สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ ม.ค.๒๕๖๙ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะ

สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ ม.ค.๒๕๖๙ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเส็ง…หลงกลติดกับดักค่ายสีส้มไปเสร็จสรรพเรียบร้อย คณะผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม อวดฉลาด งับเบ็ด”ไอซ์”รักชนก ศรีนอก อย่างจัง เหมือนช่วยเสริมพลังส้ม”เขี่ยแผล”ค่ายน้ำเงิน”ให้เหวอะหวะ เปิดช่องให้ รมว.แรงงาน แคนดิเดตนายกฯค่ายหลากสี ใช้สิทธิ์ขยี้เต็มที่ ด้วยปกาศิตให้รายงานรายละเอียด”เรื่องฉาว”ภายใน ๒๔ ชั่วโมง…@@

ผลงานเขี่ยแผลพฤติกรรมปู้ยี้ปู้ยำเงินกองทุนประกันสังคม จากหยาดเหงื่อแรงงานผู้ประกันตน ๒๕ ล้านคน ของ รักชนก ศรีนอก ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดูจะปลุกกระแสนิยมเติมแต้มให้ค่ายสีส้มได้ไม่น้อย สวนทางกับค่ายสีน้ำเงินที่ชุมนุมอดีต รมว.แรงงาน ทั้งสุชาติ ชมกลิ่น-พิพัฒน์ รัชกิจประการ เจอดอกนี้เข้าไปถึงกับเกิดอาการ”จุก-เจ็บ”พูดไม่ออก…ได้แต่ต้องกลืนเลือด @@

คนฉลาดที่สำนักงานประกันสังคม ก็ช่างอวดฉลาด ชี้แจงหักล้างข้อมูล”ไอซ์”ได้แสนฉลาด ทั้งเรื่องหุ้นบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ (EA) ที่ควักเงินกองทุนประกันสังคม ๘๖๖ ล้านบาทไปซื้อลงทุน ตอนนี้มูลค่าหุ้นเหลือแค่ ๑๔ ล้านบาท เจ๊งไป ๘๕๒ ล้านบาท หรือเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ “ทียูโดม” แถวธรรมศาสตร์รังสิต ควักออกไป ๘๐๐ ล้านบาท ตอนนี้มูลค่าเหลือแค่ ๑๐๐ ล้านบาท อันตรธานหายวับไป ๗๐๐ ล้านบาท แถมยังเบียดบังเงินกองทุนประกันสังคม ๑๒ ล้านบาท ไปปรับปรุงโรงอาหาร กระทรวงแรงงาน….ชาวบ้าน-สมาชิกกองทุนประกันสังคมฟังแล้วพากัน”หัวร้อน-ควันออกหู” ตะโกนออกมาดังๆ….”ถามวัว-ตอบควาย” @@

ความฮือฮากับเงินซื้อเสียง ๗,๕๐๐ บาทยังไม่จางหาย…สายลมแห่งความสงสัยก่อตัว ทำไมรัฐบาล-ทำไมตำรวจ-ทำไมมหาดไทย สงบเงียบเรียบร้อยผิดสังเกต แทนที่จะต้องตื่นตัวจัดชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการร่วมป้องกัน-ปราบปรามการทุจริตเลือกตั้งทุกรูปแบบอย่างจริงจัง….เมื่อใดก็ตามหัวไม่ขยับ-ตัวย่อมไม่เขยื้อน-หางก็ไม่กระดิก @@

แปลกพิสดาร…คณะกรรมการตรวจพิจารณานโยบายพรรคการเมือง โดย กกต.กำหนดสรุปผลส่งเข้าที่ประชุม กกต.ไม่เกินวันที่ ๔ ก.พ. ก่อนวันหย่อนบัตรเลือกตั้งแค่ ๔ วัน แต่ล่าช้ากว่าวันเลือกตั้งล่วงหน้าไป ๓ วัน ซ้ำร้ายไม่มีหลักประกันใดๆว่าที่ประชุม กกต.จะมีความเห็นต่อรายงานคณะกรรมการตรวจพิจารณาฯออกมาวันไหน….พิลึกกึกกือ @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…ค่ายทรู แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯรายงาน ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ นำบริษัทอะไรซ์ดิจิทัลเทคโนโลยี ที่เพิ่งจดจัดตั้งเมื่อวันที่ ๔ ก.ย.๒๕๖๘ และมีทุนจดทะเบียน ๑ ล้านบาท มีศุภชัย และเมธี วินิชบุตร เป็นกรรมการ เข้าซื้อหุ้นจากกลุ่มเทเลนอร์ ในสัดส่วน ๒๔.๙๕% คิดเป็นมูลค่ากว่า ๑.๐๖๙ แสนล้านบาท…น่าสงสัยบริษัททุน ๑ ล้านบาท จะเอาเงิน ๑.๐๖๙ แสนล้านบาทจากแหล่งเงินไหน ???@@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๒๐ ม.ค.๒๕๖๙ ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเส็ง

อาถรรพ์พระราม ๒ มีทั้งเครนถล่ม-หลุมยุบน้ำท่วม…ล่าสุดไฟไหม้ ต่อไปไม่รู้จะมีเหตุอาเพศอะไรอุบัติขึ้นซ้ำอีก @@

