เกษมบัณฑิตโพล เผยคนไทยสนใจเชียร์วอลเลย์บอลหญิงไทยในเนชั่นลีกสูงถึงร้อยละ 69.20 %

ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต รายงานผลการสำรวจความคิดเห็นเรื่อง “เนชั่นลีกส์ 2024 กับความหวังและโอกาสของนักตบลูกยางสาวไทย” สืบเนื่องจากการที่นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยจะเข้าร่วมการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงรายการเนชั่นลีกส์ 2024 เพื่อเก็บคะแนนสะสมและคัดเลือกโควต้าสำหรับเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนหรือปารีสเกมส์ 2024 นั้น เพื่อเป็นสร้างการมีส่วนร่วมและสะท้อนมุมมองของประชาชนในมิติที่เกี่ยวกับความหวังและโอกาสของทีมชาติไทย KBU SPORT POLLโดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ ร่วมกับหลักสูตรการบริหารนวัตกรรมการสื่อสาร คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต จึงสำรวจคิดเห็นเรื่อง “เนชั่นลีกส์ 2024 กับความหวัง และโอกาสของนักตบลูกยางวางสาวไทย”

สำหรับการสำรวจดังกล่าวดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 9 – 11 พฤษภาคม 2567 โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นประชาชนทั่วไปและผู้ที่สนใจข่าวสารทางการกีฬาซึ่งมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปจำนวน 1,103 คนโดยแบ่งเป็นเพศชาย 625 คน คิดเป็นร้อยละ 56.67 เพศหญิง 478 คน คิดเป็นร้อยละ 43.33 ซึ่งผลการวิเคราะห์ในประเด็นต่างๆโดยภาพรวมพบว่า ความสนใจที่จะติดตามเชียร์ ส่วนใหญ่ร้อยละ 69.20 สนใจ รองลงมาร้อยละ 22.60 ยังไม่ตัดสินใจ และร้อยละ 8.2 ไม่สนใจ

ด้านความหวังและโอกาสในการผ่านเข้าสู่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 ส่วนใหญ่ร้อยละ 27.10ไม่แน่ใจ รองลงมาร้อยละ 24.80 มีโอกาสค่อนข้างมาก ร้อยละ 15.40 มีโอกาสมาก ร้อยละ 12.90 มีโอกาสค่อนข้างน้อย ร้อยละ 10.02 มีโอกาสน้อย และร้อยละ 9.78ไม่มีโอกาสเลย
ปัจจัยที่ส่งผลต่อควาสำเร็จของทีมชาติไทย ส่วนใหญ่ร้อยละ 30.80 ศักยภาพและความสามารถของนักกีฬา รองลงมาร้อยละ 28.20 ระยะเวลาและความพร้อมในการเตรียมทีม ร้อยละ 22.50 ศักยภาพและความสามารถของทีมงานสต๊าฟโค้ช ร้อยละ 10.30 การสนับสนุนจากสมาคมและภาคีเครือข่าย ร้อยละ 6.60 แรงเชียร์จากแฟนกีฬาชาวไทย และอื่นๆร้อยละ 1.60

นอกจากนั้น ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร กล่าวเพิ่มเติมว่าจากการสำรวจดังกล่าวจะเห็นได้ว่าแฟนกีฬาให้ความสนใจที่จะติดตามการแข่งขันรายการนี้เป็นอย่างมากทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่านอกจากจะเป็นการแข่งขันเพื่อเก็บคะแนนสะสมอันดับโลกแล้วยังมีความสำคัญกับทีมชาติไทยสำหรับโอกาสที่จะผ่านเข้าสู่การแข่งขันขันมหกรรมกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของโลกอย่างโอลิมปิกหรือปารีสเกมส์ 2024 ได้หรือไม่อีกด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาถึงความหวังและโอกาสในการได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ปารีสเกมส์ 2024 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังแน่ใจกับโอกาสดังกล่าว ซึ่งต่อกรณีนี้คงจะเป็นเพราะคู่แข่งขันส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่มีฝีมือและเชิงชั้นในระดับโลกทั้งสิ้น
ขณะเดียวกันปัจจัยที่จะส่งผลให้ทีมนักตบลูกยางสาวไทยประสบความสำเร็จกับรายการนี้หรือไม่แฟนกีฬาส่วนใหญ่ชี้ไปที่ศักยภาพและความสามารถของนักกีฬามาเป็นอันดับแรกตามด้วยระยะเวลาและความพร้อมในการเตรียมทีม
ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์สมาคมวอลเลย์บอลไทย

สวนข่าวประจำวันจันทร์์ที่ ๑๓ พ.ค. ๒๕๖๗ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง

