สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๒ เม.ย. ๒๕๖๙ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๒ เม.ย. ๒๕๖๙ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…วันมหามงคลสมัย วันคล้ายพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ครบ ๗๑ พรรษา ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ…@@

ขึ้นแล้วขึ้นอีกขึ้นไม่มีสิ้นสุด…ราคาน้ำมันดีเซลดีดขึ้นอีกลิตรละ ๓.๕๐ บาท ไปยืนโด่เด่ที่ลิตรละ ๔๗.๗๔ บาท มีผลพรุ่งนี้(๓ เม.ย.)…ชั่วเวลาแค่ ๒ สัปดาห์ราคาดีเซลได้รับประคบประหงมฟูมฟักอย่างดีจากรัฐบาลหนู เติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยอัตราเร่งซูเปอร์ไฮสปีดถึง ๕๐% ราคาพุ่งจากลิตรละ ๒๙.๙๔ บาท พรวดพราดขึ้นไปเป็นลิตรละ ๔๗.๗๔ บาท….ชาวบ้านหน้าเขียวหน้าเหลือง @@

ผลกระทบ แรงกระเพื่อมจากน้ำมันแพง กระแทกราคาข้าวของเครื่องกินเครื่องใช้จำเป็น รวมทั้งค่าบริการขนส่งสินค้า ค่ารถโดยสาร-เรือโดยสารพาเหรดขึ้นราคา กระทบต้นทุนค่าครองชีพชาวบ้าน”แพงเฉียบพลัน”…พ.ร.บ.ราคาว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ที่มีบทกำหนดโทษทั้งปรับและจำคุก ไม่ต่างอะไรกับ”เศษกระดาษเปื้อนหมึก” @@

เอกนัฏ พร้อมพันธ์ุ รมว.พลังงาน ทำท่าทางขึงขังตั้งใจแก้วิกฤตราคาน้ำมันจริงจัง แต่เหมือนเข้าตำรา”ท่าดี-ทีเหลว”…วิกฤตราคาน้ำมัน ต้องจัดการเฉียบขาด-ฉับไว ทันทีทันใด ไม่ใช่ทอดเวลากว่าจะนัดประชุมต้องรอยาวไปถึงวันที่ ๗ เม.ย.-อย่าอ้างเด็ดขาดต้องรอถวายสัตย์-รอแถลงนโยบายฯ ในเมื่อสิทธิการรับเงินเดือน-ค่าตอบแทนเกิดขึ้นทันที ที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี เพราะฉะนัั้นหน้าที่ความรับผิดชอบเกิดขึ้นนับแต่บัดนั้นแล้ว @@

ที่ทำเนียบรัฐบาล กำลังครื้นเครงเล่น”เกมเก้าอี้ดนตรีเสี่ยงทายห้องทำงาน” ขนาดห้องใหญ่-เล็ก เรียงตามเบอร์รองนายกรัฐมนตรี…เบอร์ ๒ ต่อจากเบอร์ ๑ คือ พิพัฒน์ รัชกิจประการ-เบอร์ ๓ ทรงศักดิ์ ทองศรี สายตรงบ้านใหญ่บุรีรัมย์-เบอร์ ๔ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส-เบอร์ ๕ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว-เบอร์ ๖ ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ-เบอร์ ๗ ปกรณ์ นิลประพันธ์-เบอร์ ๘ ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์…หมอดูฮวงจุ้ยน่าจะขายดี @@

เหมือนอวตารไปนั่งในใจชาวบ้าน…น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี หวนคืนสภาคราวนี้ทำหน้าที่ต้องตา-ต้องใจมหาชนอย่างยิ่ง ตั้งแต่จุดประเด็นตัดงบค่าอาหารส.ส.ที่กระเพื่อมไปถึงส.ว. กระทั่งล่าสุดอภิปรายขยี้รายงานผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา แบบตรงไปตรงมาด้วยภาษาชาวบ้านฟังเข้าใจง่าย ระบุกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา คือ”กองทุนสวัสดิการอดีต ส.ส.และส.ว.” มีที่มาจาก ส.ส.และส.ว.”ชงเอง-กินเอง” ด้วยการบัญญัติกฏหมายขึ้นมาและโหวตรับรองกฏหมาย เอื้อประโยชน์กันเอง บนภาระงบประมาณของแผ่นดิน ครอบคลุมสิทธิประโยชน์ ๕ ด้าน ๑).เงินบำนาญ ตั้งแต่ ๒๑,๓๐๐ บาทต่อเดือนถึง ๔๒,๗๐๐ บาทต่อเดือน ๒).ค่ารักษาพยาบาลไม่เกินปีละ ๑๓๐,๐๐๐ บาท ๓).เงินช่วยเหลือค่าเล่าเรียนบุตร ๒ คน ๔).เงินช่วยเหลือกรณีทุพลภาพเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ๕).เงินฌาปนกิจ ๒๐๐,๐๐๐ บาท…@@