พูดแล้ว…ยังทำไม่ได้ คำสั่งนายกรัฐมนตรี ให้ยกเลิกสัญญาจ้างโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง และโครงการก่อสร้างทางยกระดับ ที่เกิดโศกนาฏกรรมทำให้มีคนตายจำนวนมาก….การรถไฟฯ-กรมทางหลวง-กระทรวงคมนาคม แค่พยักหน้า”รับทราบ” แต่การออกหนังสือยกเลิกสัญญาจ้าง ต้องใช้เวลาประดิษฐ์ประดอยอีกนาน @@

เลขากกต.แสวง บุญมี ออกอาการขึงขังสั่งกวดขันตรวจเข้มการซื้อสิทธิขายเสียง หลังภาคธุรกิจเอกชนเปิดผลสำรวจตัวเลขซื้อเสียงเลือกตั้งทั่วประเทศรอบนี้สูงลิ่วหัวละ ๓,๐๐๐-๕,๐๐๐-๗,๕๐๐ บาท…เอ้า!! ท่านผู้ตรวจการเลือกตั้ง ๕๒๔ คน ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ กรุณาทำหน้าที่ด้วยความแข็งขัน ให้สมกับค่าตอบแทนท่านละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อป้องกันทุนเทายึดประเทศ @@

อดีตกกต.สมชัย ศรีสุทธิยากร แนะ กกต.ตั้งเงินรางวัลล่า”ผีซื้อเสียง”…ใครชี้เบาะแสไปสู่การจับผีได้….มีเงินรางวัลตอบแทน @@

ซื้อเสียงหัวละ ๗,๕๐๐ บาท “หนู”ไม่เชื่อ-”ตุ๋ย” ก็ไม่เชื่อ ถึงขั้นบอกขืนเป็นอย่างนั้น”ประเทศพัง” แต่”เดอะคึก”เทพไท เสนพงศ์ เชื่อ-เจษฏ์ โทณะวณิก แคนดิเดทนายกฯพรรครักชาติ เชื่อ จับสังเกตจากความเคลื่อนไหวการฝากถอนเงินธนาคารฟู่ฟ่าหวือหวาผิดปกติ เป็นหลักแสนล้านบาท….@@

ปฏิบัติการสกัดกระแสเงินซื้อเสียง ทำลายทุนเทาทำได้ไม่ยากเย็น แค่แบงก์ชาติ-ปปง.ประสานการทำงานใช้”เอไอ”สแกนตรวจสอบเส้นเงินเครือข่ายบริวารนักการเมืองบ้านเล็ก-บ้านใหญ่-บ้านใหม่ ทุกพรรคทุกสี แค่ ๕,๐๙๖ คน ๖๐ พรรคการเมืองเท่านั้น….บัญชีใคร-พรรคไหนมีพิรุธ เคลื่อนไหวพิลึกก็ชิงตัดไฟแต่ต้นลมซะ @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ สถานะการเงินอิตาเลียนไทยดีเวลลอปเมนต์(ITD) อาการน่าเป็นห่วง จัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ ๑.๔ หมื่นล้าน เพื่อขอยืดเวลาคืนหนี้ ก็ยังจบไม่ลง แถมหนี้ก้อนโตอีก ๒.๔ หมื่นล้านบาทที่ผูกพันกับ แบงก์กรุงเทพ-กรุงไทย-ไทยพาณิชย์-กสิกรไทย ก็ยังลูกผีลูกคน…น่าหวาดเสียว @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๒๑ ม.ค.๒๕๖๙ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเส็ง…

ศาลรัฐธรรมนูญ พิพากษาให้ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนรม.และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม หลุดพ้นข้อกล่าวหา จากคำร้องสมาชิกวุฒิสภา กรณีใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ แทรกแซงการทำงาน กกต.คดีฮั้วส.ว.@@

ชะรอยถึงคราวลมเปลี่ยนทิศ…ส.ว.สำรอง พงศกรณ์ ตั้งกิตติ์ตระกูล ไม่ทน สบโอกาสนำคดีฮั้ว ส.ว.ฟ้องต่อศาล พร้อมกับขอศาลออกหมายเรียกเอกสารการสืบสวนของคณะกรรมการสืบสวนฯชุดที่ ๒๖ ที่มีการแจ้งข้อหา ๑๓๘ ส.ว.และผู้ร่วมกระทำความผิด ๙๑ คน มาประกอบสำนวนคดี หลังจากเสียเวลารอคอยการทำงานแบบเรือเกลือของ กกต.ไปแล้ว ๑๙ เดือน …ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง ๙ มี.ค.นี้ @@

นับถอยหลัง ๑๘ วันสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง คดียุบพรรคภูมิใจไทย-คดีม.๑๕๗ อนุทิน-คดีเขากระโดง-คดีรันเวย์เถื่อน ปะทุเป็นพลุแตก ทุกดอกล้วนพุ่งตรงเข้าใส่พรรคภูมิใจไทย และอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย…บุญมีก็รอด-บุญมอดก็ม้วย @@