แปลกพิลึก จดหมายลาออกจากความเป็น รมช.คลัง ลงวันที่ ๘ พ.ค.๒๕๖๗ ของกฤษฏา จีระวิจารณะ ว่อนบนหน้าสื่อ หลังจากเจ้าตัวพ้นหน้าที่ไปแล้วหลายวัน @@

พินิจพิจารณาเนื้อความในจดหมายลาออก ยกย่องอดีตรมว.คลังหยดย้อย-ยกยอตัวเองหยาดเยิ้ม แต่กระแทกใส่ รมว.คลังปัจจุบันอย่างแรง..”ไม่ให้เกียรติต่อกัน ในการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม….จึงเห็นว่าคงไม่สามารถที่จะทำงานร่วมกันให้เกิดประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศต่อไปได้..”….แน่ใจนะข้อความพรรค์แบบนี้คือข้อความจดหมายลาออก ไม่ใช่”ลิ่ม”ที่แอบแฝงเจตนาน่าพิศวง @@

งามไส้ไร้คำบรรยาย…รัฐสภา มูลค่านับหมื่นล้านบาท ที่ต่อสัญญาซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความเกรงอกเกรงใจผู้รับเหมาเทวดา เจอพายุฝนฟ้าคะนองกรรโชก ระบบปรับอากาศล่ม-ต้นไม้โค่นระเนระนาด-ประตูพัง….สตง.อยู่ไหน-ปปช.อยู่ไหน…หน้าไหนหาญกล้าตรวจรับงานยกมือขึ้น @@

สัญญาตีกรอบล้อมคอกกัญชา-ยาบ้าชัดเจน…รมว.สาธารณสุข สมศักดิ์ เทพสุทิน พูดชัดยาบ้า แม้แค่เม็ดเดียว ไม่สนใจว่าเสพหรือค้า ต้องโดนกระซวกด้วยมาตรการ”ยึดทรัพย์”-เดินหน้าจับกัญชา ใส่บัญชียาเสพติด จำกัดการใช้เฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น…ไม่สนเสียงหนูที่ไหนจะกระแหนะกระแหนว่า”ทรยศหักหลัง”…@@

อากัปกิริยาพูดจานิ่มๆเนิบๆแต่เชือดเฉือนของ”รุ่นเก๋าลายครามที่สุดใน ครม.”อย่าง รมว.สาธารณสุข สมศักดิ์ เทพสุทิน กรณีกัญชา-ยาบ้า ชวนคิดชวนสงสัยว่าราวกับมีญาณหยั่งรู้ล่วงหน้าถึงชะตากรรมพรรคภูมิใจไทย..ยุบหนอ หรือได้ไปต่อ @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…สมประวิณ มันประเสริฐ ซีอีโอกลุ่มงานศูนย์ข้อมูลเศรษฐกิจไทยพาณิชย์ เปิดข้อมูลชวนช็อค…ประเทศไทยมีหนี้ครัวเรือนมากเป็นอันดับ ๑ ของโลก ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ และจีดีพีประเทศไทยปีนี้น่าจะเตาะแตะอยู่แถวๆ ๒.๗ %…รัฐบาล-แบงก์ชาติ ฟัดกันไปเถอะ รอให้เศรษฐกิจบรรลัยวายวอดแล้วค่อยกอดกันใหม่ @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันศุกร์ที่ ๑๐ พ.ค. ๒๕๖๗ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง

ในที่สุดวันสุดท้ายแห่งอายุขัยสมาชิกวุฒิสภา จากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหาร “คสช.”ก็หมุนเวียนมาถึง พร้อมกับการสิ้นสูญอำนาจการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี @@

การเมืองตอนนี้เคลื่อนเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง สว.เต็มตัว วันนี้ กกต.เปิดให้ผู้สนใจสมัครรับเลือกตั้งเป็น สว. ไปขอรับเอกสาร สว.๒-สว.๓-สว.๔ เพื่อเตรียมตัวยื่นสมัคร พร้อมค่าสมัคร ๒,๕๐๐ บาทถ้วนได้ ตั้งแต่ ๑๓ พ.ค.เป็นต้นไป @@

การตีฆ้องร้องป่าวของกกต.ให้ผู้สนใจสมัคร สว.เดินทางไปขอรับเอกสารการสมัครที่อำเภอ-จังหวัด ทั้งที่ควรให้ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ กกต.เพื่อความสะดวกแถมประหยัดค่าใช้จ่ายสารพัดด้วยประการทั้งปวง สะท้อนถึงชุดความคิดการทำงานด้อยคุณภาพ-ประสิทธิภาพของ กกต.และไม่มีความร่วมสมัยในความเป็นองค์กรดิจิทัล…ไม่น่าแปลกที่ต้องใช้งบประมาณจัดการเลือกตั้ง สว.สูงถึง ๑,๕๑๖,๔๑๘,๑๐๐ บาท @@