น.พ.วรงค์ ถอดสมการกองทุนสวัสดิการอดีตส.ส.และส.ว.แฉกลางสภา บอกบรรดา ส.ส.และส.ว. จ่ายเงินสมทบกองทุนฯ เดือนละ ๓,๕๐๐ บาท แต่ตั้งวงเงินของบประมาณแผ่นดิน สมทบเข้ากองทุนฯปีละกว่า ๔๐๐ ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนที่รัฐจ่ายเงินสมทบกองทุนฯสูงถึงกว่า ๑๔ เท่า…มากมายมหาศาลอย่างเทียบกันไม่ได้เลยกับสัดส่วนที่รัฐจ่ายสมทบกองทุนประกันสังคม หรือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ทั้งที่ ส.ส.และส.ว. เป็นเรื่องของการอาสาสมัครแข่งขันกันเข้าไปทำงานรับใช้ประชาชน…เพราะฉะนั้น”ต้องยกเลิก” @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ น่าดีใจกับชาวสิงคโปร์ มีนายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง เป็นผู้นำคุณภาพคับแก้วในการสื่อสารให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นขีดความสามารถของรัฐบาลในการเผชิญวิกฤตการสงครามตะวันออกกลาง ด้วยการพูดความจริงกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ให้รู้ว่าวิกฤตที่เกิดขึ้น จะยังคงอยู่ต่อไปอีก พร้อมกับอธิบายชี้แจงมาตรการของรัฐบาลที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ประชาชน และปลุกสำนึกประชาชนให้ร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อร่วมกันก้าวข้ามวิกฤตไปให้ได้….อยากเห็นความชัดเจนจากผู้นำรัฐบาลไทย แต่ไม่รู้ต้องรอถึงกี่โมง @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๑ เม.ย. ๒๕๖๙ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๑ เม.ย. ๒๕๖๙ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…วันนี้เป็น”วันข้าราชการพลเรือน” ขออัญเชิญบางส่วนของพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ มาตอกย้ำให้ข้าราชการทั้งหลายพึงถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อถวายความจงรักภักดี…”…การสร้างศรัทธา ความเชื่อถือในงานที่ทำ เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการปฏิบัติงานให้ประสบความสำเร็จ….”@@

ไม่รู้เข้าข่ายร่วมสมัย”วันเมษาหน้าโง่”หรือ”วันข้าราชการพลเรือน”…วันก่อน”โกเกี๊ยะ”พิพัฒน์ รัชกิจประการ ตั้งใจ”ลาออก” จากตำแหน่ง “ผู้อำนวยการ ศบก.” แต่ถูกนายกฯหนู แสดงปางห้ามญาติ “ห้ามลาออก” พร้อมกับเหตุผล”อวยไส้แตก” มาวันนี้ เปลี่ยนตัวซะแล้ว ดัน “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส” เสียบตำแหน่ง “ผู้อำนวยการ ศบก.”ซะงั้น…@@

น้ำมันแพง-ขาดแคลน วันก่อนนายกฯไปถอยรถไฟฟ้าป้ายแดงขับเฉิดฉาย ชักชวนชาวบ้านทำตาม…ตอนนี้ข้าวของสารพัดพาเหรดขึ้นราคา นายกฯ เข็นรถช็อปโชว์ในอีเวนต์โครงการไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ ของกระทรวงพาณิชย์ ที่ทำเนียบรัฐบาล ควักตังค์อุดหนุนสบู่-ยาสีฟัน-แชมพู-น้ำมันปาล์ม-ข้าวสาร และอื่นๆอีกหลายรายการ ทำเอาคนขายหน้าบาน..บรรดา”วอลเปเปอร์กิตติมศักดิ์”ยิ้มแฉ่งถ้วนหน้า…ด้วยความเคารพรักยิ่งท่านนายกฯ วิกฤตราคาน้ำมัน-ราคาสินค้า ไม่ได้แก้ด้วยอีเว้นต์ดราม่าปั้นจิ้มปั้นเจ๋อนะจะบอกให้ @@

ว่าไปแล้วโครงการไทยช่วยไทย คิดดี-ทำดี มุ่งช่วยชาวบ้านลดภาระค่าครองชีพ สู้วิกฤตน้ำมัน แต่น่าสงสัยในความทั่วถึงและต่อเนื่อง…ชาวบ้านไกลปืนเที่ยงจะได้ประโยชน์แค่ไหน ชาวบ้านจะมีอะไรเป็นตัวช่วยเมื่อเข้าช่วงพีคเดือนพ.ค.”เปิดเทอมใหญ่หัวใจผู้ปกครองแสนว้าวุ่น” มีภาระค่าเทอม-ค่าชุดนักเรียน-ค่าอุปกรณ์การเรียนเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่รออยู่…@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ ปั๊มน้ำมันยามวิกฤตรวย-รวย-รวย ชิงติดป้าย”ดีเซลหมด”ตั้งแต่บ่าย รอฟันกำไรรวยทวีคูณขูดเลือดขูดเนื้อชาวบ้าน จาก”ข้อมูลวงใน” รู้ล่วงหน้าน้ำมันดีเซล ขยับราคาขึ้นอีกลิตรละ ๓.๕๐ บาท ไปแตะระดับลิตรละ ๔๔.๒๔ บาท มีผลพรุ่งนี้…เบ็ดเสร็จดีเซลขึ้นไปแล้วลิตรละ ๑๔.๓๐ บาท หรือเพิ่มขึ้นแล้ว ๔๗.๘% ในห้วงเวลาไม่ถึง ๒ สัปดาห์-ชาวบ้านตะโกนพร้อมกัน “
เฮงซวย-เฮงซวย-เฮงซวย” @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๓๑ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๓๑ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งรัฐมนตรีเรียบร้อยดีแล้ว ถึงตอนนี้ใครเป็นใครในครม.หนู ๒.๐ เป็นที่รับรู้โดยทั่วกัน ไม่มีอะไรให้เซอร์ไพร์ส @@