อยากรุมสกัมก็ว่ากันตามสะดวก แต่”หนูกลัวน้ำร้อนซะที่ไหน” เปิดปากบลั๊ฟผลสำรวจนิด้าโพลล์ที่บ่งชี้พรรคภูมิใจไทย เป็นแชมป์เลือกตั้ง กวาดส.ส.มาครอง ๑๕๐ คน บอก “๑๕๐ คน ต่ำไป”….ท่าทางเป้าหมายน่าจะ ๒๕๐ คน ฝันหวานเป็นรัฐบาลพรรคเดียวงั้นซิ @@

เงินซื้อเสียง ๗,๕๐๐ บาท จริงหรือไม่-ใช่หรือเปล่า ยังขาดหลักฐานยืนยัน แต่พฤติกรรมซื้อเสียงตะเกียกตะกายเข้าสู่อำนาจ ที่เป็นข้อค้นพบของ สุวิชา เป้าอารีย์ ผอ.นิด้าโพลล์ ชวนขนหัวลุก…นักเลือกตั้งบางส่วนตอนนี้ขายตัวให้ทุนเทา แลกกับน้ำเลี้ยง ไปซื้อเสียงเข้าสู่อำนาจ หลังจากนั้นจะถวายตัวเป็นทาสปกป้องทุนเทา…สยดสยองมากเมืองไทย @@

เวทีประชันวิสัยทัศน์เครือมติชน Thailand Election ๒๐๒๖ The Real Politics ที่พารากอนฮอลล์ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯพรรคประชาชน ชูแนวทางกำจัดทุนเทา-ล้างทุจริต-ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ-ฟื้นเศรษฐกิจ-สร้างสังคมปรองดอง ด้วย”รัฐบาลแพลตฟอร์ม”- ๙ ยุทธศาสตร์- ๒๐๐ นโยบาย …มียืดเวลาพักหนี้ ๒ ปี-คืนค่าน้ำค่าไฟ ๕๐%ในพื้นที่ภัยพิบัติ ๖ เดือน-หวยใบเสร็จ SMEs-เปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้า”Made in Thailand” รัฐช่วยจ่าย ๕,๐๐๐ บาท@@

เวทีเดียวกัน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกฯพรรคประชาธิปัตย์ โชว์วิสัยทัศน์”ไทยหายจน-ไทยหายเทา” ด้วย พรก.ปราบทุนเทา-สร้างนิเวศเศรษฐกิจปลุกความเชื่อมั่นนักลงทุน ปลุกจีดีพีโตให้ได้ ๕%-แจกเงินเด็กแรกเกิด ๕๐๐ บาท/เดือน นาน ๒๑๖ เดือน-แจกเงิน ๕๐,๐๐๐ บาทแก่ครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุ ๗๐ ปีขึ้นไป ส่วน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย มุ่งทำให้คนไทยรวยยั่งยืน ด้วยอธิปไตยทางความคิด อธิปไตยทางปัญญา คิดใหม่-ทำใหญ่ ใช้นวัตกรรม….หลายคนอดสงสัยไม่ได้ แน่ใจนะพรรคเพื่อไทยมีอธิปไตย ปราศจากการถูกครอบงำโดย”คนหลังกำแพง”…@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง หุ้นยิ่งคึกคะนอง ดัชนีราคาหุ้นพุ่งทะยานขึ้น ๒๑.๑๙ จุด ปิดที่ ๑,๓๑๗.๕๖ จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นกว่า ๖.๘ หมื่นล้านบาท ด้วยอภินิหารจาก Election Rally…ปปง.-แบงก์ชาติ-กกต.น่าสะกดรอยตามเส้นทางเงิน @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันจันทร์ที่ ๑๙ ม.ค.๒๕๖๙ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเส็ง

…เหลือเวลาอีก ๒๐ วัน ได้เวลา”ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย” ถึงวันนั้นได้รู้กันประเทศไทยจะเป็นสีน้ำเงิน-ส้ม-แดง-ฟ้า-เขียว….หรือเทา @@

วันนี้ครบกำหนด”เดทไลน์” เส้นตายที่กกต.สั่งให้ทั้ง ๕๗ พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ต้องส่งนโยบายหาเสียง พ้นจากนี้ต้องโดนปรับ ๕ แสนบาท และปรับต่อเนื่องวันละ ๑ หมื่นบาท จนกว่าจะนำส่งให้เรียบร้อย…หวังว่าคำสั่งนี้จะถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวด ไม่ใช่”สั่งขี้มูก” @@

ชวนคิดชวนฉงน…นโยบาย ๕๗ พรรคการเมือง กว่าจะลำเลียงส่งถึงมือคณะกรรมการตรวจสอบฯ ที่มีเลขาธิการ กกต.แสวง บุญมี เป็นประธาน อย่างเร็วก็วันศุกร์ที่ ๒๓ ม.ค.เหลือเวลาให้คณะกรรมการตรวจสอบฯพินิจพิจารณาแค่ไม่กี่วัน โอกาสที่ผลการตรวจพิจารณาจะออกมาแบบ”สุกเอาเผากิน” เป็นไปได้สูง และโอกาสที่คนเด่น-ดัง ในคณะกรรมการตรวจสอบฯ จะเสียชื่อ-เสื่อมความน่าเชื่อถือ ถูกยกย่องให้เป็น “ตรายาง” มีอยู่สูงมาก….@@