อิทธพร บุญประคอง ประธาน กกต.ประมาณการจำนวนผู้สมัคร สว.ทั่วประเทศ ๑๐๐,๐๐๐ คน เพื่อแข่งขันกันเข้าสู่ตำแหน่ง สว.ที่มีจำกัดเพียง ๒๐๐ คน นั่นหมายถึงสนามเลือกตั้ง สว.คราวนี้ ทุกๆ ๕๐๐ คน จะมีผู้สมหวัง เพียง ๑ คนเท่านั้น ขณะที่มีผู้ผิดหวังถึง ๔๙๙ คน @@

ภายใต่้งบประมาณ ๑,๕๑๖,๔๑๘,๑๐๐ บาท สำหรับจัดการเลือกตั้ง สว.ให้ได้มาซึ่ง สว. ๒๐๐ คน คิดคำนวณค่าใช้จ่ายเฉลี่ย การได้มาซึ่ง สว.อยู่ที่ ๗,๕๘๒,๐๙๐ บาทต่อคน…น่าขนหัวลุกหนักมาก @@

ตามตารางเวลาว่าด้วยการเลือกตั้ง สว. ปักหมุดเลือกตั้งระดับอำเภอ วันที่ ๙ มิ.ย.เพื่อเฟ้นผู้ได้คะแนนสูงสุดระดับอำเภอ กลุ่มอาชีพละ ๓ คน จาก ๒๐ กลุ่มอาชีพ เข้าสู่สนามเลือกตั้งระดับจังหวัด ที่ปักหมุดไว้วันที่ ๑๖ มิ.ย. แล้วเฟ้นผู้ได้คะแนนสูงสุดระดับจังหวัด กลุ่มอาชีพละ ๒ คน จาก ๒๐ กลุ่มอาชีพ เข้าสู่สนามเลือกตั้งระดับประเทศ ที่ปักหมุดไว้วันที่ ๒๖ มิ.ย.เพื่อเฟ้นหาผู้ได้คะแนนสูงสุดกลุ่มอาชีพละ ๑๐ คน จาก ๒๐ กลุ่มอาชีพ รวม ๒๐๐ คน เข้าไปเป็น”สมาชิกวุฒิสภา” โดยจะมีการประกาศให้ได้รับทราบทั่วกันวันที่ ๒ ก.ค.๒๕๖๗…บิดเบี้ยวไปจากนี้-เป็นเรื่อง @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…วันนี้วันพืชมงคล พระโคกินน้ำ-เหล้า-หญ้า…ไม่กินข้าว เป็นสัญญาณบวกน่าชื่นใจทั้งเกษตรกรรม-กสิกรรม…สาธุ @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๙ พ.ค. ๒๕๖๗ ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง

ไฟไหม้-แก๊สระเบิด-สารพิษฟุ้งกระจายกลายเป็นภัยใกล้ตัว ที่เกิดขึ้นถี่ยิบในยุคสมัยรัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อเศรษฐา ทวีสิน…@@

จากขุด-เคลื่อนย้าย-ซุกกากแคดเมียม ต่อเนื่องกระทั่งถึงโศกนาฏกรรมไฟไหม้ใหญ่ในโรงงาน บริษัท มาบตาพุดแทงค์เทอร์มินัล จำกัด จังหวัดระยอง ล้วนอยู่ในเขตรับผิดชอบโดยตรงของกระทรวงอุตสาหกรรม แต่น่าสังเกต รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ภายใต้โควต้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กระตือรือล้นในการออกคำสั่งแบบสั่งสั่งสั่ง ตามหลังเหตุการณ์ แทนที่จะกวดขันสั่งการอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ ให้จัดทำวงรอบการตรวจสอบความปลอดภัยทุกโรงงาน แล้วกวดขันติดตามการรายงานผลอย่างใกล้ชิด…@@

เทียบชั้นเชิง รมว.อุตสาหกรรม ค่ายรวมไทยสร้างชาติ กับ รมว.มหาดไทย หัวขบวนค่ายภูมิใจไทย ในการแสดงปฏิกิริยาตอบสนองเหตุการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น….รมว.มหาดไทย เหนือชั้นกว่าหลายตลบ พิสูจน์ได้ชัดจากการสั่งการผวจ.ทั่วประเทศเฝ้าระวังเหตุไฟไหม้โรงงาน ทันทีทันใดที่เกิดกรณีไฟไหม้ใหญ่โรงงานที่มาบตาพุด ไม่ต้องรอให้เกิดเหตุซ้ำซ้ำ @@

