติดแบลคลิสต์ล้างทิ้ง-แปลงหนี้เป็นทุน-ผ่อนมอไซค์ไฟฟ้า ๓๐๐ บาท/เดือน-คนละครึ่งพลัส-ประชารัฐเอ็กซ์ตร้า…น่าคิดน่าห่วงฐานะการคลังพังพินาศ @@

กกต.กำชับ พรรคการเมืองเร่งส่งนโยบายให้ตรวจสอบ ตามกรอบเวลาไม่เกิน ๑๙ ม.ค. พ้นจากนั้นโดนโทษปรับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท และปรับรายวันอีกวันละ ๑๐,๐๐๐ บาทจนกว่าจะนำส่งเรียบร้อย…ตอนนี้ ๖ พรรคส่งแล้ว เหลืออีก ๕๔ พรรค ยังไม่ส่ง @@

ชวนคิดพิศวง..๑ ใน ๒๑ รายชื่อคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายพรรคการเมือง ของกกต. เป็นรายชื่อที่”มอมแมม”ด้วยมลทิน…@@

ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ รายงานความก้าวหน้าคดีธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ภายใต้โครงการ Worldcoin อาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มีชื่อ “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์-ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ๒ แกนนำสำคัญพรรคกล้าธรรม เข้าข่ายถูกเชิญสอบปากคำ… แกนนำบางคนของพรรคเพื่อไทย และกรรมการบางคนในคณะกรรมการกฤษฏีกาชุดล่าสุด น่าจะอยู่ในข่ายถูกเชิญด้วยนะ @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย โปรยยาหอมความเชื่อมั่นนักลงทุนในอนาคต ระยะ ๓ เดือนข้างหน้า”ร้อนฉ่า”โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศ แต่ภาพรวมการลงทุนตลาดหุ้นในรอบปี ๒๕๖๘ กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิกว่าแสนล้านบาท และ ๕ วันทำการแรกของปีใหม่ ๒๕๖๙ นักลงทุนต่างประเทศ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาขายสุทธิต่อเนื่อง รวมกันกว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท โดยวันนี้ นักลงทุนต่างประเทศเทขายสุทธิหนักสุด กว่า ๓,๗๗๐ ล้านบาท…อาการตลาดทุนไทยน่าจะเข้าขั้น”เย็นยะเยือก”มากกว่า @@

ฮูก ตาตี่