ยิ่งใกล้โค้งสุดท้าย ก่อนถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง วิชามารการเมือง ยิ่งถูกงัดออกมาฟาดฟันห้ำหั่นพรรคคู่แข่งอย่างเข้มข้น ทั้งปั้นน้ำเป็นตัวใส่สีตีไข่ ทั้งเสกเงินเป็นคะแนน ล่าสุดคณะทำงานซีโร่คอร์รัปชั่นและคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) รายงานผลสำรวจการซื้อเสียงทั่วประเทศ รู้แล้ว”ช็อค” ตัวเลขเม็ดเงินซื้อเสียงในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล สูงถึง ๗,๕๐๐ บาทต่อหัว รองลงมาคือภาคเหนือ-อีสาน-ใต้-กลาง มีอัตราการซื้อเสียงเท่ากันที่ ๕,๐๐๐ บาทต่อหัว และภาคตะวันออกอมีอัตราการซื้อเสียง ๓,๐๐๐ บาทต่อหัว สะท้อนชัดศึกเลือกตั้งคราวนี้สมรภูมิ กทม.และปริมณฑล สู้กันดุเดือดเลือดพล่านที่สุด @@

มวยถูกคู่…อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ใส่หมวกประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ชนช้าง ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ใส่หมวกราษฏรเต็มขั้น ยืนยันข้อมูลดีลลับพรรคประชาชน-”บิ๊กโจ๊ก”พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เป็น”ข้อมูลเท็จ-เลอะเทอะ-เลื่อนลอย”….@@

ปฏิกิริยา “เฮียชู” ฟาดพรรคส้ม คอการเมืองมั่นใจไม่ใช่แค่”สั่งสอน” แต่รายการนี้”ต้องมีอะไรในกอไผ่” แหงแก๋แน่นอน….น่าสงสัยจังทำไมตีส้ม แล้วหนูอมยิ้ม ???@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…ราคาทองคำวิ่งไม่หยุด ราคาทองคำแท่งพุ่งทะยานไปอีกบาทละ ๖๐๐ บาท ปิดที่บาทละ ๖๙,๐๕๐ บาท จ่อใกล้บาทละ ๗ หมื่นบาทเต็มที @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันศุกร์ที่ ๑๖ ม.ค.๒๕๖๙ แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๒ ปีมะเส็ง

วันนี้วันครู…”ปาเจราจริยา โหนติ คุณุตตรานุสาสกา ครูอาจารย์คือผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ คือผู้พร่ำสอนศิลปวิทยาการ…ปัญญาวุฒิ กเรเตเต ทินโนวาเท นมามิหัง ข้าฯขอกราบบูชาครูอาจารย์ ผู้ให้โอวาท ผู้ทำให้ปัญญาเจริญ”…@@
งวดเข้าไปทุกที วันชี้ชะตาการเมืองไทย…พรรคประชาธิปัตย์ปล่อยทีเด็ด “แผนปฏิบัติการ ๙๐ วันทำได้จริง” ประกอบด้วย ๑๐ มาตรการชวนหัวร่อ
๑).ลดภาระค่าโดยสารรถไฟฟ้า เหลือ ๕-๓๐ บาท
๒).ยกเครื่องกฏระเบียบ
๓).บรรจุโครงการที่หาเสียงลงในกฏหมายงบประมาณปี ๒๕๗๐
๔).จัดการสแกมเมอร์-ทุนเทา
๕).โซลาร์เซลเสรี
๖).ผลักดันตั้งกองทุนหนุนเอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพ
๗).ปฏิรูประบบราชการ-ตั้งสำนักงานทรัพย์สินแห่งชาติ
๘).จัดทำแพลตฟอร์มตรวจสอบความโปร่งใสการจัดซื้อจัดจ้าง
๙).ผลักดันพ.ร.บ.อากาศสะอาด
๑๐).ยกระดับหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขึ้นตรงนายกรัฐมนตรี….คงเผลอนอนหลับแล้วฝันได้เป็นนายกรัฐมนตรีซินะ @@

ไม่มีลุง-ไม่มีทุน…ผู้สมัครส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ประโคมข่าวระดมแนวร่วมนับร้อย ปักหมุดที่ทำการพรรค เรียกร้องให้ ”ลุงป้อม” กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค “บริหารจัดการทุนเลือกตั้ง” แต่เอาเข้าจริงมีคนไปร่วม”หรอมแหรม” แถม “ลุงป้อม”ไม่โผล่ไปให้เห็นหน้า…คนใกล้ตัวลุงบอก “ลุงพอแล้ว…ลุงไม่จ่ายแล้ว” แต่เบื้องลึกแว่วว่า ลุง มีญาณวิเศษหยั่งรู้เหตุการณ์บางอย่างล่วงหน้า @@