ชวนกันสะกิดต่อมคิดกรณีไฟไหม้โรงงานบริษัท มาบตาพุดแทงค์เทอร์มินัล จำกัด ในเครือปูนซิเมนต์ไทย ซึ่งเป็นผู้นำแถวหน้าด้านบรรษัทภิบาลเมืองไทย แต่ใจความสำคัญ ในหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ลงนามโดย ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไม่ปรากฏข้อความบ่งชี้ถึง”ไฟไหม้” แต่เลี่ยงไปใช้ข้อความ”เกิดกลุ่มควัน” ทั้งที่ความจริงแท้ของเหตุการณ์ที่พูดกันสนั่นเมืองคือ”ไฟไหม้” และไหม้ยาวนานกว่า ๕ ชั่วโมง กว่าจะสงบลง…ยิ่งไปกว่านั้นเวลาเกิดเหตุตามที่ปรากฏในหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ คือ ๑๐.๔๕ น. คลาดเคลื่อนไปจากเวลาเกิดเหตุ ตามรายงานของศูนย์เฝ้าระวังและควบคถุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยอง หรือหน่วย EMCC ถึง ๑๕ นาที…น่าสงสัยทำไมต้องประดิษฐ์ข้อความกลบเกลื่อนความจริง-ทำไมการรายงานเวลาเกิดเหตุจึงคลาดเคลื่อนกับของหน่วย EMCC ไปมากถึง ๑ ใน ๔ ชั่วโมง @@

ดรามาข้าวข้ามทศวรรษ โดยเพื่อไทยการละคร ยังเปิดการแสดงเรื่อง”เปิบข้าวข้ามทศวรรษ ท้ายมบาล” ไม่เลิก..ล่าสุดย้ายวิกจากสุรินทร์ ไปเปิดการแสดงที่ทำเนียบรัฐบาล มีนายกฯเศรษฐา ทวีสิน เป็นพระเอก บอกกินได้…คิวต่อไปน่าจะไปที่พรรคเพื่อไทย แล้วต่อไปที่บ้านจันทร์ส่องหล้า @@
สงสัยข้าวข้ามทศวรรษ มันกินได้แน่นะ กินแล้วไม่ติดโรค ไม่ติดเตียงแน่นะ แล้วทำไมท่านรองนรม.และรมว.พาณิชย์ ภูมิธรรม เวชยชัย ทุบราคากลางจาก ๑๘ บาท/กก. ที่วาดฝันไว้ที่สุรินทร์ มาเหลือ ๑๕ บาท/กก. แต่คุยคำโตประมูลขายเหมา ส่งออกนอกประเทศเท่านั้น ห้ามย้อมแมวขายในประเทศ…นี่เข้าข่ายบูลลี่ต่างชาติไหมเอ่ย @@

เงื่อนไขประมูลข้าวข้ามทศวรรณ ขายส่งออกเท่านั้น ที่หลุดจากปาก รองนรม.และรมว.พาณิชย์ ทำเอา รมว.กลาโหม สุทิน คลังแสง ถึงกับเงิบอย่างแรง ทั้งที่ออกปากอยากเหมาซื้อไปเลี้ยงดูกำลังพลทหารเกณฑ์ เอาใจ”นายใหญ่-นายหญิง”… @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…ศาลปกครองกลาง สั่งปรับ ปปช. ๕,๐๐๐ บาท โทษฐานหน่วงเหนี่ยวการเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการไต่สวนคดี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรทราบจากการไม่แสดง ว่ามีนาฬิกาข้อมือและแหวนประดับหลายรายการ ต่อ ป.ป.ช. รวมถึงความคิดเห็นของพนักงาน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทุกคนที่รับผิดชอบในการไต่สวนดังกล่าว และรายงานการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่เกี่ยวข้องกัน ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด….พร้อมกำชับให้ต้องดำเนินการภายใน ๓๐ วัน-ว้าวว้าวว้าว @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพุธที่ ๘ พ.ค. ๒๕๖๗ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง

กฤษฏา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง โควต้าพรรครวมไทยสร้างชาติ สร้างบิ๊กเซอร์ไพร์สเขย่าครม.เศรษฐา-๒ ด้วยการ”ทิ้งเก้าอี้”-ทำเอานายกฯเศรษฐา เกิดอาการเงิบ…งานเข้ากูอีกแล้วล่ะซิ@@

ครม.เศรษฐา-๒ แค่ประชุมครม.ผ่านไปนัดเดียวก็ออกอาการโคลงเคลง เตรียมตัวนับถอยหลังและตั้งหลักนับหนึ่ง ครม.เศรษฐา-๓ เมื่อรมช.คลัง ลาออกกระทันหัน…@@

ว่าไปแล้วปฏิกิริยา รมช.คลัง กฤษฏา ไม่น่ารักเอาซะเลย อุตส่าห์ตากหน้าไปถ่ายรูปหมู่ ครม.เศรษฐา-๒ แต่ชั่วข้ามคืนก็ลาออกซะงั้น @@