สถานะ ครม.หนู ๒.๐ ตอนนี้ แค่ “แจ้งเกิดอย่างเป็นทางการ” แต่กว่าจะปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินได้อย่างเป็นทางการ รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ต้องผ่านอีก ๒ พิธีกรรม ๑).เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญญาณ เบื้องหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒).แถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา..@@

พิธีกรรมแรก การนำ ครม.เข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ ในเบื้องต้นมีหมายกำหนดการออกมาแล้วเป็นช่วงเย็นวันจันทร์ที่ ๖ เม.ย. ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต…ตรงกับวันจักรีที่มีความสำคัญยิ่งยวดของราชวงศ์จักรีพอดิบพอดี @@

พิธีกรรมลำดับถัดมา…การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา ถูกกำหนดไว้แล้วคือ วันพฤหัสบดีที่ ๙ และวันศุกร์ที่ ๑๐ เม.ย…ก่อนเข้าโหมดหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ @@

นายกฯอนุทิน สมัยที่ ๒ รับเชิญกระทรวงมหาดไทย ไปเป็นประธานเปิดงานสัมนา “การบูรณาการเพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาล และความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐเชิงรุก ภายใต้โครงการขับเคลื่อนระบบเฝ้าระวังการทุจริตเชิงรุกในหน่วยงานภาครัฐ” เน้นย้ำ”ต้องไม่มีการทุจริต และไม่มีการเรียกรับสินบนในหน่วยงานภาครัฐ…” ฟังแล้วอารมณ์ดีเหมือนเพิ่งพี้กัญชา @@

“โบว์” ณัฏฐา มหัทธนา ประเดิมหน้าที่โฆษก ศบก.วันแรก พร้อมกับ”ความสับสนใหม่” ด้วยคำชี้แจงเหตุผลการประกาศราคาน้ำมันหน้าปั๊มยามดึก เป็น”นิวนอร์มอล” ปิดโอกาสการกักตุนเก็งกำไร….จริงหรือมั่ว-ชัวร์หรือไม่ ไม่ยืนยัน @@

เชื่อคำชี้แจงโฆษกศบก.หน้าสวยดี หรือ เชื่อ ผอ.สำนักงานนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง “พรชัย จิรกุลไพศาล” กับคำอธิบายการประกาศราคาหน้าปั๊มยามดึก โดยบอกเป็นความจำเป็น ต้องเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวราคานำ้มันอ้างอิงจากสิงคโปร์อย่างถึงที่สุด ภายใต้สถานการณ์สงคราม ซึ่งราคาน้ำมันมีความผันผวนสูงมาก แล้วนำข้อมูลราคาน้ำมันอ้างอิงจากสิงคโปร์ เข้าที่ประชุมตอน ๒ ทุ่ม เพื่อคำนวณเป็นเงินบาท ทำเป็นโครงสร้างราคา แจ้งประชาชน….ตกลงเชื่อใครดีล่ะ ???@@

แอ๊ด คาราบาว เหลืออดกับลีลาหน่อมแน้มการแก้วิกฤตการน้ำมัน เรียกร้องนายกฯหนูเลือกเคียงข้างประชาชน…ดักคออย่าให้ซ้ำรอยกัญชา @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…ศ.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการแถวหน้าของเมืองไทยวิเคราะห์ชะตากรรมรัฐบาลหนู ๒.๐ ไม่แคล้วต้องเผชิญวิกฤตยกกำลัง ๔ เริ่มจากวิกฤตพลังงาน ลุกลามไปเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ บานปลายเป็นวิกฤตสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และยกระดับขึ้นไปถึงขีดสุดเป็นวิกฤตความมั่นคงทางการเมือง…สุดท้ายไปไม่รอด ลงเอยด้วยการ“ล่ม” @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันจันทร์ที่ ๓๐ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันจันทร์ที่ ๓๐ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…อนุทิน ชาญวีรกูล เล่นได้สมจริงทุกบท เป็นได้สมจริงทุกอย่าง ไม่เว้นแม้กระทั่ง”เด็กปั๊ม” หรือ เซลส์แมนขายรถอีวี ยกเว้นบทนายกรัฐมนตรี จนป่านนี้ยังตีบทไม่แตก @@

โดนลงแขกยำใหญ่รายวันสังเวยวิกฤตการน้ำมัน..ท่านผอ.ศบก.พิพัฒน์ รัชกิจประการ ถึงกับถอดใจ ยื่นใบลาออกจากการทำหน้าที่ แต่ไม่ทิ้งเก้าอี้ รองนรม.และรมว.คมนาคม สุดท้ายนายกฯหนู ยับยั้งการลาออก บอกไว้ใจ-เชื่อใจ-มั่นใจให้ทำหน้าที่”หนังหน้าไฟ”ต่อไป @@

เบรคใบลาออก ผอ.ศบก.เรียบร้อย นายกฯหนู ตั้ง “โบว์” ณัฏฐา มหัทธนา สาวสวยโปรไฟล์ดี เคยมีสัมพันธ์พิเศษกับบุคคลสำคัญระดับรัฐมนตรีสายเพื่อไทยให้ทำหน้าที่ “โฆษก ศบก.” ช่วยแบ่งเบาภาระท่าน ผอ.ศบก. บางทีความสวย+เก่งอาจทำให้ชาวบ้านเข้าใจการจัดการวิกฤตการน้ำมันของรัฐบาลดีขึ้น @@