ความเคลื่อนไหวหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล…สักการะขอพรพระรูปกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์-เดินตลาด-ตัดผม ตามสไตล์การหาเสียงแบบออกานิกมูเตลู @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ อิตาเลียนไทยดีเวลอปเมนต์ (ITD) ทำหนังสือ ที่ CSD๐๐๔/๒๕๖๙ ลงวันที่ ๑๖ ม.ค.๒๕๖๘ ถึงกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีใจความสำคัญโต้แย้ง-หักล้างคำสั่งนายกรัฐมนตรีเรื่องยกเลิกสัญญาก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงที่โคราช และทางยกระดับพระราม ๒ ด้วยข้อความ “…สัญญายังมีผลใช้บังคับ” ขณะที่ราคาหุ้นไหลลงไปแล้วกว่า ๒๘% นับจากเกิดเหตุโศกนาฏกรรมเครนถล่มทับขบวนรถไฟที่โคราช เป็นเหตุให้มูลค่าหุ้นโดยรวมหายวับไปแล้วกว่า ๓๐๐ ล้านบาท และต้องขอเมตตาเจ้าหนี้ เลื่อนจ่ายคืนหนี้หุ้นกู้วงเงินกว่า ๑.๔ หมื่นล้านบาท @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๑๕ ม.ค.๒๕๖๙ แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๒ ปีมะเส็ง

เปลี่ยนพอศอใหม่ ประเทศไทยเกิดเหตุอาเพศรัวๆ เมื่อวานเครนถล่มทับขบวนรถไฟที่นครราชสีมา เช้าวันนี้เครนถล่มทับรถยนต์ ที่พระราม ๒ ตกค่ำไฟไหม้สะพานภูมิพล….หรือมีใครแอบไปทำระยำจัญไรอะไรกับบ้านเมือง @@

นายกฯอนุทิน ขึงขังตึงตังประกาศเปรี้ยงต้องเลิกสัญญากับผู้รับเหมาทำคนตายซ้ำซาก น่ายกย่องนัก ขอภาวนาให้คำสั่งท่านศักดิ์สิทธิ์ มีผลในทางปฏิบัติโดยพลัน ไม่ใช่สั่งขี้มูก ไม่มีลูกน้องหน้าไหนรับปฏิบัติ @@

เหตุโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น ๒ วันติดต่อกัน กดดันนายกฯอนุทิน อย่างหนักถึงขั้นโพล่งไปถึงกรณีโศกนาฏกรรมตึก สตง.ถล่มฝังคนตายทั้งเป็นหลายสิบราย..”…ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก็ทราบว่าสัญญายังไม่ถูกยกเลิก ถามว่าสัญญาถ้าไม่ถูกยกเลิกปรับได้หรือไม่ เพราะงานก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ขณะนี้ก็ยังไม่มีการปรับ และถ้าถามต่อว่างานก่อสร้างจะเสร็จเมื่อไหร่ งานก่อสร้างก็ไม่มีแล้ว ถ้าปรับก็เท่ากับว่าต้องสร้างอาคารนี้ขึ้นมาใหม่ แล้วก็ส่งตามงวดงานต่างๆ ซึ่งงวดงานเมื่อส่งแล้วก็จ่ายเงินไม่ได้ เพราะล่าช้าแล้ว สัญญาทุกสัญญามีหลักประกัน และธนาคารการันตี วันนี้เท่าที่ทราบยังไม่มีการเรียกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่ สตง.ก็ระงับการก่อสร้างไว้ก่อน โดยไม่มีการดำเนินการใดๆ กับผู้รับจ้าง ไม่มีการขึ้นบัญชีดำ ไม่ประกาศละทิ้งงาน…”เห็นด้วยกับท่านนายกรัฐมนตรีอย่างยิ่ง @@

รู้แล้วสลดหดหู่…แพทริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง บอก หน่วยราชการผู้ว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ไม่เคยแจ้งชื่อให้กรมบัญชีกลาง “ขึ้นบัญชีดำ” ตามพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ…น่าสงสัยมีมหกรรม”ฮั้ว”ระหว่างหัวหน้าส่วนราชการ กับ ผู้รับเหมาโครงการขนาดใหญ่ ทำโครงการพังวินาศสันตะโรยังไง คนบาดเจ็บล้มตายแค่ไหน ก็ไม่มีโดน”ขึ้นบัญชีดำ”…ชีวิตชาวบ้านคือเหยื่อสังเวยผลประโยชน์ต่างตอบแทนของผู้รับเหมากับนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงวันยังค่ำ @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้..อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการ ผู้ว่าการ รฟท.ที่โดนนายกรัฐมนตรีบอกให้แสดงความรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมเครนถล่มทับขบวนรถไฟ ด้วยการ”พิจารณาตัวเอง” แจ้งบอร์ดรฟท.มีมติต่อสัญญาให้เช่าพื้นที่”ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าและโรงแรมเซ็นทารา” กับกลุ่มเซ็นทรัล ระยะ ๓๐ ปี ระหว่าง ๑๙ ธ.ค.๒๕๗๑ ถึง ๑๘ ธ.ค.๒๖๐๑ หลังจากสัญญาฉบับปัจจุบันสิ้นสุดลงในวันที่ ๑๘ ธ.ค.๒๕๗๑ แลกกับผลตอบแทนตลอดอายุสัญญา ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ ๙๑.๖๗ ล้านบาท หรือเฉลี่ย ๒๙๕.๗๐ บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน สมทบกับเงินลงทุนจำนวน ๔,๕๐๐ ล้านบาท สำหรับปรับปรุงสิ่งปลูกสร้าง ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวก..โดยทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟท.หลังสิ้นสุดสัญญาเช่า @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๑๔ ม.ค.๒๕๖๙ แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๒ ปีมะเส็ง