คู่ขนานข่าวกฤษฏา ทิ้งตำแหน่ง รมช.คลัง…”เสี่ยพงษ์” สุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ อดีตรองนรม.และรมว.พลังงาน สมัยรัฐบาลลุงตู่ ก็ทิ้งทุกตำแหน่งในพรรครวมไทยสร้างชาติ รวมทั้งทิ้งความเป็นสมาชิกพรรค ลอยแพพรรคฯให้หัวหน้าพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้พิสูจน์บารมีในการดูแลลูกพรรค @@

ส่องทะลุปฏิกิริยาทิ้งพรรคของ”เสี่ยพงษ์” น่าจะเป็นการส่งสัญญาณ”โกรธกริ้ว”จาก”เสี่ย ก.”เจ้ามือส่งน้ำหล่อเลี้ยง ต่อพฤติกรรม”ทุบขุมสมบัติพลังงาน”เอาดีใส่ตัว…ดูหล่อดูเท่ห์ @@

ชะตากรรม”รวมไทยสร้างชาติ”จะลงเอยยังไง เมื่อ”หัวจ่าย”ถูกปิดตาย หัวหน้าพรรค จะมีขีดความสามารถระดมทุนดูแลพรรคได้หรือไม่ เป็นสิ่งที่น่าจับตาอย่าได้กะพริบเด็ดขาด..@@

ต่อจิ๊กซอว์ข่าว…ชัดเจนพีระพันธุ์ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติในฐานะรองนรม.และรมว.พลังงาน กำลังเผชิญแรงเสียดทานหนักหนาสาหัส ในที่ประชุม ครม. ข้อเสนอขอใช้งบกลาง อุ้มราคาดีเซลและแก๊สหุงต้ม ถูก”ดีดตก” พร้อมกับมีมติให้ใช้ เงินกองทุนน้ำมันฯ ที่ติดลบบักโกรกกว่าแสนล้าน กระทั่งเจ้าตัว ประกาศเดินหน้าเต็มตัว ผลักดันกฏหมายดึงอำนาจกำหนดภาษีน้ำมัน จากกระทรวงการคลัง ไปขึ้นกับกระทรวงพลังงาน แต่ไม่แน่ว่าท่านจะอยู่ในตำแหน่งนานพอจะทันเสนอกฏหมายหรือไม่???@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…รัฐบาลเลือกใช้โหมด”บี้-บอด-ใบ้”กรณีนช.ทักษิณ ดอดคุยรัฐบาลทหารเมียนมา-รัฐบาลพลัดถิ่นเมียนมา-กลุ่มชาติพันธุ์ในเมียนมา….ขื่อแปประเทศไทยมันเปื่อยยุ่ยเป็นผุยผงไปหมดแล้วซินะ @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันอังคารที่ ๗ พ.ค. ๒๕๖๗ แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะโรง

เม้าท์กันลั่นทุ่งเป็นคุ้งเป็นแควว่าด้วยดราม่าสวาปามข้าวเก่าเก็บข้ามทศวรรษ ถ้ามันกินได้กินดีอย่างที่กินโชว์ พรรคร่วมรัฐบาลควรเหมาซื้อไปแจกสมาชิกพรรค ทีมีรวมกันหลายแสนคน…แค่ ๑๕๐,๐๐๐ กระสอบ พรึ่บเดียวหมดเกลี้ยง ไม่ต้องมัวไปจัดประมูลให้เสียเวลา เสียงบประมาณเปล่าๆ @@

ที่ประชุมครม.เศรษฐา-๒ นัดปฐมฤกษ์ เห็นชอบให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในสภาพ”ติดลบบักโกรก” ไปตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ ๓๓ บาท-ขยายเวลาการตรึงราคาขายปลีกแก๊สหุงต้ม ขนาด ๑๕ กก./ถัง ไว้ที่ ๔๒๓ บาท/ถังออกไปถึงวันที่ ๓๐ มิ.ย.๖๗-ลดค่าไฟให้ผู้ใช้ไฟไม่เกิน ๓๐๐ หน่วย/เดือน สำหรับงวดพ.ค.-ส.ค.๖๗ จาก ๔.๑๘ บาท/หน่วย เหลือ ๓.๙๙ บาท/หน่วย…ขายผ้าเอาหน้ารอดไปตามมีตามเกิด @@

ปรับ ครม.จากเศรษฐา-๑ ถึง เศรษฐา-๒ มีการจัดเรียงลำดับรองนายกรัฐมนตรีใหม่ รองฯ-๑ ภูมิธรรม เวชยชัย รองฯ-๒ พิชัย ชุณหวชิร รองฯ-๓ อนุทิน ชาญวีรกูล รองฯ-๔ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ…รองฯโหล่ พีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค…@@