เหมือนจุดพลุรับโฆษก ศบก.คนสวย ราคาน้ำมันดีเซลดีดตัวขึ้นอีกแล้วลิตรละ ๑.๘๐ บาท พุ่งทะลุขึ้นไปแตะระดับลิตรละ ๔๐.๗๔ บาทเรียบร้อย มีผลพรุ่งนี้(๓๑ มี.ค.) @@

วิกฤตการน้ำมันยามนี้ เปลือยกำพืดธาตุแท้ผู้มีอำนาจหลายคนจนล่อนจ้อน ผ่านปฏิกิริยาตีกรรเชียงหนีห่างความรับผิดชอบ ลอยแพประชาชนให้ผจญวิกฤตตามยะถากรรม…น้ำมันขึ้นราคา-ไม่ใช่หน้าที่-ไม่มีอำนาจจัดการ-ไม่มีกฏหมายรองรับ ทั้งที่มี พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็น “ดาบอาญาสิทธิ์”ให้ใช้บำบัดทุกข์เข็ญชาวบ้าน แต่กลับละเว้นไม่นำมาใช้ @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…การเลือกตั้งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คนที่ ๑๗ ระหว่าง “อภิชิต ประสพรัตน์” กับ “พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล” แทนที่”เกรียงไกร เธียรนุกูล” ที่หมดวาระ เกิดความโกลาหลอลเวงถึงขั้นมีสมาชิกเรียกร้องให้”การเลือกตั้งเป็นโมฆะ” ด้วยเหตุผล “น่าสงสัยมีการซื้อเสียงบล็อคโหวต”…ลางบอกเหตุป่วนเริ่มมาคุตั้งแต่ ๒๗ มี.ค.เมื่อ”ชนะ ภูมี” ประกาศถอนตัว แล้วหันไปเชียร์ “พิมพ์ใจ” ลงแข่งแทน…@@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันศุกร์ที่ ๒๗ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันศุกร์ที่ ๒๗ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…นายกฯอนุทิน ผวา”สงกรานต์จราจล” เรียกประชุมด่วน ผวจ.ทั่วประเทศ รวม ผว.กทม.กำชับดูแลแก้ปัญหาวิกฤตน้ำมันอย่างเข้มข้น…แล้วไง???@@

นายกฯอนุทิน ปากดี-ดีแต่พูด “ในภาวะวิกฤต การสื่อสารสำคัญที่สุด” ขอโทษเถอะท่านสื่อสารประสาอะไร ทำไมความน่าเชื่อถือของรัฐบาลถึงได้ย่อยยับเพียงนี้ @@

ยังช่างจ้ออวดสรรพคุณสื่อสารในภาวะวิกฤต…อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แก้ตัวน้ำขุ่นๆ บอกการขึ้นราคาน้ำมัน ๖ บาทต่อลิตร เป็นไปตามกลไก พยายามให้อยู่ในราคาตลาดโลก…พ่อเจ้าคุณทูนหัวช่วยแหกตาพิจารณา”ค่าการกลั่น”-”ค่าการตลาด” มันบวมได้บวมดีแบบฉ่ำๆ บันดาลความอู้ฟู่แก่ผู้ค้าน้ำมัน สวนทางกองทุนน้ำมันฯขาดทุนบักโกรก-ชาวบ้านกระเป๋าฉีก-ตามกลไกตลาดสไตล์อนุทินงั้นซิ @@

นี่ก็อีกความมั่วของการสื่อสารในภาวะวิกฤต…อุปโลกน์กลไก ศบก.มท.ซ้อนกลไก ศบก.ที่มีอยู่เดิม กำหนดบทบาทหน้าที่ทับซ้อนกัน ซ้ำร้ายยังไปดึง กอ.รมน.เข้ามาช่วยงานตามล่าหาไอ้โม่งอมน้ำมัน มาซ้อนงานตำรวจสอบสวนกลาง…ไม่ต่างอะไรกับ”ลิงแก้แห”-ยิ่งแก้ยิ่งแย่ @@

เลี้ยวดูความก้าวหน้าจัดตั้ง ครม.หนู-๒ กันหน่อย หัวหน้าครม.ปักหมุดนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯจันทร์ที่ ๓๐ มี.ค.นี้…ในโผรายชื่อ รมว.พัฒนาสังคมฯ โควต้าพรรคเพื่อไทย เปลี่ยนจาก สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็น “คุณสามี” นิกร โสมกลาง…โปรไฟล์ไม่ธรรมดา @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ พรุ่งนี้ (๒๘ มี.ค.)นายกฯอนุทิน นำดรีมทีมเศรษฐกิจ “เอกนิติ-ศุภจี-สีหศักดิ์-อรรถพล-ดนุชา” เปิดตึกสันติไมตรี จัดเวที”พบสื่อมวลชน” คุยเรื่อง “๑ เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ระหว่างเวลา ๑๐ โมงเช้าถึง เที่ยง….หวังว่าจะไม่ทำให้ประชาชนสิ้นหวัง @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…จงภูมิใจไทย เราชาวไทย เกิดเป็นไทย กำลังจะตายหมู่สังเวยให้กับการ”ลักหลับ”ขึ้นราคาน้ำมันพรวดพราดลิตรละ ๖ บาท ช็อคกันทั้งบ้านทั้งเมือง @@