ยิ่งวันเวลากระชั้นกระชับใกล้วันเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยเหมือนโดนพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกรัวๆ…ทั้งระเบิด ๑๑ ปั๊มน้ำมันจังหวัดชายแดนใต้ ในความรับผิดชอบศอ.บต.-สมช.-กอ.รมน.-มท.-กห. มาถึงโศกนาฏกรรมล่าสุดเครนถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษเส้นทางกรุงเทพฯ-อุบลฯ ที่โคราช ในความรับผิดชอบกระทรวงคมนาคมเป็นเหตุมีคนตาย ๓๒ คน ในจำนวนนี้มีเด็กทารกวัย ๑ ขวบรวมอยู่ด้วย ทั้งหมดขึ้นตรงกับพรรคภูมิใจไทยล้วนๆ @@

อนุทิน ชาญวีรกูล ถอดหมวกหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยกเลิกโปรแกรมหาเสียงภาคใต้กระทันหัน สวมหมวกนายกรัฐมนตรี บัญชาการแก้ปัญหาโศกนาฏกรรมเครนถล่มทับขบวนการรถไฟ สั่ง อนันต์ โพธิ์แดง ”ว่าที่ผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย”พิจารณาตัวเอง ทั้งที่บอร์ดการรถไฟฯ เพิ่งประชุมลงมติคัดเลือกไปเมื่อวันคริสต์มาสที่ผ่านมา แค่รอเสนอให้ ครม.เห็นชอบ…@@

พยายามพลิกวิกฤตประคองคะแนนนิยมโค้งสุดท้ายศึกเลือกตั้งสุดฤทธิ์…นายกฯอนุทิน หงุดหงิดตัวเลขเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุโศกนาฏกรรมเครนถล่มทับขบวนรถไฟ แค่รายละ ๔๐,๐๐๐+๔๐,๐๐๐ บาท หลุดปากรับไม่ได้ อย่างน้อยต้องเจ็ดหลัก…แล้วไงล่ะ-ใครจะหาญกล้าเป็นเจ้ามือ@@

พีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้ารวมไทยสร้างชาติ ขี่กระแสจี้รัฐบาลต้องร่วมรับผิดชอบเหตุโศกนาฏกรรมเครนถล่มทับรถไฟ ขณะที่สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าไทยก้าวใหม่ เห็นพ้องกับนักวิชาชีพวิศวกรรม เป็นเรื่องน่าเศร้า-น่าอายที่เกิดซ้ำซากตั้งแต่ลาดกระบัง-พระราม ๒ เรียกร้องให้มี”องค์กรกลาง” ตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุโศกนาฏกรรม เพื่อความโปร่งใส…พอกันทีกรรมวิธี”ฮั้วตรวจสอบ” ลูบหน้าปะจมูก@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ ราคาทองคำแท่ง แกว่งตัว ๑๖ รอบ พุ่งทะยานต่อเนื่อง ทำราคาปิดที่ ๖๘,๙๐๐ บาท เพิ่มขึ้น ๗๐๐ บาท แต่ราคาเงินแท่ง เคลื่อนไหวถี่กว่า แกว่งตัวขึ้น-ลงวันเดียว ๘๔ รอบ ทำราคาปิดที่กิโลกรัมละ ๙๓,๗๐๐ บาท เพิ่มขึ้น ๑๕๐ บาท…@@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๑๓ ม.ค.๒๕๖๙ แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๒ ปีมะเส็ง

ครม.รับทราบข้อเสนอกระทรวงกลาโหม เรื่องขอโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่าย ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และของกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นเงินราชการลับ…ลับแม้กระทั่งแนวทางการใช้จ่ายและวงเงินงบประมาณ @@

ที่ประชุมครม.วันนี้ ยังเห็นชอบให้ ยุบสถาบันวิจัยยาง ในกรมวิชาการเกษตร แล้วโอนหน้าที่และอำนาจไปไว้การยางแห่งประเทศไทย…ชิงลงมือ”รีดไขมัน”ตัดหน้าพรรคประชาชน…ประชุมคราวหน้า ช่วยพิจารณายุบ “ปยป.”ด้วยเถอะ @@

บนเวทีศึกดวลนโยบาย ตอน ทางออกเศรษฐกิจไทย ของเดอะสแตนดาร์ด นัดปฐมฤกษ์ เกิดการขายขนมจีบกันกลางเวทีระหว่าง”แต๋ม”ศุภจี สุธรรมพันธ์ุ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ รัฐบาลภูมิใจไทย กับ “ไหม”ศิริกัญญา ตันสกุล ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีเศรษฐกิจ รัฐบาลประชาชน….หลายคนถึงขนาดจินตนาการ…”ถ้าพี่แต๋ม แอบมีใจให้น้องไหม…เสี่ยหนูจะว่ายังไง?”@@

เหตุระเบิด ๑๑ ปั๊มน้ำมัน จังหวัดชายแดนใต้ กระทบความเชื่อมั่นชาวบ้าน กระทบโอกาส”กินรวบ”ส.ส.…อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ใส่หมวกนายกรัฐมนตรี พูดชัดฟาดเปรี้ยงเหตุระเบิด ๑๑ ปั๊มน้ำมันจังหวัดชายแดนใต้ คือ”การข่าวล้มเหลว-ต้องปรับปรุง”..เสธ.ทบ.พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ ยอมรับหน้าชื่น “ต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพครั้งใหญ่” @@