ปากลั่นตั้งสถานีทีวีซอฟท์พาวเวอร์ไปล่วงหน้า…จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายให้”คุมสื่อ” ทั้งช่อง ๑๑-เอ็นบีที และ ช่อง ๙ อสมท…หวยทีวีซอฟท์พาวเวอร์ จะไปออกที่ช่อง ๑๑ หรือ ช่อง ๙ ลุ้นกันต่อไป @@

ทอดเวลาทิ้งช่วงหลัง ปานปรีย์ พหิทรานุกร ลาออกจาก รมว.ต่างประเทศ พอเหมาะพอควรแล้ว ถึงคิว สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว สละตำแหน่งผู้ช่วยรมต.ประจำกระทรวงการต่างประเทศ ตามปานปรีย์ ด้วยเหตุผลง่ายๆ…โดยมารยาทมากับปานปรีย์ ก็ต้องไปกับปานปรีย์ ไม่ผ่าเหล่าผ่ากอเสียมารยาทเหมือน รมว.บางคน @@

รู้แล้วหนาว…สุรพล โอภาสเสถียร ผจก.ใหญ่บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ(เครดิตบูโร) เปิดข้อมูลสถานะหนี้ล่าสุดงวด ๓ เดือนแรกปีนี้ “บวมฉึ่ง-บานฉ่ำ”ไปตามกันทั้งยอดหนี้บัตรเครดิต-ยอดหนี้เน่าบัตรเครดิต-ยอดหนี้”บูด”บัตรเครดิต…สัญญาณโคม่าวิบวับวูบวาบชัดขึ้นทุกที แต่แบงก์ชาติยังทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่รู้ด้านเบอร์ไหน ??@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…หอการค้าไทย กอดคอสมาคมการค้าทั่วประเทศ ประกาศจุดยืนยึดกฏหมายชนนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ ๔๐๐ บาททั่วประเทศ…ไม่เหลืออะไรให้ต้องเกรงใจกันอีกต่อไป กับพฤติกรรมล่าแต้มตามอำเภอใจ ไม่ใส่ใจขื่อแปบ้านเมืองของรัฐบาล…@@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันจันทร์ที่ ๖ พ.ค. ๒๕๖๗ แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะโรง

รายการขุดหลุมวางกับดักพานักข่าวไปเป็นสักขีพยานรับรองคุณภาพข้าวดึกดำบรรพ์ข้ามทศวรรษ ด้วยเมนูบ้านบ้านกะเพรา-ไข่เจียว ประสบความสำเร็จดีเยี่ยม “นายใหญ่-นายหญิง”ควรตบรางวัลให้อย่างงาม @@

เพ้อฝันกลางคลื่นความร้อนแล้ง…รองนรม.และรมว.พาณิชย์ ภูมิธรรม เวชยชัย กะประมูลขายข้าวเก่าเก็บข้ามทศวรรษ ๑๕,๐๐๐ ตัน กวาดรายได้ ๒๐๐-๔๐๐ ล้านบาท จะมีหน้าไหนมั่งเสนอซื้อ…ยกเว้น”หน้าม้า” @@

วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล แจ้งเปิดประชุมสภาผู้แทนฯสมัยวิสามัญ พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๘ วงเงิน ๓.๗๕ ล้านล้านบาท ๕-๗ มิ.ย.นี้…จะมีวาระพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมร่วมด้วยหรือไม่ ต้องลุ้นกันต่อไป @@

โควิดระลอกใหม่ฝ่าคลื่นความร้อนระบาดหนัก อาจารย์หมอธีระ วรธนารัตน์ แพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ แจ้งสถิติผู้ป่วยโควิดล่าสุด ๒๘ เม.ย.-๔ พ.ค. ตาย ๑๒ ราย/ นอนโรงพยาบาล ๑,๗๙๒ คน ในจำนวนนี้ปอดอักเสบ ๕๐๑ ราย-ใส่เครื่องช่วยหายใจ ๑๘๗ ราย…สรุปแนวโน้มผู้ป่วยโควิดเพิ่มต่อเนื่องกันแล้ว ๘ สัปดาห์ มีคนตาย เพิ่มขึ้น ๓๓.๓% ป่วยปอดอักเสบ เพิ่มขึ้น ๒๖.๔% ใส่เครื่องช่วยหายใจ เพิ่มขึ้น ๒๘.๕% @@

ตามทัศนะอาจารย์หมอธีระ ประมาณการจำนวนผู้ป่วยโควิดรอบนี้ ไม่น้อยกว่าวันละ ๑๗,๐๐๐ คน…กรมควบคุมโรค สงวนท่าทีเงียบกริบ-เป็นใบ้ไว้ปลอดภัยดีกว่า @@