นายกฯอนุทิน จับสัญญาณเดือดปฏิกิริยามหาชน ผลกระทบจากราคาน้ำมันดีดขึ้นมโหฬาร เรียกประชุมครม.นัดพิเศษ ผลักดัน “มาตรการฉุกละหุก ๗ ประการ”๑).ปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต…ลดยังไง/ลดเท่าไหร่/ลดนานแค่ไหน-ไม่รู้ ๒).เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีก ๑๐๐ บาท เป็น ๔๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา ๑ เดือน…เริ่มเมื่อไหร่/ใช้เงินจากไหน-ไม่รู้ ๓).ช่วยเหลือภาคขนส่ง..ช่วยแบบไหน/ช่วยยังไง/ช่วยนานแค่ไหน/ใช้เงินจากไหน-ไม่รู้ ๔).โครงการธงเขียว ลดต้นทุนเกษตรกร สนับสนุนปุ๋ยราคาถูกและปุ๋ยทางเลือก…ทำยังไง/ใช้เงินเท่าไหร่/ใช้เงินจากไหน-ไม่รู้ ๕).เยียวยากลุ่มประมง ใช้น้ำมัน บี-๒๐ ที่มีต้นทุนต่ำกว่าน้ำมันปกติลิตรละ ๕-๖ บาท…ทำยังไง/ทำนานแค่ไหน/ใช้เงินเท่าไหร่/ใช้เงินจากไหน-ไม่รู้ ๖).ช่วยกลุ่มคู่สัญญากับภาครัฐ กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มก่อสร้าง ขยายระยะเวลาตรวจรับงาน พิจารณาชดเชยค่าใช้จ่ายตามความเหมาะสม…ทำยังไง/เกณฑ์พิจารณาเป็นยังไง/ระยะเวลานานแค่ไหน/ใช้เงินจากไหน-ไม่รู้ ๗).เตรียมวงเงินซอฟต์โลน ๑ หมื่นล้านบาท เสริมสภาพคล่องเอสเอ็มอีและซัพพลายเชน…แหล่งเงินซอฟต์โลนมาจากไหน/เกณฑ์พิจารณาอนุมัติเป็นยังไง/อัตราดอกเบี้ยเท่าไหร่/ระยะเวลาชำระคืนนานแค่ไหน-ไม่รู้…โปรดสังเกตทั้ง ๗ มาตรการล้วน”แก้ผ้าเอาหน้ารอด-สุกเอาเผากิน” หาความชัดเจนในการปฏิบัติไม่ได้เลย @@

ที่กระทรวงพาณิชย์..กนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการฯและรองโฆษกกระทรวงฯป่าวประกาศโครงการช่วยเหลือชาวนาแบบ “ฉุกละหุก” ๑).เปิดจุดรับซื้อข้าวนาปรังผ่านโรงสี และสหกรณ์การเกษตร ในราคาสูงกว่าตลาดตันละ ๓๐๐ บาท นำร่อง ๕ จังหวัด นครสวรรค์-พิษณุโลก-อยุธยา-กำแพงเพชร-สุโขทัย ตั้งเป้าหมายดูดซับข้าวนาปรัง ๑ ล้านตัน….เริ่มเมื่อไหร่/งบประมาณเท่าไหร่/งบประมาณมาจากไหน/จุดรับซื้อมีกี่จุดที่ไหนมั่ง-ไม่รู้ ๒).จัดตลาดนัดข้าวเปลือก ระหว่างเดือนมี.ค.-พ.ค. ให้ราคารับซื้อสูงกว่าตลาดทั่วไป ๒๐๐-๔๐๐ บาทต่อตัน…ที่ไหนมั่ง/ใช้งบฯเท่าไหร่/ใช้งบฯจากไหน-ไม่รู้ ๓).โครงการปุ๋ยธงเขียวพลัส ลดค่าปุ๋ยเคมีกระสอบละ ๒๐๐ บาท อัตรา ๕ กระสอบต่อครัวเรือน…ทำยังไง/เมื่อไหร่/ที่ไหน/ใช้งบประมาณจากไหน-ไม่รู้ ๔).แจกคูปองส่วนลดปุ๋ยอินทรีย์แก่ผู้ถือบัตรดินดี…แจกยังไง/ใช้ยังไง/ใช้ที่ไหน/ระยะเวลาการใช้นานแค่ไหน/งบประมาณสนับสนุนเท่าไหร่จากไหน-ไม่รู้…..เหมือนหมอกควันไม่ต่างอะไรกับ ๗ มาตรการฉุกละหุกแก้ผ้าเอาหน้ารอด @@

เมื่อการเมืองโคจรเข้าโหมดร้อยเล่ห์พันเหลี่ยมสกปรกสารพัด ทำเอา “ซูเปอร์จี” ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ เกิดอาการผมเปลี่ยนสี ใบหน้าอิดโรย ถึงขั้นต้องหาวิกมาปกปิดผมขาว กลายเป็น “ศุภจี-นิวลุค” เก๋ไก๋ไฉไลไปอีกแบบ…@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ โสภณ สุภาพงษ์ ๑ ในอัศวิน สู้วิกฤตน้ำมันยุคป๋าเปรม เมื่อกว่า ๔๐ ปีก่อน ในวัย ๘๐ ปี เหลือทนกับ”ขบวนการปล้นชาติปล้นประชาชน” เปิดกล่องความคิดแบบรัวๆ แฉพฤติกรรมอัปยศ”กุ๊ยโกงกินชาติ” สมคบกัน “ต้มตุ๋น”ประชาชน-สูบเงินแผ่นดินไปแล้วกว่า ๖๔,๐๐๐ ล้านบาท…องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น-ปปช.มัวทำอะไรอยู่ @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๒๕ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๒๕ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…นายกฯโชว์รวยออกรถอีวีป้ายแดง สู้วิกฤตน้ำมัน แถมเชิญชวนชาวบ้านเอาอย่าง สุดท้ายทัวร์เทกระจาดฉ่ำๆ ก็ชาวบ้านไม่ได้รวยอย่าง”เสี่ยหนู”นี่หว่า @@