ควันหลงระเบิด ๑๑ ปั๊มน้ำมัน มีทรัพย์สินเสียหายนับร้อยรายการ รวมมูลค่า ๑๑๘ ล้านบาท จังหวัดยะลาเสียหายหนักสุด ๕๓ ล้านบาท รองลงมาคือนราธฺวาส ๓๘ ล้านบาท ตามด้วยปัตตานี ๒๖ ล้านบาท…@@

คดีปั่นหุ้นมอร์ที่ก่อตัวขึ้นเมื่อปลายปี ๒๕๖๕ งวดขึ้นทุกที..ทีมทำคดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ-กองบัญชาการตำรวจสอบสอบสวนกลาง-ปปง.ลุยสั่งดำเนินคดี ๔๒ ผู้ต้องหา ร่วมกันปั่นหุ้นมอร์และร่วมกันฉ้อโกงบริษัทหลักทรัพย์ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า ๕ พันล้านบาท พ่วงด้วยข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร ผู้ต้องหาหลายคนนามสกุลเด่นดังระดับไฮโซ..เอกภัทร พรประภา- อธิภัทร พรประภา-อรพินธุ์ พรประภา-สมนึก กวยาวัฒนกิจ-ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา-อมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ…@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…สมรภูมิเศรษฐกิจการเมืองในบ้านสหรัฐ ระหว่างประธานธนาคารกลาง เจอโรม พาวเวล กับ ประธานาธิบดีทรัมป์ ส่อเค้าเดือดพล่านบานปลายส่งแรงกระเพื่อมต่อระบบเศรษฐกิจโลก เมื่อ Bank for International Settlement (BIS) ซึ่งถือเป็น”แกนกลาง”ของธนาคารกลางทั้งโลก ออกโรงรณรงค์ธนาคารกลางทั่วโลก หนุนประธานธนาคารกลางสหรัฐ ยึดมั่นหลักการความเป็นอิสระในการบริหารนโยบายการเงิน เพื่อรักษาเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจ สู้กับ “คำสั่งกุ๊ย” @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันจันทร์ที่ ๑๒ ม.ค.๒๕๖๙ แรม ๙ ค่ำ เดือน ๒ ปีมะเส็ง

…๑๑ ปั๊ม ปตท.ที่นราธิวาส โดนบอมบ์วันที่ ๑๑ เดือน ๑ จนป่านนี้ ยังจับมือใครดมไม่ได้ ชาวบ้านในพื้นที่ต้องกลับไปใช้ชีวิตด้วยความหวาดผวา…หวาดระแวง ไม่รู้เคราะห์หามยามซวยจะถึงตัวเมื่อใด @@

นักสังเกตการณ์ที่ฝังตัวเกาะติดสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่อย่างยาวนานตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ “ยุคโจรกระจอก”สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ตั้งข้อสังเกตไว้น่าคิด…บรรยากาศวันเด็กทั่ว ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ทั้งปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส ก่อนเกิดเหตุรุนแรงครั้งล่าสุด คราคร่ำไปด้วยผู้คนหอบลูกจูงหลานไปร่วมงานวันเด็กอย่างแออัดคับคั่ง ทั่วทั้งเมืองเต็มไปด้วยความคึกคักมีชีวิตชีวา สะท้อนชัดชาวบ้านหลุดพ้นจากความหวาดกลัวไปแล้ว พร้อมๆกับหน่วยงานความมั่นคงก็หย่อนยานในการทำหน้าที่ ไม่ต่างกับ”ถุงกาแฟ” บรรดา”ด่านความมั่นคง” ที่ตั้งข่มขวัญผู้ก่อเหตุรุนแรง ไม่ต่างอะไรกับ “หุ่นไล่กา-จ่าเฉย” เปิดช่องให้ผู้ก่อเหตุรุนแรง ก่อเหตุเขย่าขวัญ ปลุกความกลัวในตัวชาวบ้านให้ลุกโชนขึ้นแบบสบายๆ @@

คนในพื้นที่ตั้งข้อสงสัย คณะพูดคุยสันติสุข ที่ตั้งได้สำเร็จสมัยรัฐบาลอนุทิน กับสถานะ”สุญญากาศ” มันต่างกันตรงไหน…คุยกันแล้วได้อะไรเป็นโล้เป็นพาย ไม่มีหลักประกันใดๆว่าด้วย ”พื้นที่ปลอดภัย” สำหรับชาวบ้านใช้ชีวิตโดยไม่ต้องคอยอกสั่นขวัญผวา….@@

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคประชาชน ก่อกระแสลมแห่งความเปลี่ยนแปลง สร้าง”นวัตกรรมทางการเมือง” ภายใต้แนวคิด “รัฐบาลตามพันธกิจ” ภายใต้แนวทาง”Lean-Clean-Transparency” สู้กระแส “รัฐบาลโควต้า” ที่ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมายาวนานกว่ากึ่งศตวรรษ เปิดตัว”ว่าที่รัฐมนตรี” ระดับ”ไฮโปรไฟล์”ใหม่แกะกล่อง แต่หลายคนตั้งข้อสงสัย อาจ “พัวร์เพอร์ฟอร์ม” ยังลังเลที่จะเทใจแจกแต้มให้ @@