อาจารย์หมออีกคน..ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรมและระบบประสาท รพ.จุฬาฯ บอกคนไทยหลายคน โดนผลข้างเคียงถึงขั้นเสียชีวิตจากวัคซีนโควิดทุกยี่ห้อทั้งซิโนแวค-ซิโนฟาร์ม-แอสตร้าฯ-ไฟเซอร์-โมเดอน่า แต่น่าเศร้าใจ กระทรวงสาธารณสุข-สถาบันวัคซีน กลับไม่มีปฏิกิริยากระตือรือล้นแสดงความรับผิดชอบไล่ฟ้องเช็คบิลบริษัทผู้ผลิต ไปชดเชยชดใช้แก่ผู้ประสบเคราะห์กรรมจากวัคซีนโควิด…@@

ตั๋วผีกระจอกกิ๊กก๊อก…สายการบินแควนตัสของออสเตรเลีย เล่นใหญ่ขาย”เที่ยวบินผี” ปล่อยตั๋วเที่ยวบินที่ยกเลิกไปแล้ว แหกตาเหยื่อ โดนสั่งปรับ ๗๙ ล้านเหรียญสหรัฐ…เสียชื่อเสียงยับเยิน @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ หอการค้าไทยแทคทีมสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ค้านสุดลิ่มนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ ๔๐๐ บาททั่วประเทศ…อีกหนึ่งผลงานของ”รัฐบาลตระบัดสัตย์” @@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันศุกร์ที่ ๓ พ.ค. ๒๕๖๗ แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะโรง

ขออัญเชิญบางตอนของกระแสพระราชดำรัสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่คณะรัฐมนตรีที่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯมารายงานให้ได้รับทราบไว้ทั่วกัน”…..ทุกท่านไม่ว่าจะคิดจะทำสิ่งใด จึงต้องระลึกถึงคำปฏิญาณไว้เสมอ และตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรู้ ความเชี่ยวชาญ คุณธรรม และจรรยาบรรณตลอดไป…” @@

“อุ๊งอิ๊ง”แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คุยคำใหญ่หลายวลี-หลายประโยคในงาน”๑๐ เดือนที่ไม่รอ ทำต่อให้เต็ม ๑๐” ที่อยากบันทึกไว้ให้ช่วยกันจดและจำให้ขึ้นใจ…”..ระบบราชการที่ใหญ่โตเกินไป ทำให้เกิดความอืดอาดในการทำงาน และไม่พร้อมปรับตัวในยุคปัจจุบัน…จะเปลี่ยนจากรัฐบาลอุ้ยอ้าย อืดอาด ไม่โปร่งใส เป็นรัฐบาลดิจิทัล บริหารด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบการทำธุรกรรมต่างๆได้…เราจะปรับโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรมใหม่อีกครั้งหนึ่งเร็วๆนี้…เราเป็นพรรคการเมืองแห่งการเปลี่ยนแปลงเพื่อความเจริญของประเทศ…การเพิ่มค่าแรงไม่เคยทำให้ธุรกิจเจ๊ง…”…ทั้งหมดนี้คือคำปราศรัย หรือคำสั่งจาก”ร่างทรงนายใหญ่” ถึงรัฐบาลในอาณัติ”นายใหญ่” ไปดำเนินการ @@

สัญญาณเข้าสู่โหมดเลือกตั้งประเทศไทยชัดเจนแจ่มแจ๋วแล้ว เมื่อนายก อบจ.สายเพื่อไทย ทะยอยลาออก กระชับวันเวลาเลือกตั้งให้เร็วขึ้นจากปี ๒๕๖๘ เป็น เดือนมิ.ย.นี้เป็นต้นไป คู่ขนานไปกับเลือกตั้ง สว….เดิมพันครั้งนี้ชี้ชะตาทั้ง”นายใหญ่”และค่ายสีแดง @@

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวจารุอนันต์ ที่ต้องสูญเสียคุณกำธร จารุอนันต์ อย่างที่ไม่ควรต้องสูญเสีย อันเนื่องมาจาก”ความชุ่ย”ของกทม.และกฟน. @@

หลุมมรณะเกาะกลางถนน ปากซอยลาดพร้าว ๔๙ ถูกปิดไว้แบบชุ่ยชุ่ยด้วยไม้อัดผุผุ แทนที่จะเป็นแผ่นคอนกรีตเสริมเหล็กมั่นคงแข็งแรง กระทั่งกลืนกินชีวิตคุณกำธร จารุอนันต์ สะท้อนถึงความไม่ปลอดภัยอย่างยิ่งของชีวิตในเมืองหลวง…@@