เปิดสภาส.ส.ฝ่ายค้านดาหน้าสับเละรัฐบาลแก้วิกฤตการน้ำมันได้”เฮงซวยห่วยแตกไร้เทียมทาน” ชาวบ้านทั่วทุกภาคของประเทศต้องทนนอนตากยุงรอปันส่วนน้ำมัน แต่ผู้มีอำนาจวาสนาสูงส่งในบ้านเมืองพูดหน้าตายเฉย”ไม่เห็นมีปัญหาอะไร” @@

โถๆๆๆนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ช่างกล้าพูดหน้าตาเฉยไม่เคยสั่งตรึงราคาน้ำมัน ขอโทษหลายทีเลยเถอะ รอยเท้าดิจิทัลบนหน้าเพจ”Anutin Charnvirakul” วันที่ ๓ มี.ค. เวลา ๒๑.๐๖ น. ระบุข้อความ”ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ผมได้สั่งการให้กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกาศตรึงราคาน้ำมันดีเซลในราคาลิตรละ ๒๙.๙๔ บาท เป็นเวลา ๑๕ วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป….” หลักฐานชัดเจนปานนี้ ยังจะปากแข็งกล้าปฏิเสธอยู่มั้ย ท่านนายกฯ???

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กระซวกเปิดกะโหลกรัฐบาล กลางสภา บอกไอ้โม่งคือโรงกลั่น กอบโกยกำไรบนคราบน้ำตามหาชน และตอกย้ำกองทุนน้ำมันไม่ได้มีไว้ชดเชยกำไรโรงกลั่น เรียกร้องบังคับใช้ พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเข้มข้น จัดระเบียบธุรกิจน้ำมันแบบเบ็ดเสร็จ พาประเทศชาติ-ประชาชนออกจากวิกฤตการน้ำมันโดยเร็ว @@

เวทีระดมความเห็นส.ส.สะท้อนข้อคิดเห็น-ข้อเสนอแนะคลี่คลายวิกฤตการน้ำมันในสภาผู้แทนราษฏร เหมือนเป็น “เวทีสีซอให้กระบือฟัง” แต่กระบือฟังไม่ออก ราคาน้ำมันทุกชนิดวันพรุ่งนี้( ๒๖ มี.ค.) จึงดีดตัวพุ่งขึ้นก้าวกระโดดแบบยกแผงไปเลยลิตรละ ๖ บาทรวด ดีเซล ดีดจากลิตรละ ๓๒.๙๔ บาท เป็น ๓๘.๙๔ บาท โซฮอลล์ ๙๕ เด้งขึ้นจากลิตรละ ๓๕.๐๕ บาท ทะลุไปยืนที่ลิตรละ ๔๑.๐๕ บาท…ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมอะไรอีกแล้ว @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ รัฐบาล”สีน้ำเงิน”ภายใต้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ชนะเลือกตั้งด้วยกุศโลบายรณรงค์ปลุกระดมพลังมวลชนสายอนุรักษ์นิยมกาบัตรลงคะแนนเชิงยุทธศาสตร์ สยบ”สีส้ม” กับปฏิกิริยาบริหารวิกฤตการน้ำมันแบบไม่บริหาร “ไม่สนสี่สนแปด” เหมือนจงใจอวดเบ่งอิทธิฤทธิ์-อิทธิพลเหนือธรรมดา ประชดประชาชน ล้อเล่นกับความเป็นความตายของประชาชน และผลักประเทศเข้าสู่หุบเหวหายนะ….ไม่แน่ก่อนถึงวันสำคัญ อาจถึงคราว”รีเซ็ท”ประเทศไทย เพื่อความอยู่รอดของประเทศชาติ-ประชาชน @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๒๔ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๒๔ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ประกอบพิธีบวงสรวงตราแผ่นดิน ที่สน.พระราชวัง เสริมความเป็นสิริมงคล ด้วยอากัปกิริยาเคร่งขรึม @@

ชาวบ้านงงเป็นไก่ตาแตก…นายกฯบอกน้ำมัน ไม่มีตรึงราคา ไม่มีเพดาน แต่ปลัดกระทรวงพลังงาน ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ บอกพยายามตรึงราคาดีเซลที่ลิตรละ ๓๓ บาทให้นานที่สุด…ตกลงเชื่อคำพูดใครได้มั่ง??@@

ตีฆ้องป่าวร้อง..”เบียร์ช้างอั้นไม่ไหวขอขึ้นราคาหน่อยนะขวดละ ๒ บาท” มีผลเม.ย.นี้ เหตุผลเป็นที่รู้กันน้ำมันแพง-ต้นทุนค่าขนส่งขึ้นราคา…ภาระตกหนัก”คอเบียร์”ละเหี่ยใจ @@

สงครามตะวันออกกลางเรื้อรังล่วงเข้าสัปดาห์ที่ ๔ กมธ.เศรษฐกิจสหภาพยุโรป ส่งสัญญาณแนวโน้มเศรษฐกิจออกอาการ “ช็อค”-เงินเฟ้อบานฉ่ำ-ความเชื่อมั่นหดหาย…เรียกร้องหาทางเจรจายุติสงครามโดยไว ก่อนเศรษฐกิจพังพินาศสาหัส @@