ช็อคช็อคช็อค…พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “ตกใจกับยอดการคลอดของเด็กไทยเหลือ ๓๘๐,๐๐๐ คนในปี ๒๕๖๘ โดยเป็นการคลอดก่อนกำหนดประมาณ ๘% แปลว่า ปีที่ผ่านมา มีทารกคลอดก่อนกำหนดประมาณสามหมื่นคน…” บ่งชี้ว่าอนาคตเมืองไทย ไม่เพียงต้องแบกภาระ”ผู้สูงอายุ” แต่ยังต้องแบกภาระ”คนพิการ” ด้อยคุณภาพ อันเกิดจากการ”คลอดก่อนกำหนด”@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…ราคาทองคำไทย-ทองคำโลก พุ่งทะยานทำสถิติสูงสุดใหม่ สำหรับเมืองไทย ทองคำแท่งพุ่งขึ้น ๘๐๐ บาท แตะระดับบาทละ ๖๗,๗๐๐ บาท ทองคำโลก พุ่งทะลุออนซ์ละ ๔,๖๐๐ ดอลลาร์สหรัฐไปเรียบร้อย…สมาคมทองคำโลก เตือนสตินักเก็บกำไร เผื่อใจไว้รับผลขาดทุนด้วยเหตุแนวโน้มราคาทองคำปีนี้สะบัดแรงมากบวก-ลบ ๒๐-๓๐% @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันศุกร์ที่ ๙ ม.ค.๒๕๖๙ แรม ๖ ค่ำ เดือน ๒ ปีมะเส็ง

…ขออัญเชิญบางส่วนของพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติประจำปี ๒๕๖๙ มาบอกกล่าวเพื่อความเป็นสิริมงคลโดยทั่วกัน…”เด็กๆทุกคน ควรทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า วินัยไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามกฏข้อบังคับ แต่คือความสามารถในการควบคุมตนเองให้ทำในสิ่งที่สมควรทำ อันจะนำมาซึ่งความสุข ความเจริญอย่างแท้จริง….” @@

โอกาสเดียวกันนี้ ขออัญเชิญบางส่วนของพระคติธรรม ในสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มาแจ้งให้ได้ทราบทั่วกัน”…เด็กและเยาวชนทุกคนอย่าได้ประพฤติชั่ว ไม่พูดชั่ว ไม่คิดชั่ว จงหมั่นสั่งสมความดี ด้วยการตั้งใจพากเพียรศึกษาเล่าเรียน หัดเป็นคนใจเย็น อ่อนโยน มีอัธยาศัยสุภาพนุ่มนวล เพื่อเป็นรากฐานแห่งความสำเร็จยิ่งๆขึ้นไปในอนาคต….” @@

จากเรื่องเด็ก วกมาเรื่องผู้ใหญ่…นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล หนุนเดินหน้า “ดาต้าบูโร” เชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมการเงิน ระหว่างกระทรวงคลัง-แบงก์ชาติ-ปปง.-ดีอีเอส-กลต.-สตช.-ยุติธรรม-สมาคมธนาคารไทย จัดระเบียบธุรกิจค้าทองออนไลน์-สินทรัพย์ดิจิทัล มุ่งสกัดทุนเทา-อาชญากรรมการเงิน…ทำเมืองไทยให้เป็นนรกอเวจีของเหล่าอาชญากร @@

สศค.-แบงก์ชาติ ขานรับนโยบายนายกรัฐมนตรี เร่งออกประกาศกระทรวงการคลัง ควบคุมการแลกเปลี่ยนและซื้อขายทองคำออนไลน์ เสนอ รมว.คลังลงนามให้มีผลบังคับใช้ในทางปฏิบัติโดยไม่ชักช้า…@@

“โจ๊ก-จบ”..ศาลปกครองสูงสุดพิพากษา คำสั่ง“บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์ุเพ็ชร์ ผบ.ตร.กรณีให้ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ออกจากราชการ เป็น”คำสั่งที่ออกโดยชอบแล้ว…@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯยุติการดำเนินกิจการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ “NocNoc” โดยบริษัท เบตเตอร์บีมาร์เก็ตเพลส จำกัด ที่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) และบริษัท มัสบี จำกัดในเครือไทยเบฟเวอเรจ ของตระกูลสิริวัฒนภักดี ถือหุ้นในสัดส่วน ๕๐/๕๐ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๙ ก.พ.๒๕๖๙…NocNoc เริ่มดำเนินการเมื่อปี ๒๕๖๑ มีทุนจดทะเบียน ๖,๘๕๒ ล้านบาท ตั้งเป้าเป็นผู้นำอันดับ ๑ แห่งอาเซียนในธุรกิจ Home and Living Destination Platform ภายในปี ๒๕๗๑ แต่ประสบการขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มดำเนินการ กระทั่งมีผลดำเนินงานขาดทุนสะสมกว่า ๖,๐๐๐ ล้านบาท กระทั่งต้องจำใจ”ดับฝัน”ยุติการดำเนินงานลงในวันที่ ๙ ก.พ.๒๕๖๙ @@

ฮูก ตาตี่