ผู้ว่ากทม.-รองผู้ว่า กฟน.ที่ดาหน้าออกมาขอโทษและแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย..แล้วไง?? คุณกำธร จารุอนันต์ ที่ต้องตายจากความชุ่ยจะฟื้นคืนชีพขึ้นมามั้ยล่ะ??? @@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้…แปลกแต่จริง และเป็นไปแล้ว กรณีโศกนาฏกรรมเกาะกลางถนน ปากซอยลาดพร้าว ๔๙ ไม่เห็นเงามท.๑-๒-๓..ไม่เห็นเงา ปลัดมหาดไทย แสดงปฏิกิริยาใดๆ ทั้งที่เป็นต้นสังกัดของ กฟน.ที่เป็นตัวการก่อเกิดเหตุโศกนาฏกรรม…@@

ฮูก ตาตี่

สวนข่าวประจำวันพฤหัสบดีที่ ๒ พ.ค. ๒๕๖๗ แรม ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะโรง

ประเทศกูมีไฟไหม้โรงเก็บกากสารพิษถี่ยิบ แต่จับมือใครดมไม่ได้…แจ้งข้อหาดำเนินคดีใครก็ไม่ได้ ใครใคร่เผา-เผา..ใครใคร่ค้าวัตถุอันตราย-ค้า @@

ทำดีได้ดีมีที่ไหน..ทำบัดสีบัดเถลิงได้ดีมีที่นี่ ประเทศไทยไง!…เสนาบดีผู้เจิดจ้าดั่งพระอาทิตย์ รู้ตื้นลึกหนาบางขุด-ขนย้าย-ค้ากากแคดเมียมดีที่สุด สมควรต้องถูกลงโทษภาคทัณฑ์ที่สุด กลับได้รับการอวยตำแหน่งให้ใหญ่โตโอฬารยิ่งขึ้น…Thailand Only @@

ได้ฤกษ์กดปุ่มสตาร์ทสยบ”สีส้ม” ในสมรภูมิเลือกตั้งนายก อบจ.แล้ว ประเดิมแห่งแรกที่ปทุมธานี “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เจ้าของวรรคทอง”มีวันนี้ เพราะพี่(ทักษิณ)ให้” ยื่นลาออกจากตำแหน่ง มีผล ๓ พ.ค. นายก อบจ.อีกหลายจังหวัด จะทะยอยลาออกตามกันเป็นขบวน…ทุกอย่างเป็นไปตามหมากที่ถูกจัดวางไว้แล้ว เพื่อไม่ให้ นายก อบจ.ครบวาระพร้อมกัน และ ตัดเกม ไม่ให้ กกต.จัดให้มีการเลือกตั้งพร้อมกันทั้งประเทศ ด้วยเหตุผลเดียวคือไม่ต้องการเห็นภาพ”สีส้ม”ยึด อบจ.ทั้งประเทศ พึ่บพั่บในวันเดียว-มันเสียขวัญ @@

คิดได้ ชิงลาออกก่อนครบวาระ ตัดเกม”สีส้ม”ในสนามเลือกตั้ง นายก อบจ. แต่ลงมือช้าเกินแกง โอกาสหยุดการแผ่ขยายอิทธิพล”สีส้ม”ยึดเก้าอี้ นายก อบจ.อาจมีอยู่บ้าง ก็แค่ระดับแสงหิ่งห้อย..ริบริบริบหรี่ @@

ปล่อยให้ชาวบ้านชาวช่องอกสั่นขวัญผวากับภัยแทรกซ้อนจากวัคซีนแอสตร้าฯซะหลายวัน…อธิบดีกรมควบคุมโรค ธงชัย กีรติหัตถยากร เพิ่งเปิดปากพูดปลอบขวัญชาวบ้าน บอกภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังการฉีดวัคซีนแอสตร้า จะเกิดหลังรับวัคซีน ๕-๔๒ วัน พ้นจากนั้นปลอดภัยหายห่วง และในเมืองไทยมีผู้รับวัคซีนแอสตร้าประมาณ ๒๐ ล้านคน(รวม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยลิ่มเลือดอุดตันถึงขั้นเสียชีวิต ๒ ราย…น่าสงสัยผู้เคราะห์ร้ายที่ตายจากวัคซีน ได้รับการชดเชยจากรัฐบาลยังไง ???@@

ปิดท้ายสวนข่าววันนี้ นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ อวดตัวเลขจำนวนคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนไตรมาสแรกปี ๒๕๖๗ สวยหรู ถึง ๗๒๔ โครงการ เพิ่มขึ้นมโหฬารจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง ๙๔% มีมูลค่าเงินลงทุนที่ระบุในคำขอรวม ๒๒๘,๒๐๗ ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ๓๑%…ขอโทษทีข่าวแถลงแบบนี้มีมาตั้งแต่เลขาฯบีโอไอชื่อสถาพร กวิตานนท์ โน่นแล้ว น่าจะเปลี่ยนมารายงานตัวเลขการลงทุนจริง-การจ้างงานจริงซะทีเถอะนะ

ฮูก ตาตี่