วุฒิสภาโชว์..กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU ๒๕๔๓
วุฒิสภา มีมติเป็นเอกฉันท์ “ให้ยกเลิก”…ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนธ.ค.๒๕๖๘ เคยมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ยกเลิก MOU ๒๕๔๔ ไปแล้ว ส่วนอนุกมธ.ศึกษาระบบงบประมาณการบริหารจัดการและธรรมาภิบาลภายใต้ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ รายงานผลการศึกษา โรงพยาบาลทั่วประเทศอ่วมอรทัย มีหนี้ค้างจ่ายค่ายารวมกันกว่า ๖ หมื่นล้านบาท…สปสช.รีบปลดหนี้ด่วนจี๋ @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก คาดการณ์”ศึกกัมพูชา-ไทย” รอบ ๓ มีโอกาสเกิดสูงยิ่ง ในช่วงปลายปีนี้ ด้วยเหตุผล ๒ ประการ ๑).กัมพูชาสั่งซื้อสะสมอาวุธล็อตใหญ่จากหลายชาติในยุโรปตะวันออก ๒).กัมพูชาจะมีการเลือกตั้งในปี ๒๕๗๐ สอดคล้องกับลางสังหรณ์ชาวบ้านตามตะเข็บชายแดน @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันจันทร์ที่ ๒๓ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันจันทร์ที่ ๒๓ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…อาถรรพ์จัดตั้ง ครม.หนู-๒ ส่อแวว”เฮี้ยน” ออกอาการ”เครื่องรวน”ในจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็มซะงั้น @@

ประชุม ศบก.จบลงแบบเท่ๆ “การต่อคิวเติมน้ำมันจะค่อยๆเลือนหายไป” แต่ถูกแทนที่ด้วยอาการชาวบ้านร้านช่อง ปากอ้าตาค้างกับปรากฏการณ์”ซูเปอร์ช็อค” ปตท.-บางจาก ดีดราคาดีเซล กทม.และปริมณฑล มีผลพรุ่งนี้ พุ่งพรวด ๑.๘๐ บาทต่อลิตร จาก ๓๑.๑๔ บาท เป็น ๓๒.๙๔ บาท เฉียดชนกรอบเพดานราคาลิตรละ ๓๓ บาทอยู่รอมร่อ…ราคาต่างจังหวัดทะลุ ๓๓ บาทแหงแก๋แน่นอน ไม่ต้องถามหาเครดิตรัฐบาล มันติดลบไปนานแล้ว @@

ราคาดีเซลดีดขึ้น ๑.๘๐ บาทต่อลิตร แต่ราคาแก๊สโซฮอลล์ทุกชนิด ดีดขึ้นแรงกว่าถึงลิตรละ ๒ บาท โซฮอลล์ ๙๕ จาก ๓๓.๐๕ บาทต่อลิตร เป็น ๓๕.๐๕ บาทต่อลิตร…รัฐบาลมีปัญญาแค่นี้แหละ@@

พิลึกพิศวงชวนสงสัยกับการขึ้นราคาน้ำมัน ปตท.-บางจาก ที่ล้วนมีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่สุด ช่วงเย็นวันที่ ๒๓ มี.ค.ปล่อยข้อมูลขยับดีเซลขึ้นลิตรละ ๙๐ สตางค์ -โซฮอลล์ ขึ้นลิตรละ ๑ บาท แต่ตอนค่ำดันราคาเพิ่มขึ้นพรวดพราด เหนือความคาดหมาย ทำเอาชาวบ้านช็อคตาค้างกันทั้งบาง…นี่ล่ะหรือคำมั่นสัญญาต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ของอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อคราวรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ”ข้าพระพุทธเจ้าจะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยยึดมั่นผลประโยชน์ของชาติ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และความวัฒนาสถาพรของประเทศไทย สนองพระราชปณิธานตามพระปฐมบรมราชโองการ และตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทุกประการ…” -ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นผลประโยชน์ของชาติ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ตรงไหน ???@@

ไม่แปลก..โสภณ สุภาพงษ์ หนึ่งในอัศวินสู้วิกฤตน้ำมัน กอบกู้”เอกราช-อธิปไตยด้านพลังงานของชาติ” จากทุนน้ำมันข้ามชาติตะวันตก ยุคพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ถึงกับหมดความอดทน ลากสังขารวัย ๘๐ ปีออกมาเปิดโปงความ”กักขฬะ”เบื้องหลังวิกฤตการน้ำมันตอนนี้ ด้วยวรรคทอง “น้ำมันไม่ขาดแคลน แต่ขาดแคลนความสุจริต” พร้อมกับชี้ทางสว่าง…”วิกฤตการน้ำมันแก้ไขได้ แค่นายกรัฐมนตรีสุจริต” @@

ทางรอดของคนไทย-ประเทศไทยจากวิกฤตการน้ำมันยังพอมี แค่นายกรัฐมนตรี ตั้งมั่นบนความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นผลประโยชน์ของชาติ ประโยชน์สุขประชาชนเป็นที่ตั้ง ใช้สติปัญญาตั้งคณะบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ เคยผ่านประสบการณ์เผชิญวิกฤตการน้ำมันแสนสาหัสมาแล้ว และมีต้นทุนความน่าเชื่อถือระดับสูง เป็น “คณะที่ปรึกษาพิเศษของนายกรัฐมนตรี” ให้คำชี้แนะหนทางฝ่าวิกฤต…@@

ถ้าจะถามว่าง้ั้นใครมั่งที่ควรเทียบเชิญมาช่วยชาติ ขอเสนอเพื่อพิจารณารายชื่อต่อไปนี้ที่ล้วนมีประสบการณ์ร่วมกับ”ป๋าเปรม”ในการสู้ชนะวิกฤตการน้ำมันมาแล้ว ๑).เสนาะ อูนากูล ๒).อาณัติ อาภาภิรม ๓).เลื่อน กฤษณกรี ๔).พละ สุขเวช ๕).โสภณ สุภาพงษ์ ๖).สรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม ๗).สมชาย กรุสวนสมบัติ…แม้จะสูงวัย แต่ล้วนลายคราม @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ ราคาทองคำแท่งวันนี้แกว่งตัวขึ้น-ลงใจหายใจคว่ำ ๑๐๖ รอบ ปิดที่บาทละ ๖๖,๙๐๐ บาท ลดลงเบ็ดเสร็จ ๓,๕๕๐ บาท @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันศุกร์ที่ ๒๐ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย

สวนข่าวประจำวันศุกร์ที่ ๒๐ มี.ค. ๒๕๖๙ ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะเมีย…อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในโอกาสรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี มีใจความสำคัญยิ่งตอนหนึ่ง ที่เปรียบได้กับคำถวายสัตย์ และสัญญาประชาคม…”ข้าพระพุทธเจ้าจะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยยึดมั่นผลประโยชน์ของชาติ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และความวัฒนาสถาพรของประเทศไทย สนองพระราชปณิธานตามพระปฐมบรมราชโองการ และตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทุกประการ…” หากบิดพลิ้วตระบัดสัตย์ ขอให้ฟ้าดินลงทัณฑ์สถานหนัก @@

ไหนๆให้คำมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นผลประโยชน์ของชาติ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และความวัฒนาสถาพรของประเทศไทย อยากเห็น “นายกฯป้ายแดงหน้าเก่า” โชว์ผลงานโบว์แดงให้เห็นเป็นรูปธรรม เป็นประเดิมด้วยการ “คืนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕ พระราชทานแก่การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่โดนกลุ่มคนอ้างตนรักเทิดทูนสถาบันฉ้อโกงไป ให้ถูกต้องเรียบร้อยโดยไว” @@

นายกฯอนุทิน ยืนยัน “ไม่มีไอ้โม่งตุนน้ำมัน” โบ้ยใส่ชาวบ้านนั่นแหละตุนน้ำมันแต่ตำรวจสอบสวนกลาง จับได้”ไอ้โม่งตุนน้ำมัน” กว่า ๓ แสนลิตรที่เมืองอ่างทอง พื้นที่ของ ส.ส.ภูมิใจไทย น่าสงสัยเวลาล่วงเลยไปกว่า ๑ วัน ยังปกปิดชื่อ”ไอ้โม่งตุนน้ำมัน”ไม่ยอมแพร่งพราย-ยังไม่มีรายงานการแจ้งข้อหาดำเนินคดี…เหมือนเรื่องนี้มีลับลมคมนัยชอบกลนะ @@

ไม่บอกอย่าบอก ใช้ปัญญาหาคำตอบเองได้…ตำรวจสอบสวนกลาง ตามแกะรอยจาก หจก.เพรียวปิโตรเลียม จ.สิงห์บุรี กระทั่งไป”โป๊ะแตก”ที่คลังน้ำมันบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด เมืองอ่างทอง…@@

สืบค้นต่อไปไขปริศนา”ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง” ของใครหว่า? พบข้อมูลจดทะเบียนบริษัทจำกัด วันที่ ๓ ม.ค.๒๕๕๔ มีทุนจดทะเบียน ๕ ล้านบาท มีชื่อจดแจ้งเป็นกรรมการบริษัทเพียงหนึ่งเดียว “อุดม ดารุณิกรณ์”…แต่ชวนคิดชวนให้สงสัยเหตุใดกรรมการบริษัท จึงโดนใบสั่งปรับ ๕๐๐ บาท ฐานขับรถบรรทุกในเวลาห้าม…มันแปลกดีนะ @@

ชวนคิด ชวนค้นหาคำตอบต่อไป…ใครคือ”เถ้าแก่ใหญ่”กันแน่ ระหว่าง “เสี่ยตือ-เฮียวัฒน์”….คำเฉลยสุดท้ายไม่ใช่อยู่ที่รัฐบาล แต่รอลุ้นคำแถลงจากตำรวจสอบสวนกลาง @@

ขอยกมือท่วมหัว..สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม สั่งยกเลิกรายการศึกษาดูงานต่างประเทศ หลักสูตรผู้พิพากษาศาลฏีกา..สาธุ สาธุ สาธุ @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้..นับถอยหลังก่อนถึงวันเลือกตั้งประธาน และ คณะกรรมการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)แทน ชุดของเกรียงไกร เธียรนุกูล ๓๐ มี.ค.นี้ มีกลิ่นแหม่งๆจากการเดินหมากแข่งกันของคู่ชิงดำ ๒ ระหว่าง ๒ รองประธาน ส.อ.ท.“อภิชิต ประสพรัตน์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีสไพพ์ฟิตติ้งอินดัสตรี จำกัด ที่มีเสียงหนุนจากอุตสาหกรรมเอสเอ็มอี กับ ชนะ ภูมี ที่ปรึกษา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) ที่มีแรงหนุนจากอุตสาหกรรมขนาดใหญ่….น่าเศร้าใจจัง @@

ฮูก ตาตี่